ผาดแรกที่เห็นชื่อ “ไม้เท้าตีสุนัข” พลันภาพของ “อั้งชิดกง” ประมุขพรรคกระยาจก ก็สดใส กาววาวขึ้น คล้ายกับจะเป็น “ความต่อเนื่อง”
แต่ไม่ใช่
เพราะเป็นเรื่องของ “ไต้เทียนหลี่” อยู่ในยุคหลังปฏิวัติซินไฮ่เมื่อเดือนตุลาคม 1910 โค่นล้มราชวงศ์ชิง
มิได้เป็นยุคแห่งราชวงศ์ซ้องอันปรากฏใน “มังกรหยก”
จุดร่วมอย่างสำคัญก็คือ เป็นการต่อสู้กับการรุกรานเข้ามาของ “ต่างชาติ” จะต่างก็เพียงแต่อั้งชิดกงต่อสู้กับพวกไต้กิมก๊ก
ขณะที่ไต้เทียนหลี่ต่อสู้กับจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น
“ไม้เท้าตีสุนัข” ซึ่ง เรืองชัย รักศรีอักษร แปลมาจากต้นฉบับภาษาจีนของ “กัวจิ้งอวี่” จึงมิได้เป็นเรื่องกำลังภายใน หากเป็นเรื่องในแบบ “ทหารน้อยจางก่า” และ “หลิวหูหลาน”
เพียงแต่มิได้เป็น “นวนิยาย” หากเป็นเรื่องอันถอดมาจากบทโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงของสถานีโทรทัศน์ CCTV แห่งประเทศจีน
เป็นงานศิลปะในเชิงอัตถนิยม เป็น “สัจจะสังคม”
เนื่องจาก “ไม้เท้าตีสุนัข” เป็นเรื่องในยุคที่จักรวรรดินิยมญี่ปุ่นรุกรานจีน ฉากส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ จุดหลักอยู่ที่เมืองเร่อเหอ
ไม่ใช่ปักกิ่ง ไม่ใช่เซี่ยงไฮ้ และไม่ใช่เสฉวน
“กัวจิ้งอวี่” แม้จะมีปฏิมาของ “ไต้เทียนหลี่” เป็นสดมภ์หลัก แต่ก็ประมวลเอาปฏิมาแห่งขบวนการต่อสู้กับต่างชาติเข้ามานำเสนอและเปรียบเทียบอย่างคึกคัก
ไต้เทียนหลี่ เป็นตัวแทนของพรรคกานจื่อ เป็นผู้รักชาติ
ขณะเดียวกัน ก็ยังมีขบวนแถวของบุคคลอย่าง “เอ้อยาโถว” ซึ่งแม้จะเป็นโจร แต่เมื่ออยู่ในเงื่อนไขที่แผ่นดินถูกยึดครองก็พร้อมแปรกระบอกปืนเข้าหาทหารต่างชาติ
ทั้งยังมี “เกาจิ้งหู” อาจารย์ ปัญญาชนปฏิวัติ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
ความน่าสนใจของ “ไม้เท้าตีสุนัข” จึงอยู่ที่สีสันแต่ละสีสันอันแปลกตา ระทึกใจของขบวนการรักชาติ
ทั้งที่เคลื่อนไหวอย่างเป็นไปเอง ทั้งที่
เคลื่อนไหวอย่างมีการชี้นำจากพรรคคอมมิวนิสต์ในระดับท้องถิ่นและจากศูนย์กลางพรรคที่เยนอาน ทั้งที่เคลื่อนไหวแบบ “โจร”
ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวรักชาติโดยความเป็นคนจีน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวรักชาติโดยสำนึกว่าเป็นการรุกรานของจักรวรรดินิยมนักล่าเมืองขึ้นยุคใหม่ กระนั้น จุดร่วมอย่างสำคัญของทุกขบวนการ
คือ ดำเนินไปอย่างมีลักษณะ “จัดตั้ง”
ดร.ซุน ยัด เซ็น เคยกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงแห่งการเคลื่อนไหว ปลุกระดมชาวจีนเพื่อก่อตั้งเป็นขบวนการโค่นราชวงศ์ชิง สถาปนาระบอบประชาธิปไตยว่า
ที่จีนอ่อนแอเพราะขาดความเป็นเอกภาพ มีลักษณะเหมือนทรายที่ร่วนซุยแตกกระจาย
เป้าหมายของ ดร.ซุน ยัด เซ็น ก็คือการจัดตั้งพรรคก๊กมินตั๋งโดยเอาความจัดเจนมาจากสมาคมพี่น้องของสังคมจีนซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ยุคของเล่าปังกระทั่งจูหยวนจาง
การจัดตั้งทำให้พรรคก๊กมินตั๋งมีความแข็งแกร่ง
เมื่อความคิดลุกขึ้นสู้ โค่นราชวงศ์ชิงของพรรคก๊กมินตั๋งประสบความสำเร็จในการปฏิวัติซินไฮ่เมื่อปี ค.ศ.1910 แต่สังคมจีนก็ยังอ่อนแอ ตกอยู่ในสภาพแตกแยก ระส่ำระสาย จึงมีปัญญาชนจีนกลุ่มหนึ่งก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นในปี ค.ศ.1921
1 อาศัยความจัดเจนจากการจัดตั้งของขบวนการชาวนาแต่โบราณ 1 อาศัยทฤษฎีการปฏิวัติอันได้รับความสำเร็จจากพรรคบอลเชวิคแห่งสหภาพโซเวียต
ต่อสู้อย่างสลับซับซ้อนจากปี ค.ศ.1921 กระทั่งได้ชัยชนะในปี ค.ศ.1949
บทเรียนและความเป็นจริงจากประวัติศาสตร์จีน จึงสะท้อนผ่านบทเรียนและความเป็นจริงจากการต่อสู้ของไต้เทียนหลี่
จุดเด่นอันทำให้หนังสือ “ไม้เท้าตีสุนัข” ทรงความหมายเป็นอย่างสูงก็คือ เงาสะท้อนการปะทะในทางวัฒนธรรม ความคิดอย่างมีนัยสำคัญ
1 วัฒนธรรมขงจื๊ออันสืบทอดมาอย่างยาวนาน
ขณะเดียวกัน 1 วัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่
อันเป็นผลพวงของการปฏิวัติซินไฮ่ และ 1 วัฒนธรรมของความคิดใหม่จากการปฏิวัติสังคมนิยมของบอลเชวิค
ทั้งหมดนี้คือสีสันก่อให้เกิดความเพริศแพร้วพรรณราย

