หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : วัฒนธรรมสำริดบ้านเชียง และที่อื่นๆ ต้นแบบพระพุทธรูปและเทวรูปสำริดสุโขทัย

28.05.16 | 00:15 น.
(ซ้าย) พระพุทธรูปสำริด ปางลีลา แบบสุโขทัย (ประดิษฐานในระเบียงคด พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ) (ขวา) เทวรูปพระอิศวร สำริด แบบสุโขทัย (จัดแสดงในพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

วัฒนธรรมสำริดบ้านเชียง (ต. บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี) เก่าสุดมีอายุราว 3,000 ปีมาแล้ว ส่วนหม้อลายเขียนสี มีอายุราว 2,500 ปีมาแล้ว
[กรมศิลปากร กำหนดอายุวัฒนธรรมบ้านเชียงเก่าสุดราว 5,600 ปีมาแล้ว]
ชุมชนและวัฒนธรรมบ้านเชียง มีสืบเนื่องมาจนราวหลัง พ.ศ. 700 (ราว 1,800 ปีมาแล้ว)
หมายความว่าวัฒนธรรมบ้านเชียงมีก่อนพุทธกาล แล้วมีต่อเนื่องจนหลังพุทธกาล ราวหลัง พ.ศ. 700 นับเป็นยุคเหล็ก หรือยุคสุวรรณภูมิ
วัฒนธรรมบ้านเชียง มิได้จำกัดอยู่เฉพาะบ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี แต่ครอบคลุมทั้งอีสานเหนือ แอ่งสกลนคร ซึ่งมีบริเวณกว้างขวางรวมทั้งสองฟากแม่น้ำโขง ที่มีเวียงจันเป็นศูนย์กลาง

เส้นทางคมนาคมข้ามภูมิภาค

ชุมชนบ้านเชียง เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว อยู่บนเส้นทางคมนาคมข้ามภูมิภาค
ระหว่างลุ่มน้ำโขง ถึงมณฑลยูนนาน ทางทิศเหนือ กับอ่าวเมาะตะมะ ทางทิศ ตะวันตก, อ่าวตังเกี๋ย ทางทิศตะวันออก, และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงอ่าวไทย ทางทิศใต้ โดยผ่านลุ่มน้ำน่าน-ยม จึงพบชุมชนยุคเหล็ก ราว 2,500 ปีมาแล้ว ที่สุโขทัย

บ้านเชียงร้าง

หลัง พ.ศ. 700 เส้นทางคมนาคมข้ามภูมิภาคเปลี่ยนไป มีศูนย์กลางอยู่ริมแม่น้ำโขง (บริเวณเวียงจัน) กับใต้ทิวเขาภูพาน (บริเวณลุ่มน้ำชี-มูล)
ส่งผลให้ชุมชนและวัฒนธรรมบ้านเชียงค่อยๆ ลดความสำคัญ แล้วหายไป

บ้านเชียงไปอยู่ที่อื่น ถึงสุโขทัย

คนในวัฒนธรรมบ้านเชียงชำนาญทำโลหะ ทั้งสำริดและเหล็ก ทยอยเคลื่อนย้ายและโยกย้ายอพยพไปอยู่ที่อื่นซึ่งอุดมสมบูรณ์กว่า ดังนี้
1. ไปอยู่ริมแม่น้ำโขง บริเวณเวียงจัน ที่ต่อไปจะเติบโตเป็นบ้านเมืองและรัฐสยาม (เสียมกุก)
2. ไปอยู่บริเวณลุ่มน้ำชี, มูล และทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ต่อไปจะเติบโตเป็นบ้านเมืองและรัฐใหญ่ (พิมาย, พนมรุ้ง, ฯลฯ)
3. ไปอยู่บริเวณลุ่มน้ำน่าน-ยม ที่ต่อไปจะเติบโตเป็นบ้านเมืองและรัฐสุโขทัย ชำนาญหล่อพระพุทธรูปสำริด
การเคลื่อนย้ายจากบ้านเชียงไปลุ่มน้ำน่าน-ยม มีหลักฐานสนับสนุนจำนวนมาก โดยเฉพาะวัฒนธรรมแบบอีสาน พบตามรายทางลงไปตามช่องเขาถึงบริเวณ อ. นครไทย, อ. วังทอง, อ. เมืองฯ จ. พิษณุโลก และ จ. อุตรดิตถ์ กับชุมชนถลุงโลหะที่ อ. บ้านด่านลานหอย จ. สุโขทัย ฯลฯ
[ความรู้เหล่านี้ล้วนได้จากงานสำรวจและวิจัยจำนวนมากของ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม]

50 ปี พบบ้านเชียง

พ.ศ. 2509 นายสตีเฟ่น บี. ยัง (ชาวอเมริกัน) ไปถึงบ้านเชียง พบเศษภาชนะดินเผาลายเขียนสีทั่วไปในหมู่บ้าน จึงเก็บส่งรายงานให้กรมศิลปากรตรวจสอบ แล้วลงความเห็นว่ามีความสำคัญยิ่ง ทางการไทยจึงถือเป็นพบบ้านเชียงครั้งแรก เมื่อ 50 ปีมาแล้ว
นายสตีเฟ่น บี. ยัง เป็นบุตรอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ขณะนั้นไปบ้านเชียงเพื่อเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์

Advertisement