สถาปนิกนามก้องโลกชาวอเมริกัน-เชื้อสายจีน “เป้ย อี้หมิง” (貝聿銘) หรือที่รู้จักกันในนาม “I.M.Pei” ได้ถึงแก่กรรมด้วยวัย 102 ปี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐ
“เป้ย อี้หมิง” คือสัญลักษณ์ของประเทศจีน ความสำเร็จในชีวิตสะท้อนให้เห็นถึงปัญญาของคนจีน และสีสันแห่งการประสมประสานวัฒนธรรมตะวันออกและตกเข้าด้วยกันอย่างเด่นชัดยิ่ง
เขาเกิดที่ประเทศจีน ปี 1917 ซึ่งเป็นปีที่จีนมีความอ่อนแอ คนจีนถูกต่างชาติรังแก
1935 ไปศึกษาที่สหรัฐก่อนที่กองทัพญี่ปุ่นรุกรานจีน คนจีนมีความกังวลโดยทั่วกัน เมื่อสำเร็จการศึกษา ตั้งใจจะกลับบ้าน แต่ประเทศจีนกำลังถูกต่างชาติประณามหยามเหยียด
“เป้ย อี้หมิง” มีบ้านแต่กลับไม่ได้ เพราะเป็นยามยากของคนจีน
1949 เป็นปีที่สถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในขณะที่เขาเพิ่งเริ่มทำงาน
ฉะนั้น การตั้งหลักประกอบสัมมาอาชีพในสหรัฐจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
หลังจากบรรยากาศอึมครึมจีน-สหรัฐคลายไป จึงได้ร่วมเดินทางเยือนจีนพร้อมกับคณะสถาปนิกสหรัฐ ในฐานะเป็นแขกต่างประเทศของรัฐบาลจีน ทั้งที่เป็นคนจีนเลือดจีน 100%
การเยือนจีนครั้งนั้นเป็นโอกาสครั้งแรกที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของถิ่นกำเนิด
กระทั่งประเทศจีนทำการปฏิรูปเปิดประเทศ จึงมีโอกาสกลับมาเยี่ยมประเทศจีนอย่างอกผายไหล่ผึ่ง และได้รับ “Job” โดยตอบรับเป็นผู้ออกแบบโรงแรมเซียงซาน
(香山飯店) ที่ปักกิ่ง
2002 เยี่ยมบ้านเกิดที่มณฑลซูโจวในขณะที่ย่างเข้าปัจฉิมวัยนานแล้วคือ 85 และเป็นผู้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ซูโจว (蘇州博物館) เป็นสัญลักษณ์ของซูโจว เป็นผลงานของคนซูโจว
“เป้ย อี้หมิง” เกิดในครอบครัวที่มีชาติตระกูลสูง ปู่เป็นทั้งนักวิชาการและนักธุรกิจ เป็นผู้ก่อตั้งธนาคารออมสินเซี่ยงไฮ้ ส่วนบิดาเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศจีน
เขาเติบโตที่บ้านเกิดซูโจวต่อมาไปศึกษาที่สหรัฐ แม้ได้ซึมซับด้วยวัฒนธรรมตะวันตก แต่ก็ไม่ลืมวัฒนธรรมจีน กลับมีความเลื่อมใสภาษาจีนและแม้จะเป็นสถาปนิกระดับโลกของค่ายตะวันตก แต่ก็สนใจหนังสือจีน ชอบอ่านตำราของ “เหล่า จื่อ” ซึ่งเป็นนักคิดในสมัยชุนชิว เขากล่าวว่า “ตำราเหล่าจื่อ” มีส่วนช่วยพัฒนางานออกแบบก่อสร้างได้ดีกว่าตำราอื่นใด เนื่องจากมีพื้นฐานความรู้ทั้งจีนและตะวันตกเป็นผลลัพธ์ทางปัญญา อีกทั้งความปรีชาสามารถในการหล่อหลอมวัฒนธรรมตะวันออกและตกให้เข้าด้วยกันด้วยปัญญาแห่งประณีตศิลป์
นอกจากนี้ ยังนำวัฒนธรรมโบราณและสมัยใหม่ประสมประสานเข้าด้วยกัน และนำมาประยุกต์ใช้ โดยออกแบบเพื่อการก่อสร้างตามแต่กรณี
ก็เพราะมุมมองปราดเปรื่อง เฉียบคม จึงกลายเป็น “ดาวรุ่งพุ่งแรง” กลายเป็นสถาปนิกระดับ “TOP” ของโลก ผลงานจึงเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งที่มีพื้นฐานต่างกัน
การออกแบบของเขาเป็นที่นิยมทั่วยุโรป สหรัฐ ตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น และประเทศจีน
เมื่อคราวสร้างหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ “แจ็กเกอลีน” อดีตสตรีหมายเลข 1 สหรัฐเจาะจงให้เป็นผู้ออกแบบ เช่นเดียวกับห้องแสดงผลงานศิลปะวอชิงตัน ก็เป็นฝีมือคนเดียวกัน
ผลงานชิ้นโบแดงคือ “พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์พีระมิดแก้วฝรั่งเศส” อดีตประธานาธิบดีฟร็องซัว มีแตร็องเป็นผู้ที่เชิญให้เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อันเป็นผลงานที่ประสมประสานด้วยวัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่ ปัจจุบันกลายเป็นโบราณสถานที่ชาวฝรั่งเศสรักและหวงแหน อีกทั้งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ความสำเร็จของ “เป้ย อี้หมิง” ไม่ธรรมดา บุคคลที่ประกอบสัมมาอาชีพในต่างแดนสามารถประสบความสำเร็จนั้น จำต้องใช้ความมานะอุตสาหะมากกว่าคนท้องถิ่นเป็นทวีคูณ อีกประการ 1 ถ้าเป็นคนจีนที่ใช้วัฒนธรรมจีนเป็นพื้นฐาน บวกเข้ากับวัฒนธรรมตะวันตก ทำได้บรรจงลงตัวพอดีด้วยประณีตวิธี เป็นการสื่อถึงบริบทของสองวัฒนธรรม
ก็เพราะได้รับการศึกษาตะวันตกตั้งแต่เยาว์วัย และไม่ลืมวัฒนธรรมจีน เลือดจีนเข้มข้นไม่เสื่อมคลาย มีความสามารถเฉพาะตัว ทำให้สองวัฒนธรรมขจรขจายไปทั่วโลกา
ฉะนั้น ชื่อเสียงจึง “ขจรขจาย” ไปทั่ว ชนะใจและเป็นที่ยอมรับของชาวตะวันตก
นักเขียนชื่อ Connell ได้เขียนไว้ในหนังสือ “อัตชีวประวัติ” ของ “เป้ย อี้หมิง” มีความตอนหนึ่งว่า “สถานภาพจีนของเขาเคยได้รับการเลือกปฏิบัติจากคณะกรรมการสถาปัตยกรรมที่มีใจคอคับแคบ กล่าวคือ การเลือกที่รักมักที่ชัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นต่างประเพณี”
ในหนังสือเล่มดังกล่าวยังได้อ้างถึงนักวิเคราะห์ชาวอเมริกันท่านหนึ่งที่ทำการประเมิน “เป้ย อี้หมิง” ว่า เป็นทรัพยากรที่โบราณศิวิไลซ์ที่สุด สุขุมคัมภีรภาพ มีประพฤติธรรมอันสูงส่งในมาดเสื้อคลุมอันศักดิ์สิทธิ์ที่อุดมด้วยวัฒนธรรม คล้ายกับสะท้อนให้เห็นว่า ข้าพเจ้าคือคนจีนที่ทรงคุณค่า พวกท่านคือคนป่าเถื่อน (barbarian) จึงไม่มีวันที่จะเข้าใจตรรกะนี้ได้
เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน เขาได้รับคำเหน็บแนมหรือถ้อยคำแดกดันอยู่เป็นนิจ แต่เมื่อกลับไปแสดงผลงานชิ้นแรกที่ประเทศจีน คนจีนซึ่งมีบรรพบุรุษเดียวกันก็มองเขาอีกสายตาหนึ่ง
การออกแบบก่อสร้างโรงแรมเซียงซาน ที่ปักกิ่ง “เป้ย อี้หมิง” มีความคิดให้นำเอาเทคนิคการก่อสร้างแบบตะวันตกและรูปแบบการก่อสร้างแบบจีนโบราณประสมประสานเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการสร้างรูปแบบใหม่ให้แก่วงการก่อสร้างของจีน และหวังเพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่สถาปนิกรุ่นใหม่ เพราะเป็นการรวมกันระหว่างเก่ากับใหม่
แต่เป็นเวลาที่การปฏิวัติทางวัฒนธรรมเพิ่งยุติ แนวคิดใหม่ของเขาจึงไม่ได้รับการตอบสนอง
อย่างไรก็ตาม ผลงานออกแบบก่อสร้างโรงแรมดังกล่าว ก็ยังได้รับรางวัลสูงสุดแห่งวงการก่อสร้างของโลก คือ รางวัล “Pritzker Prize” และได้จัดสรรเงินรางวัลส่วนหนึ่ง ตั้งเป็นกองทุนการศึกษา เพื่อส่งเสริมนักศึกษาจีนให้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐ
ผลงานอมตะอีกชิ้น 1 คือ ออกแบบก่อสร้างอาคารธนาคารแห่งประเทศจีนสาขาฮ่องกง ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางของเกาะฮ่องกงคู่ขนานกับธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้
ขณะนั้น เขาคิดว่าธนาคารแห่งประเทศจีนควรต้องมีรูปแบบทันสมัย และต้องมีโครงสร้างที่มั่นคง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดาเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศจีน แต่หลังจากที่ประเทศจีนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ธนาคารจีนก็ตกเป็นทรัพย์สินของประเทศ แต่เขาก็มิได้ติดใจในประเด็นนี้ ทำงานออกแบบก่อสร้างธนาคารจีนตามปกติและตามงบประมาณที่จำกัด จนสำเร็จลุล่วงเป็นผลงานล้ำเลิศประเสริฐสุดอีกชิ้น 1
ตลอดชีวิตของ “เป้ย อี้หมิง” ได้ทำงานชิ้นใหญ่ๆ จำนวนมากหลาย จนกลายเป็นบุคคลแห่งตำนานของโลก ยิ่งใหญ่จริง ยิ่งใหญ่อันมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
แม้จะประกอบสัมมาอาชีพอยู่ต่างแดน ถือสัญชาติอเมริกัน แต่ก็ไม่เคยลืมความเป็นจีน ไม่เคยลืมว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขจีน เพราะถือเสมือนว่า เป็นตัวแทนของประเทศจีนที่ไปทำงานในต่างประเทศ เป็นศักดิ์ศรีของประเทศจีน เป็นความภูมิใจของคนจีน
นอกจากได้รับการเทิดทูนจากคนจีน ยังได้รับความเคารพนับถือจากคนทั่วโลก
บัดนี้ “เป้ย อี้หมิง” ได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว แต่นามยังอยู่ยังโยงยาม เหลือไว้ซึ่งคุณงามความดีและผลงานไว้ให้คนรุ่นหลังยึดถือปฏิบัติตาม และเป็นที่ประจักษ์ว่า เขาคือ “บุคคลของโลก”
จากไป 102 ปี โลกน้อมอัญชลี

