โลกยุคใหม่ที่พัฒนาก้าวหน้า มักยึดมั่นในระบบ มากกว่าจะยึดในตัวบุคคล เชื่อในหลักการ ปฏิเสธลัทธิบูชาตัวบุคคล ส่วนหนึ่งก็เป็นไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สังคมยุคปัจจุบันล้วนเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ของแต่ละสังคมแต่ละประเทศ ควรเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตัวเอง
หมดสิ้นไปแล้ว สำหรับยุคที่คนหยิบมือเดียวเป็นคนฉลาด แต่คนส่วนใหญ่เป็นคนโง่ไร้ความรู้
เหล่านี้จึงทำให้สังคมประเทศส่วนใหญ่ในโลก หันมาใช้การปกครองระบบประชาธิปไตยเป็นหลัก เป็นระบบที่สอดคล้องกับพัฒนาการของมวลมนุษย์ในยุคนี้มากที่สุด
ประชาธิปไตยกำหนดให้อำนาจการเมืองกระจายไปอยู่ในมือคนส่วนใหญ่
ประชาธิปไตยมีผู้นำที่ผลัดเปลี่ยนกันมาปกครอง เป็นซ้าย เป็นขวา เป็นอะไรต่อมิอะไรได้ทั้งนั้น หากคนคนนั้นตรงกับกระแสสังคมของประชาชนส่วนใหญ่ในเวลานั้น
การเมืองแบบนี้คือยึดในระบบ ไม่บูชาบุคคล
อย่างที่เรากำลังรำลึกถึงวีรชนเมื่อพฤษภาคม 2535 ในเดือนนี้ ไม่ควรเป็นแค่พิธีกราบไหว้คนที่เสียสละชีวิต แต่ต้องยึดในเจตนารมณ์ของการต่อสู้ครั้งนั้น
เจตนารมณ์ที่ต้องการนายกฯมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ก็เพราะเป็นนายกฯที่มาตามระบบ กำหนดด้วยอำนาจในมือคนส่วนใหญ่
ประชาชนเมื่อพฤษภาคมปี 2535 ไม่ยอมรับนายกฯที่กำหนดจากคนหยิบมือ
ด้วยผลพวงของการต่อสู้ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนในเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงทำให้รัฐธรรมนูญฉบับต่อจากนั้น เขียนเอาไว้ชัดเจน ให้นายกฯมาจาก ส.ส.
กระนั้นก็ตาม ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังผ่านการนองเลือดหมาดๆ
เมื่อรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ยอมลาออก เพราะทนกระแสต้านจากประชาชนไม่ไหว ขณะที่รัฐสภายังคงดำรงอยู่ จึงต้องสรรหานายกฯคนใหม่มารับหน้าที่แทน
คิวมาตกที่ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ หัวหน้าพรรคใหญ่ในสภา แต่สุดท้ายต้องแต่งชุดรอเก้อ
เมื่อ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานสภา ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นนายอานันท์ ปันยารชุน
ดร.อาทิตย์ได้รับการยกย่องอย่างมาก ในฐานะผู้กล้าหาญ กล้าเปลี่ยนชื่อนายกฯ
เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังต่อเนื่องจากช่วงพฤษภาทมิฬ และกลุ่มพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.สุจินดาเป็นนายกฯ พลอยถูกต่อต้านไปทั้งหมด
การตัดสินใจของ ดร.อาทิตย์ จึงช่วยดับวิกฤตขณะนั้นอย่างได้ผล
แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป หลายคนมานั่งทบทวนรายละเอียดประวัติศาสตร์ เริ่มมีเสียงโต้แย้งว่า การตัดสินใจเปลี่ยนชื่อนายกฯของ ดร.อาทิตย์นั้น ไม่ใช่การยึดในวิถีทางประชาธิปไตย
ไปเอาคนนอกมาแทนคนที่มีเสียงสนับสนุนตามระบบรัฐสภา
แม้จะเห็นด้วยว่าสถานการณ์เวลานั้นมีความจำเป็นต้องทำ แต่ไม่เห็นด้วยกับการยกย่องเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย
ควรจะเป็นวีรบุรุษคลี่วิกฤตหลังพฤษภาทมิฬมากกว่า
เพราะประชาธิปไตยเชื่อในระบบ ไม่บูชาตัวบุคคล
ประชาธิปไตยไม่มีวีรบุรุษ ไม่เอาฮีโร่ ไม่ยอมรับอัศวินม้าขาว
เอาเข้าจริงๆ การตัดสินใจเมื่อเดือนมิถุนายน 2535 ของ ดร.อาทิตย์ น่าจะอยู่บนพื้นฐานความคิดอันตรงกับที่แสดงออกในวันนี้
นั่นคือ เพิ่งเรียกร้อง คสช.ให้ปฏิรูปประเทศต่อไป โดยบอกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการเลือกตั้ง!?!

