ขณะที่ฝุ่นในแอนิมอล ฟาร์ม คละคลุ้ง–แฮ่ม
ทั้งที่ใกล้วันเลือกท่านผู้นำ 5 มิถุนายน เข้าไปทุกที
ถามว่า เหล่าบรรดา “แอนิมอล” ที่ทรงเกียรติ จะฝ่าวิกฤตฝุ่นด้วยวิธีการใด
1) เร่งเจรจาขันหมากให้ลงตัวเร็วที่สุดก่อน 5 มิถุนายน
2) จับขั้วหรือเปลี่ยนขั้ว การเมืองใหม่
3) ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่
4) ชิงตั้งนายกฯก่อน แล้วเจรจากับพรรคพันธมิตร เพื่อตั้งรัฐบาล
ในฐานะคนนอก “คอก” ขออนุญาต “เผือก” ร่วมแสดงความเห็น
โดยส่วนตัวสนใจทางออกที่ 1) และที่ 4)
แต่นาทีนี้ทางออกที่ 1) ดูจะอืดไปสักหน่อยแล้ว
การเกี้ยเซี้ยไม่คืบหน้า จึงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแล้ว
แม้ยังเชื่อว่า พรรคร่วม 20 พรรคที่รวมตัวตั้งรัฐบาลขณะนี้ คงไม่มีใครคิดไม่ไปต่อ
เพียงแต่ขอต่อรอง เพื่อประโยชน์แห่งตน จนวินาทีสุดท้ายก่อน
ดังนั้นที่จะเห็น การแตกหักในแนวข้อที่ 2 และ 3 ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ความน่าสนใจ จึงมาอยู่ข้อที่ 4
นั่นคือ พรรคพลังประชารัฐรวมเสียงพรรคการเมืองที่ “ยอมรับ” ข้อเสนอแล้ว ไปบวกกับ 250 เสียง วุฒิสมาชิก โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน
ซึ่งก็คงไม่ใช่ใครอื่น
คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามโผนั่นเอง
ส่วนพรรคที่ยังไม่สุกงอม เช่น พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ต้องมาร่วมโหวต หรืองดออกเสียงไปก่อน
ค่อยมาเจรจาร่วมรัฐบาลหลังจากนั้น
วิธีการนี้อาจจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ขาดความสง่างามไปบ้าง ในแง่มาด้วยเสียงอันไม่ท่วมท้น
แต่เพื่อให้การไปต่อไม่สะดุด ก็อาจต้องยอมเสียความรู้สึกไปบ้าง
ส่วน 2 พรรคคือประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ก็ไม่น่าจะมีข้อเสีย “ร้ายแรง” อะไรนัก
ตรงกันข้าม วิธีการนี้อาจเป็นการช่วย 2 พรรคอย่างเนียนๆ ก็ได้
คือวิธีการนี้จะไปทำให้ “เงื่อนไขไม่โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี” ที่วางไว้ โดยเฉพาะบางส่วนของประชาธิปัตย์ หมดไป
โดยพวกที่ยึดเงื่อนไขนี้สามารถไปอธิบาย “ตาใส-ใส” กับสังคมได้ว่า พวกเราไม่ได้โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯตามสัญญาไว้แล้วไง
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ (ถูกคนอื่น) เลือกเป็นนายกฯไปแล้ว ก็แล้วกัน ทำอะไรไม่ได้ ถือว่าจบ
และไม่เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ “พวกเรา” จะหารือกับพรรค พปชร.ต่อไปได้
ซึ่งหลังจากนั้น ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเพราะเงื่อนไขยากถูกขจัดไปแล้ว
แล้วคงนำไปสู่ การเข้าร่วมรัฐบาลผสมที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำอย่างเนียนๆ ในที่สุด
โดยก่อนที่จะถึงจุดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น
ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯขาลอย เพราะเสียงข้างน้อย
เนื่องด้วยตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 265 ระบุชัดเจนว่า หัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ามีคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
อันหมายความว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้รับเลือกเป็นนายกฯแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีคณะรัฐมนตรีมารับหน้าที่
“อำนาจเหล็ก” ของ คสช.จึงอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนเดิมทุกประการ
พรรคการเมืองใด จะเปรี้ยว หรือเบี้ยว มีสิทธิถูกอำนาจเหล็กกำราบ
วุ่นมากๆ อาจใช้มาตรา 44 ล้มโต๊ะ อย่างที่ลือๆ กันตอนนี้ก็ได้
เมื่อทุกฝ่ายมีส่วนที่ได้ ขณะที่ส่วนที่เสียพอรับได้เช่นนี้
ทางเลือกที่ 4 ชิงตั้งนายกฯก่อน แล้วเจรจากับพรรคพันธมิตรเพื่อตั้งรัฐบาล จึงมีความเป็นไปได้
ไปกันแบบ (ตา) “ใส-ใส” ด้วยประการฉะนี้
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

