สะพานแห่งกาลเวลา : โดรนเพื่อชีวิต : โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งจากเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา

เป็นรายงานข่าวความสำเร็จของทีมงานจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ร่วมกับ ลีฟวิง ลีกาซี ฟาวเดชั่น มูลนิธิในบัลติมอร์ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการจัดหาอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายในรัฐแมรีแลนด์ทั้งหมด

ความสำเร็จของทีมงาน ซึ่งประกอบด้วย แพทย์, นักวิจัย, วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน ในการประเดิมใช้โดรน หรืออากาศยานไร้นักบิน (ยูเอวี) จัดส่งไตบริจาคจากบ้านหลังหนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยทางตะวันตกเฉียงใต้ของบัลติมอร์ ไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ห่างออกไป 4.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 10 นาที เพื่อให้ผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตอยู่ที่นั่นดำเนินกระบวนการผ่าตัดปลูกถ่ายได้เป็นผลสำเร็จ

ถือเป็นปฏิบัติการแรกของโลกสำหรับการใช้โดรนในการจัดส่งอวัยวะสำหรับการผ่าตัดปลูกถ่าย แต่ที่สำคัญคือคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน

นายแพทย์ โจเซฟ อาร์. สคาเลีย ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะประจำสำนักการแพทย์มหาวิทยาลัย
แมรีแลนด์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยเพื่อพิสูจน์แนวความคิดครั้งนี้ ระบุว่าการใช้โดรนเพื่อการขนส่งอวัยวะสำหรับปลูกถ่าย ที่ถูกเรียกเป็นการเฉพาะว่า “ออร์แกน โดรน” นี้เชื่อว่าจะแพร่หลายในอนาคตอันใกล้ เพราะสามารถช่วยให้เข้าถึงการปลูกถ่ายอวัยวะได้มากขึ้น ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และทำให้ได้อวัยวะในสภาพที่ดีกว่าเดิม มีคุณภาพกว่าเดิมอีกด้วย

คุณหมอสคาเลียบอกว่า การใช้โดรนสามารถลดเวลาในการจัดส่งอวัยวะไปยังผู้รับการปลูกถ่ายลงได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์จากความสำเร็จในกรณีนี้ชื่อ ทรินา กลิปซีย์ ผู้ป่วยโรคไตวัย 44 ปี ที่รอคอยไตบริจาคมานานถึง 8 ปี

เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่า อวัยวะสำหรับใช้ในการปลูกถ่ายนั้น ยิ่งเดินทางจากร่างกายผู้บริจาคถึงมือผู้รับบริจาคได้เร็วเท่าใด ยิ่งมีส่วนช่วยชีวิต หรือมีประสิทธิภาพในการยืดชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้นเท่านั้น ปัญหาที่ผ่านมาอยู่ในช่วงของการขนส่ง ซึ่งเดิมมีทั้งการใช้รถยนต์, เฮลิคอปเตอร์ เรื่อยไปจนถึงเครื่องบิน ซึ่งแต่ละอย่างก็มีข้อจำกัดด้วยกันทั้งนั้น

การเช่าเหมาลำเครื่องบินเพื่อขนส่งอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยนั้น ไม่เพียงราคาแพงมากเท่านั้น ยังมีข้อจำกัดในเรื่องที่จำเป็นต้องใช้สนามบินเป็นจุดเริ่มต้นทั้งตอนส่งและตอนรับ

การใช้เครื่องบินพาณิชย์ทั่้วไปก็ติดขัดความล่าช้า ส่วนเรื่องเครื่องบินเล็กนั้น นายแพทย์
สคาเลียบอกว่า เสี่ยงสำหรับทีมผ่าตัดสูงมาก ซึ่งทำให้ผู้รับบริจาคอวัยวะพลอยเสี่ยงตามไปด้วย

ศาสตราจารย์โรเบิร์ต กราบอยส์ นักวิจัยอาวุโส ประจำมหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน ในนครอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวิจัยครั้งนี้
บอกว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าน่าทึ่งอย่างมาก

นักวิชาการรายนี้บอกว่าในสถานการณ์หลายๆ อย่าง เช่นในกรณีมารดาเกิดอาการตกเลือดหลังคลอด ทุกนาที หรือวินาที มีค่าเท่ากับความเป็นความตาย ถ้าพื้นที่เป็นที่ทุรกันดาร หรือเป็นในเมืองที่สภาพการจราจรแออัด ติดขัด ถนนปกคลุมด้วยหิมะเป็นแผ่นน้ำแข็งลื่นไถล หรือใช้การไม่ได้เพราะน้ำท่วม การใช้โดรนคือวิธีที่เร็วที่สุดและแน่นอนที่สุดในการจัดส่งอุปกรณ์ ยา หรือในกรณีนี้ อวัยวะ เพื่อใช้งานทางการแพทย์

ที่น่าสนใจคือ โดรน ที่นำมาใช้เพื่อการนี้ต้องจัดทำเป็นพิเศษ ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ต้องใช้เวลาพัฒนาจนได้โดรนที่เหมาะสมถึง 3 ปี โดยนอกจากจะมีกล่องบรรจุอวัยวะเพิ่มเติมไว้ด้านล่างของตัวโดรน 8 ใบพัด ซึ่งขึ้นลงในแนวดิ่งได้แล้ว ยังจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสมรรถนะสูง พร้อมแบตเตอรี่สำรองและระบบเพาเวอร์เทรน เพื่อให้แน่ใจว่า โดรนจะสามารถลอยตัวอยู่ได้แม้บางส่วนจะขัดข้องก็ตาม

นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องมีร่มชูชีพ เพื่อให้โดรนและสัมภาระเพื่อชีวิตของมันสามารถลงสู่พื้นได้โดยไม่มีอะไรเสียหายในกรณีที่เกิดขัดข้องไปต่อไม่ได้จริงๆ

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนรวมทั้ง นายแพทย์สคาเลีย คาดว่า หากสามารถแก้ไขเงื่อนไขเรื่องกฎการบินและความน่าเชื่อถือของโดรนได้

อีกแค่เพียง 2-3 ปีข้างหน้าเท่านั้น บริการ “ออร์แกนโดรน” เช่นนี้จะกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นกันเป็นประจำในพื้นที่ที่จำเป็นแน่นอนครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon