ทุกผู้คนล้วนปรารถนา “ความสงบ” ไม่ว่าปุถุชนกิเลสหนา ไม่ว่านักพรตซึ่งปลีกวิเวก แต่มาตรฐานแห่งความสงบก็ไม่เหมือนกัน
เป้าหมายของ “นักพรต” คือ ความสงบอย่าง “วิมุติ” หลุดพ้น
เป้าหมายของ “ปุถุชน” กิเลสหนา คือ ความสงบอย่างธรรมดา ปกติ ปลอดพ้นจากราคะ โทสะ และโมหะ อันยังความเศร้าหมองให้บังเกิด
แสดงให้เห็นว่า “ความสงบ” มิได้ดำรงอยู่อย่าง “สถิต” ตายตัว
ตรงกันข้าม ความสงบดำรงอยู่และดำเนินไปในลักษณะอันไหลเรื่อยไปตามเหตุ ตามปัจจัยซึ่งเข้ามาสัมพันธ์ เกี่ยวข้อง
การเอ่ยถึง “ความสงบ” จึงไม่ควรเอ่ยถึงอย่าง “เลื่อนลอย”
เพราะหากเมื่อใดที่เอ่ยถึงอย่างเลื่อนลอยย่อมดำเนินไปอย่างว่างโหวง ไร้รากฐาน ไม่มีแหล่งยึดเหนี่ยว
ขาดความน่าเชื่อถือ
เหมือนกับเป็นถ้อยคำอัน “เปล่ากลวง” ไม่สามารถนิยาม ไม่สามารถทำความเข้าใจ ไม่สามารถสรุป ไม่สามารถสัมผัสและจับต้องได้
การทำความเข้าใจต่อ “ความสงบ” จึงสำคัญ
กล่าวในทางธรรม ความสงบดำรงอยู่อย่างสัมพันธ์กับ “ความสะอาด” และ “ความสว่าง” เพราะว่าคนจะสงบได้ก็ต้องดำรงอยู่อย่างสะอาด
ขณะเดียวกัน เมื่อบังเกิด “ความสงบ” ก็จะนำไปสู่ “ความสว่าง”
เมื่อนำแต่ละถ้อยคำเหล่านี้มาวางเปรียบเทียบก็จะประจักษ์ว่า ความสะอาด ความสงบ และความสว่าง มีรากฐานมาจาก ศีล สมาธิ ปัญญา
อันรับรู้ได้ผ่าน “มรรค 8”
สัมมาวาจา เจรจาชอบ 1 สัมมากัมมันตะ ทำการชอบ 1 สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ 1 สัมมาวายะ เพียiชอบ 1 ถือว่าเป็นศีล
สัมมาสติ ระลึกชอบ 1 สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ 1 ถือว่าเป็นสมาธิ
สัมมาทิฐิ เห็นชอบ 1 สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ 1 ถือว่าเป็นปัญญา
หากผู้ใดถึงพร้อมแห่ง “มรรค 8” ถือว่าครบถ้วนโดยองค์ประกอบ คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เรียกเต็มว่า “อริยอัฏฐังคิกมรรค”
แปลออกมาได้ว่า “ทางมีองค์ 8 ประการอันประเสริฐ”
จะเห็นได้ว่าในทางธรรม “สมาธิ” หรือ “ความสงบ” จึงเท่ากับเป็นห่วงโซ่ข้อกลาง นั่นก็คือ เป็นผลอันมาจาก “ศีล” หรือ “ความสะอาด” และนำไปสู่ “ความสว่าง” หรือ “ปัญญา”
นั่นคือ “ทางธรรม” แต่ใน “ทางโลก” เล่า วิถีแห่ง “ความสงบ” จะดำเนินไปอย่างไร
แม้ว่าหนังสือ “พจนานุกรม ฉบับมติชน” จะให้ความหมายของคำว่า “สงบ” เอาไว้ที่หน้า 830 บรรทัดที่ 15 จากบน สดมภ์ 1 นั่นคือ
ราบเรียบ 1 เงียบ 1 นิ่ง 1 กลับเป็นปรกติ 1 ระงับ 1
แต่ก็ต้องยอมรับว่า “ความสงบ” ปรากฏขึ้นและดำรงอยู่ในหลายรูปแบบ นั่นก็คือ “สงบสุข” อย่างเป็นสุข ไม่มีเรื่องรบกวนใดๆ นั่นก็คือ “สงบเสงี่ยม” ระงับกิริยาด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว
“สงบราบคาบ” เงียบสงบอยู่ใต้อำนาจ
“สงบปากสงบคำ” ระมัดระวังถ้อยคำ ไม่พูดมาก
หากนำเอาแต่ละถ้อยคำข้างต้นมาประมวลเข้าและจัดหมวดหมู่ เราก็จะได้ความสงบอย่างน้อยที่สุด 2 ความสงบที่แตกต่างกัน
1 ความสงบเรียบร้อย และ 1 ความสงบราบคาบ
ความสงบเรียบร้อยสัมพันธ์อย่างแนบแน่นอยู่กับความสงบสุข ขณะเดียวกัน ความสงบราบคาบสัมพันธ์อย่างแนบแน่นอยู่กับความสงบปากสงบคำ
ความสงบเรียบร้อยได้ “ความสงบสุข”
ความสงบราบคาบได้ “ความสงบปากสงบคำ” ประสานเข้ากับ “ความสงบเสงี่ยม” ระงับกิริยาด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว
1 สะท้อนลักษณะ “ประชาธิปไตย” 1 สะท้อนลักษณะ “เผด็จการ”
1 สอดรับกับความปรารถนาของประชาชน 1 สอดรับกับความปรารถนาของผู้มีอำนาจ
คําเอ่ยอ้างว่าต้องการให้เกิด “ความสงบ” จึงต้องถามต่อว่า เป้าหมายเป็นความสงบในกระสวนใดกันแน่
คำถามนี้จะถามคนเอ่ยอ้างย่อมไม่ถูกต้อง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถามและหาคำตอบเอาจากประชาชนซึ่งเป็นเป้าหมายของการปกครอง ของการจัดระเบียบ
“ความรู้สึก” ของประชาชน คือ คำตอบสุดท้าย

