ทุกวันนี้ มหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังประสบกับปัญหา “นักศึกษา” ลดน้อยลง มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ถึงกับต้องหาวิธี “รัดเข็มขัด” (ลดต้นทุน) ด้วยการปิดบางภาควิชาหรือปิดคณะที่มีคนเรียนน้อย ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงการต้องปรับลดบุคลากร (อาจารย์) ลงด้วย จนเป็นที่กังวลของทุกมหา’ลัย
หลายท่านบอกว่า กรณีนี้เกิดจากการไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าหรือคาดการณ์ผิด (ไม่ดีพอ) รวมตลอดถึงการไม่ได้จริงจังกับ “การวางแผน” และปัญหาในอนาคต (ทั้งที่รู้ข้อมูลสถิติ และแนวโน้มต่างๆ ล่วงหน้านานพอสมควรแล้ว)
ผมพาลคิดถึงวิชา OM (Operations Management) และอีกหลายๆ วิชาที่เกี่ยวข้องกับ “การพยากรณ์อุปสงค์” หรือ “การพยากรณ์อนาคต” (Forecasting Demand / Scenario Planning) ที่ควรจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้
เรื่องของการทำนายอนาคตได้แม่นยำ (หรือใกล้เคียงความจริง) จึงสำคัญมากขึ้นทุกทีนี้
ประเทศจีนได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับ “การคาดการณ์หรือการทำนายอนาคต” โดยได้ประกาศ 13 อาชีพใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นด้านเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับ Artificial Intelligence (AI), Internet of Things (IoT) ไปจนถึงกีฬา E-Sports
เมื่อไม่กี่วันมานี้ กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคม (Ministry of Human Resources and Social Security: MHRSS) ของประเทศจีน ได้มีประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวง เกี่ยวกับ 13 อาชีพใหม่ เพื่อให้ก้าวทันกับการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศจีน ตามแผนยุทธศาสตร์ “Made in China 2025” ดังนี้
(1.) วิศวกร AI (AI engineering technicians)
(2.) วิศวกร IoT (IoT engineering technicians)
(3.) วิศวกร Big Data (Big data engineering technicians
(4.) วิศวกร Cloud computing (Cloud computing engineering technicians)
(5.) ผู้จัดการ Digital Platform
(6.) นักออกแบบด้านโมเดลสถาปัตย์ (Architecture modelling technicians)
(7.) ผู้ติดตั้งและทดสอบการใช้งาน IoT (IoT installation commissioners)
(8.) พนักงานจัดการงานอุตสาหกรรมด้านหุ่นยนต์
(9.) พนักงานซ่อมบำรุงในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
(10.) คนขับโดรน
(11.) ผู้ประกอบการ E-sports
(12.) นักกีฬา E-sports
และ (13.) ผู้จัดการด้านการเกษตร
อาชีพทั้งหมดทั้งปวงนี้ ล้วนเป็นอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับ “เทคโนโลยี” ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจอุตสาหกรรม
การลงทุนด้านเทคโนโลยี จึงมีความสำคัญมากขึ้นทุกที เพราะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย แต่ที่สำคัญก็คือความสามารถในการพัฒนาบุคลากรที่จะมารองรับกับภาคเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
ในขณะที่นโยบาย “ประเทศไทย 4.0” กำลังก่อร่างสร้างตัวนี้ จะยิ่งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างและพัฒนาบุคลากรหรือวิศวกรให้ทันการ ทั้งที่ต้องสร้างเพิ่มขึ้นใหม่ และที่ต้องพัฒนาจากบุคลากรที่มีอยู่เดิมให้มีทักษะความชำนาญใหม่ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร
ทุกวันนี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวการสำคัญในการสร้าง “โอกาส” ใหม่ๆ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอุตสาหกรรม
ดังนั้น การเตรียมการเพื่อปรับตัวให้เร็วเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง จึงมีความสำคัญยิ่ง ครับผม!
วิฑูรย์ สิมะโชคดี

