อำนาจ ความดี นวัตกรรมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี : โดย รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร

สังคมไทยในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะการบริหารจัดการบ้านเมือง หรือองค์กรคนไทยหรือผู้มีส่วนร่วมกับการบริหารจัดการจะสัมผัสกับคำว่า “ธรรมาภิบาล” มาอย่างต่อเนื่อง

ธรรมาภิบาลหรือการบริหารจัดการที่ดี เป็นหลักในการนำมาปกครองประเทศให้เกิดความสงบสุขโดยยึดหลักพื้นฐาน 6 ประการ ประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า

ด้วยความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าวสำหรับบริบทของการบริหารจัดการไม่ว่าจะอยู่ในมิติใดก็ตามผู้นำหรือผู้บริหารตลอดจนผู้ปฏิบัติหน้าที่ในทุกตำแหน่งจะต้องตระหนักและนำมาเป็นแนวทางเพื่อให้การดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์ของพันธกิจภายใต้บริบทของคุณภาพ คุณธรรมบนความพอเพียงและความดีงาม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหลักธรรมาภิบาลจะเป็นปรัชญาหรือต้นทุนที่สำคัญสำหรับการบริหารจัดการ แต่ในทางกลับกันจะพบว่าในสังคมไทยโดยเฉพาะการบริหารจัดการประเทศ ซึ่งมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องรวมทั้งระบบราชการที่แฝงไปด้วยอำนาจ และผลประโยชน์มักจะเกิดปรากฏการณ์แห่งปัญหาให้เห็นอยู่เนืองๆ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ที่ผู้นำบางคนมักจะนำมาเป็นปฐมบทของการแสดงวิสัยทัศน์แต่กลับสวนทางกับความเป็นจริง เพราะคำว่าธรรมาภิบาลสำหรับตัวของผู้นำเหล่านั้น อาจจะเป็นเพียงแนวทางหนึ่งสำหรับการสร้างกระแสที่จะส่งผลต่อคะแนนนิยมของตนเอง และพวกพ้องเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

หัวใจสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งเป็นงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั้งมวลรวมทั้งระบบราชการเพื่อให้นำมาซึ่งความสำเร็จ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศจำเป็นที่จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมหรือสร้างระบบการถ่วงดุลที่จะพิสูจน์ถึงความโปร่งใสจากการบริหารจัดการของนักการเมืองและข้าราชการที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน

กลยุทธ์ในการสร้างการบริหารจัดการที่ดีเป็นหนึ่งในมิติของปรากฏการณ์ที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของประเทศอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะเฉพาะหน้า ระยะกลาง และระยะยาวหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าได้ถ่ายทอดและนำเสนอสู่สังคมในเชิงวิชาการเพื่อสนับสนุนการดำเนินการได้แก่การปฏิรูปใน 3 ส่วนประกอบด้วย ประการแรก ภาครัฐต้องปฏิรูปบทบาทหน้าที่ โครงสร้างและกระบวนการทำงานให้มีความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต ซื่อตรงมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลถือประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุดในการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเอกชน และภาคเอกชนได้อย่างราบรื่น

ประการที่สอง ภาคธุรกิจเอกชนต้องปฏิรูปการทำงานโดยยึดกติกาที่โปร่งใสมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเป็นธรรมต่อลูกค้า รับผิดชอบต่อสังคม มีมาตรฐานการบริการมีระบบตรวจสอบที่มีคุณภาพสามารถทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคประชาชนได้อย่างราบรื่น

และ ประการสุดท้าย ภาคประชาชนต้องสร้างเสริมให้ประชาชนเกิดความตระหนักในสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มีความรู้ความเข้าใจหลักการสร้างการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี

วันนี้เมื่อกล่าวถึงเรื่องความโปร่งใสอันเนื่องมาจากการบริหารจัดการของผู้นำไม่ว่าจะเป็นภาคการเมืองหรือภาคราชการหนึ่งในมิติของปัญหาที่กัดกร่อนและเกาะติดอยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานคือการคอร์รัปชั่น นักการเมืองมักจะตกเป็นจำเลยของสังคมยิ่งผู้ใดที่ได้รับบทบาทหน้าที่ในตำแหน่งที่สำคัญซึ่งมีทั้งอำนาจคน อำนาจเงินด้วยแล้วความกังขาหรือความไม่เชื่อมั่นที่เกี่ยวกับความโปร่งใสจะตามมาทันที

ในขณะที่ข้าราชการโดยเฉพาะผู้มีตำแหน่งในระดับสูงหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับอำนาจ และเงิน ซึ่งทั้งสององค์ประกอบเหล่านี้ผู้บริหารหรือผู้นำที่ยังอยู่ในวังวนของความไม่พอเพียงคนเหล่านี้มักจะแปลงอำนาจและเงินไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเองและพวกพ้องในมิติที่หลากหลาย

ในความเป็นจริงแล้วทุกคนที่มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการทุกภาคส่วนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่เข้าไปสู่บทบาทแห่งการสมมุติที่เปรียบเสมือนตัวละครที่ต้องเดินไปตามบท ตัวละครหรือผู้บริหารรายใดที่มีความยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล มีความพอเพียง เขาผู้นั้นย่อมจะได้รับผลหรือกรรมดีจากการกระทำไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันหน้า แต่หากตัวละครรายใดสร้างกรรมไม่ดีกับบ้านเมืองหรือคนรอบข้างผลกรรมจะตามทันดังที่แม่ย้อยซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครเด่นเรื่อง “กรงกรรม” รวมทั้งพิไลที่ได้รับอย่างทันตาเห็นมาแล้ว

เมื่อกล่าวถึงตัวละครที่จะต้องเดินไปตามบทแสดงที่ได้รับมอบหมายทำให้สะท้อนไปถึงอนาคตของการเมืองไทยที่อีกไม่นานจะมีรัฐบาลใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่จะเข้ามารับผิดชอบในการบริหารกิจการบ้านเมือง หรือในภาคส่วนของราชการและเอกชนใครก็ตามไม่ว่าจะหน้าใหม่หรือหน้าเก่าจำเป็นที่จะต้องสังวรณ์ในความถูกต้องและชอบธรรม

อํานาจเป็นสิ่งที่คนบางกลุ่มแสวงหาและพยายามก้าวไปให้ถึงไม่ว่าอำนาจนั้นจะได้มาด้วยความถูกต้องหรือด้วยกลวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตามอำนาจจะจีรังหรือยั่งยืนต้องประกอบไปด้วยคุณงามและความดีที่นำไปสู่ความศรัทธาและเชื่อมั่นของมวลชน จากประเด็นนี้ทำให้ผู้เขียนกลับไปค้นบทความเรื่อง “ในอำนาจมีความดีซ่อนอยู่” ซึ่งเป็นข้อเขียนของ รศ.ดร.สาโรจน์ มณีรัตน์ อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์นิด้า ที่ได้นำเสนอผ่านมติชนรายวันประจำวันที่ 18 กันยายน 2554 ในมิติกรณีศึกษาละครดังเกาหลีซึ่งเคยออกอากาศผ่านไทยทีวีสีช่อง 3

ข้อเขียนของ รศ.ดร.สาโรจน์ในครั้งนั้น ผู้เขียนเห็นว่ามีประโยชน์ที่ผู้บริหารในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงตลอดจนผู้ที่กำลังจะก้าวไปสู่วังวนแห่งอำนาจของการบริหารจัดการในอนาคตน่าจะพึงสังวรณ์และนำไปเป็นกรณีศึกษาจากการถ่ายทอดให้เห็นในปรากฏการณ์ของบทความดังกล่าวผู้เขียนเชื่อว่าบทความนี้มีสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวอักษรที่มากไปด้วยนวัตกรรมแห่งคุณค่าและสาระ

ความตอนหนึ่งในบทความกล่าวว่าไม่แปลกใจเลยที่ทำไมคนดูหนังเกาหลีถึงติดงอมแงม ทั้งนี้ เพราะหนังเกาหลีแทบทุกเรื่องนอกจากจะนำเสนอเรื่องราวของความรักระหว่างชนชั้นหากยังนำเสนอภาพของความขัดแย้งด้วย ความขัดแย้งที่ไม่ใช่เพราะต้องการให้พระเอกหลงรักตนเองแบบหนังไทยถึงขนาดตบตีเพื่อแย่งผู้ชายมาเป็นของตน แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มุ่งประเด็นไปที่ความต้องการในอำนาจ เพราะเชื่อว่าเมื่อมีอำนาจจะทำให้อีกฝ่ายอยู่รอด

ฉะนั้นในเรื่องของอำนาจนี่เองที่ทำให้เกิดฝ่ายต่างๆ ขึ้นทั้งฝ่ายของตัวอิจฉา ฝ่ายนางเอก และฝ่ายของพระเอกที่ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้อำนาจมาอยู่ในฝ่ายของตนมากที่สุดชนวนตรงนี้เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังเกาหลี

สําหรับละครเรื่องดังกล่าวจะกล่าวถึงความรัก ความขัดแย้งอันเนื่องมาจากอำนาจ และการแข่งแย่งชิงดีที่ถือได้ว่าเกิดมาจากความต้องการที่ไม่อยากสูญเสียและให้ตกเป็นของตนเองนานา แต่ในท้ายที่สุดของละครเรื่องนั้นสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจที่ได้มาจะต้องประกอบไปด้วยหลักธรรมาภิบาลบนพื้นฐานของคุณงามความดี และความศรัทธาของประชาชนตลอดจนคนรอบข้าง

เมื่อดูหนังดูละครแล้วก็คงต้องย้อนกลับมาดูตน ดังนั้นผู้บริหารทุกระดับเมื่อพร้อมที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเงิน อำนาจคน และองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจงตระหนักให้ถี่ถ้วนว่าในการบริหารจัดการนั้นถึงแม้นว่าโลก ณ วันนี้จะเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลและกระแสแห่งนวัตกรรมที่หลากหลายก็ตาม

ความสำเร็จที่จะบรรลุเป้าประสงค์นั้นจำเป็นที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล อำนาจและความดีที่เกิดจากความบริสุทธิ์ จึงจะเป็นศาสตร์และนวัตกรรมแห่งการบริหารกิจการบ้านเมืองที่แท้จริง

รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร
ratthapong.boo@kbu.ac.th

บทความก่อนหน้านี้‘วีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ’ปธ.บอร์ดแบงก์กรุงศรีฯ-กก.หลายบอร์ด เสียชีวิต
บทความถัดไป‘อุตตม’ เผย พปชร.จับตา ปชป.เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ ยัน ไม่ได้ต่อสายแจกเก้าอี้