หลังจากประกาศรายชื่อ สมาชิกวุฒิสภา 250 คน และรายชื่อสำรองอีก 50 คน ปฏิกิริยาจากสังคมบางส่วน แสดงถึงความข้องใจสงสัยว่า การแต่งตั้งบุคคลต่างๆ มีเหตุผลอย่างไร มีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างไร ซึ่งปฏิกิริยาต่างๆ นี้ เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เพราะรายชื่อส่วนมาก เป็นบุคคลในเครือข่ายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เรียกว่า แม่น้ำ 5 สาย และยังมีบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกับผู้มีอำนาจอีกจำนวนหนึ่ง
จากการตรวจสอบรายชื่อ 250 ส.ว. มีนายทหารและตำรวจรวมกัน 104 คน รวมถึงน้องชายของนายกรัฐมนตรี น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จำนวนเกือบครึ่งหนึ่ง มาจากกลุ่มแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. 71 คน รวม ผบ.เหล่าทัพ 3 คนที่เป็น ส.ว. โดยตำแหน่ง, สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปท. 24 คน มาจากคณะรัฐมนตรี 20 คน โดย 15 คน คือ รมต.ที่เพิ่งลาออกก่อนประกาศรายชื่อ จาก คสช. 5 คน ส.ว.บางคน เป็นสมาชิกสภาแต่งตั้งติดต่อกันมาถึง 13 ปี จากปี 2549 ส่วนหนึ่งยังมาจากอดีตผู้สมัคร ส.ส. และญาตินักการเมือง
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงมีการตั้งฉายาต่างๆ ติดตามมา อาทิ สภาเครือญาติ สภาเพื่อนพ้องพรรคพวก ฯลฯ ซึ่งเป็นเชิงลบ สาเหตุอาจเป็นเพราะวุฒิสภาในความรับรู้ของประชาชน หมายถึงสภาของผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกลางทางการเมือง เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนฯมาแล้ว และร่วมตรวจสอบรัฐบาลในเชิงวิชาการ นอกจากนี้ ในระยะหนึ่ง ที่มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง บางส่วนเป็นเครือญาติของ ส.ส. จนเกิดการโจมตีว่า เป็นสภาผัวเมีย จะต้องปฏิรูปการเมือง แต่แล้วสภาทำนองเดียวกันกลับคืนชีพมาอีก ในยุคที่เชื่อว่าผ่านการปฏิรูปมาแล้ว
บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 กำหนด ว่า ในห้าปีแรกนับแต่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้การเห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา บทบาทสำคัญของ 250 ส.ว. น่าจะได้แก่การลงมติสนับสนุนบุคคลเป็นนายกฯ นั่นเอง และนี่คือเหตุที่ 250 ส.ว. ต้องมาจากกลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดกับ คสช.มาก่อน และกระบวนการสรรหาจึงกระทำอย่างเงียบๆ และต้องติดตามกันต่อไปว่า ส.ว.250 คน จะแสดงบทบาทอย่างไรต่อไปในรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

