ถามว่าขณะที่มีความบกพร่องปรากฏขึ้นตลอด 2 รายทางจาก กกต.ตั้งแต่ “ก่อน” และ “หลัง” การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหายไปไหน
ทั้งๆ ที่ในห้วงของการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2549 เคยมีบทบาทเป็นอย่างสูงในการเปิดโปงโจมตี กกต.ชุดของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ
ถามว่าขณะที่มีความพยายาม “ดูด” ส.ส.อันจะนำไปสู่การเกิดขึ้นของ “งูเห่า”
มวลมหาประชาชนที่เคยเคลื่อนไหวเปล่งคำขวัญ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ร่วมกับ กปปส.หายไปไหน ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองเช่นนี้
ถือได้ว่าเป็นความอัปยศ
ยิ่งการเคลื่อนไหวคิดสูตรของ กกต.อันนำไปสู่การแจก ส.ส.ให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็กทั้งๆ ที่ได้คะแนนมาเพียง 3 หมื่นกว่าๆ จากทั่วประเทศ ยิ่งทำให้เกิดคำถามต่อบทบาทของ นปช.
ไม่ว่า นปช. ไม่ว่า กปปส. ไม่ว่า พธม.ล้วนหายไปจากวงจรการเมือง
แม้ไม่มีคำอธิบายจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แม้ไม่มีคำอธิบายจากมวลมหาประชาชน กปปส. แม้ไม่มีคำอธิบายจากแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช.
แต่บทบาทของพรรคเพื่อไทยก็เห็นชัด
ยิ่งบทบาทของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะเป็น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ยิ่งเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นการแถลงที่พรรค ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยัง กกต.
ไม่เพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ยังสามารถสร้างพันธมิตรในแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.
กระทั่ง สามารถลงนามใน “สัตยาบัน” เพียง 3 วันหลังการเลือกตั้ง
เมื่อพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ หรือแม้กระทั่งพรรคเสรีรวมไทย ต่างมีบทบาท จึงแทบไม่มีความจำเป็นที่พันธมิตร หรือ กปปส. หรือ นปช.จะต้องออกโรง
การเมืองบน “ท้องถนน” ยังไม่จำเป็น เป็นการเมืองใน “รัฐสภา” ต่างหากที่มีความจำเป็น
หลายคนอาจเห็นภาวะหดหู่ เศร้าหมอง เกิดขึ้นภายในกระบวนการของการเลือกตั้ง เนื่องจากกฎกติกาที่กำหนดมาจาก คสช.
นั่นคือ ผลพวงจากรัฐประหารเมื่อปี 2557
ทั้งที่พรรคพลังประชารัฐรู้สึกอย่างท่วมท้นว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” แต่ชัยชนะอย่างแท้จริงยังเป็นของพรรคเพื่อไทย
ประชาชนยังไว้วางใจพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1
ขณะเดียวกัน ก็จากรัฐธรรมนูญอันสุดแสนอัปลักษณ์ พิกลพิการนี้เองที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่ได้แจ้งเกิดทางการเมือง
กลายเป็นพรรคอันดับ 3
เป็นรองก็เพียงพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ แต่มีความเหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย
นี่คือความงดงามจาก “การเลือกตั้ง” เป็นรางวัลจาก “ประชาชน”
เป็นธรรมดาที่เมื่อพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ เริ่มแสดงบทบาท เงื่อนไขของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เงื่อนไขของ กปปส. เงื่อนไขของ นปช.จึงค่อยหมดไป
รูปแบบที่เห็นคือ รูปแบบพรรคการเมือง
เหมือนที่หลายคนจากพันธมิตร จาก กปปส.เข้าไปมีบทบาทในพรรครวมพลังประชาชาติไทย เหมือนที่หลายคนจาก นปช.เข้าไปมีบทบาทในพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อชาติ
หนทางรัฐสภาเป็นทิศทางหลัก หนทางอื่นเป็นทิศทางเสริม

