หัวข้อ สิทธิเสรีภาพในการศึกษา
เป็นหนึ่งในตัวอย่าง เรื่องที่สังคมหวั่นเกรงอาจมีการเลือกปฏิบัติ
ตีความกฎหมายเอาผิด ผู้วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ
เข้าข่ายขัดต่อมาตรา 61 พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
เพลงฉ่อยประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ:กรธ. บางช่วงบางตอน ร้องชัดถ้อยชัดคำว่า ได้เรียนฟรีถึง 14 ปี
ขณะที่ มาตรา 54 บัญญัติ รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
ระดับ มีชัย ฤชุพันธุ์ โดดการันตี เมื่อมีผู้ซักถามเรื่องนี้ ว่าไม่น่าเข้าข่ายบิดเบือน
ประธาน กรธ.ยังระบุว่า ได้รวบรวมการกระทำที่บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญจนเกินขอบเขต เพื่อส่งให้ กกต.ดำเนินการ 2-3 เรื่อง มีกรณีบิดเบือนเรื่องการศึกษารวมอยู่ด้วย
บิดเบือนคือ “ทำให้ข้อเท็จจริงผิดพลาดไปอย่างตั้งใจ”
เพลงฉ่อยที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้ ตั้งใจหรือไม่ บิดเบือนหรือไม่
สมาชิกพรรคเพื่อไทยบางคน เชื่อว่าเข้าข่าย อีกฝั่ง มีชัย ฤชุพันธุ์ มั่นใจ ไม่ผิดกฎหมายแน่นอน
แต่ฝ่าย กกต.เงียบกริบ ไม่กระตือรือร้น แสดงท่าทีอะไร
อันที่จริง ต้องแยกเรื่องการแสดงความคิดเห็น ว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ออกจากการบิดเบือน ซึ่งมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ เรียกร้องมามากแล้ว แต่ไม่เป็นผล
เพราะเรื่องบิดเบือน ความหมายแท้จริง ชัดแจ้งอยู่แล้ว
แต่ก็ต้องจำเป็นอย่างมาก ที่ต้องมีมาตรฐาน หาไม่แล้วการใช้ดุลพินิจอาจผิดเพี้ยนเป็นอื่น กลับหัวกลับหาง หากสถาปนาหลักใหม่ล้าหลัง นำสิ่งที่ขัดหรือแย้งต่อหลักประชาธิปไตยสากลมาเป็นพื้นฐาน จะกลายเป็นว่า ผู้เห็นต่าง ที่ยืนบนหลักการที่ถูกต้อง
เป็นผู้บิดเบือน
เนื่องจากนำหลักท้องถิ่นที่จัดทำขึ้นเอง และไม่เหมือนใครมาจับหลักสากล
แบบนี้จะส่งผลถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูกแน่นอน
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมองจากจุดที่ถูกต้อง ออริจินอล
กล่าวสำหรับเพลงฉ่อยประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ จะตีความถูก-ผิดอย่างใดก็ตาม
แต่ดูแล้ว ไม่ค่อยตรงไปตรงมานัก
มาตรา258 ที่ทึกทัก เอามาบวกรวมเป็น 14 ปี บุคลากรในแวดวงการศึกษา อย่าง ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังสับสน แม้แต่ สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ให้สัมภาษณ์สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ หมวดการศึกษา ดูแลตั้งแต่อนุบาลมาตลอด ก็บอกว่าสับสน นำมาสู่การตีความคนละจุด คนละความหมาย
เป็นความสับสนอลหม่าน
จากการไม่ตรงไปตรงมา ไม่ยึดตามตัวเลข จำนวนปีที่บัญญัติไว้
หากแต่ไปตีความ ขยายความบวกรวม มุ่งหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทั้งที่เนื้อหา เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ไม่ต้องตีความอธิบายอีก
ที่ต้องตีความมากกว่า คือเรื่องบิดเบือนที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง
บรรทัดฐานต้องมี และชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นทางบวก อวดอ้างโฆษณาเกินจริง หรือบิดเบือน ให้ร้ายทางลบ ทำให้ข้อเท็จจริงผิดพลาดไปอย่างตั้งใจ
แบบใดก็ตาม ทำให้เกิดผลได้-ผลเสีย
มุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง น่าจะเข้าข่ายกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติทั้งสิ้น
รัฐบาล คสช.ไม่เปิดให้รณรงค์ออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญได้อย่างเสรี มีกฎหมาย กำกับดูแลเข้มงวด
การบิดเบือนอย่างเสรี ก็ไม่ควรมี
ไม่ควรมีใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้อภิสิทธิ์นั้น
https://www.youtube.com/watch?v=JhJErHeeDP8

