คูปองครู นวัตกรรมใหม่พัฒนาครู อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม : โดย ณรงค์ ขุ้มทอง

ช่วงนี้มีการถกเถียงเรื่องการรับนักเรียนในโรงเรียนแข่งขันสูง ยังไม่มีข้อสรุปออกมาว่าจะดำเนินการกันอย่างไร แต่ผู้รับผิดชอบอย่าลืมคำนึงถึงสิทธิและโอกาสของเด็กเป็นหลัก ควบคู่ไปกับคุณภาพทางการศึกษาโดยรวมเช่นกัน เรื่องรับนักเรียนอยู่ในขั้นตอนผู้รับผิดชอบกำลังพิจารณาอยู่ แต่มีผู้ใหญ่ทางการศึกษาได้หยิบยกโครงการคูปองครูขึ้นมาทบทวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะโครงการนี้ใช้เงินปีละ 4,000 ล้านบาท เป็นเงินจำนวนไม่น้อย ถ้าผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวแอบแฝงละเลย ส่อไปในทางไม่โปร่งใส ก็ควรอย่างยิ่งต้องปรับปรุงทบทวนและตรวจสอบกันใหม่

โครงการคูปองครู ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดขึ้นในคราวที่ผู้เขียนเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ ร่วมกับท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่าน ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ขณะนั้นและร่วมกับ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เป้าหมายของคูปองครูคือ พัฒนาศักยภาพครู คุณภาพครูเป็นหลัก เพราะครูคือปัจจัยที่สำคัญยิ่งด้านคุณภาพของการศึกษาของเด็ก ครูจำนวน 3-4 แสนคน ควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนา ครูในระบบการศึกษา ของไทยเรา มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังและเป็นระบบ เพราะการที่ครูแต่ละโรงเรียนจะมีโอกาสเข้ารับการอบรมหรือพัฒนาได้นั้นต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้บริหารโรงเรียนก่อน ขึ้นอยู่กับงบประมาณของโรงเรียนที่มีอยู่ โรงเรียนใดมีรายได้ จากรายหัวนักเรียนเยอะ มีนักเรียนเยอะก็จะมีเงินมีงบประมาณให้ครูเข้ารับการพัฒนาศักยภาพ บางโรงเรียนผู้บริหารไม่ส่งเสริมสนับสนุนครูก็เสียโอกาส บางโรงเรียนพบว่ามีครูหลายคน หลายกลุ่มสาระไม่เคยได้รับการอบรมพัฒนาเลยตลอดชีวิตที่รับราชการ และที่เลวร้าย บางโรงเรียน ครูคนใดไม่ถูกใจหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มสาระ หรือผู้บริหารไม่ชอบหน้า ก็อย่าหวังว่าจะได้รับการส่งเสริมให้อบรมและพัฒนา

และอีกปัจจัยหนึ่งคือตัวครูเอง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยในโรงเรียนทั่วประเทศที่ไม่อยากพัฒนา อาจจะด้วยสาเหตุส่วนตัวของครู ด้วยภาระของครอบครัวครูเหล่านี้มักจะปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการพัฒนา ทั้งๆ ที่โรงเรียนสนับสนุนส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาด้วย 2-3 ปัจจัยข้างต้น โครงการคูปองครู เกิดขึ้นทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ครูทุกคนได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างทั่วถึง

ครูทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

แน่นอนโครงการใหญ่ๆ เช่นนี้ย่อมมีข้อบกพร่อง แต่เมื่อดูหลักการแหละเป้าหมายแล้วนับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่นักการศึกษาของไทยควรนำมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาครู คูปองครู

ผู้เขียนได้ไปดูงานการศึกษาของเกาหลีใต้ และได้นำโครงการพัฒนาครูของเกาหลีใต้มาเป็นต้นแบบ และนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงนำมาใช้กับครูไทย ครูเกาหลีใต้ที่รับราชการเกิน 5-10 ปี จะต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนายกระดับคุณภาพให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกและเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทุกคนจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมคุณภาพคน คุณภาพทางการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้จึงอยู่ระดับต้นๆ ของโลก ส่งผลโดยรวมให้เกาหลีใต้เป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีความพร้อมและก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน

2 ปี คูปองครูใช้หลักการมีส่วนร่วมเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการจัดการฝึกอบรมเปิดโอกาสให้มีส่วนเสนอหลักสูตร ทั้งนี้ต้องการให้เกิดมิติใหม่ ด้านการสร้าง สร้างหลักสูตร สร้างคุณภาพของครู แต่หลักสูตรดังกล่าวต้องผ่านหน่วยงานหลักของ สพฐ. และที่สำคัญ คือการนำชั่วโมงของการพัฒนามาเชื่อมโยงการขอมีวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. และใช้ข้อมูลการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

หลักคิดคือต้องการให้ครูมุ่งมั่นในการสอนและพัฒนาตนเอง โดยใช้ผลงานเป็นหลัก ซึ่งเดิมครูจะทิ้งการสอน+ทิ้งการพัฒนาตนเองและสุดท้ายการขอวิทยฐานะของครูบางคนได้มาจากการว่าจ้าง และไม่ได้มาจากกระบวนการเรียนการสอนของครู หรือมาจากการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบ 2 ปี คูปองครูได้มีการประเมินหลักสูตรหลักสูตรจะต้องได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา หลักสูตรต้องผ่านการประเมินและคัดเลือกจาก สพฐ. ครูแต่ละรุ่นสถาบันคุรุพัฒนาเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาครู และครูเลือกหลักสูตรผ่านเว็บไซต์ และเข้าอบรมโดย สพฐ. โอนเงินงบประมาณให้เขตพื้นที่ แต่ขั้นตอนดังกล่าว สพฐ. (ส่วนกลาง) เป็นผู้ดำเนินการเอง ขาดการมีส่วนร่วมของเขตพื้นที่

ประเด็นนี้ทาง สพฐ. ควรหาช่องทางแก้ไข เขตพื้นที่แทบไม่มีบทบาทเลยทั้งๆ ที่เป็นผู้บริหารจัดการบุคลากรคือครูในระดับล่างระดับพื้นที่

2ปี คูปองครู มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ 81.78% ครูได้รับการอนุมัติให้เข้าการพัฒนา 4.21% พึงพอใจมากจาก 5, มีการประเมิน 228,350 ครั้ง มีหลักสูตร 1,207 หลักสูตร ครู 274,264 คน ได้รับการอนุมัติให้เข้าพัฒนาจากจำนวนครู 356,052 คน ในระบบใช้เงินไปทั้งหมด 2195,799,428 ล้านบาท และวันเวลาในการอบรมในวันปกติ 378 รุ่น วันหยุด 6,451 รุ่น (ข้อมูลสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน)

2 ปี คูปองครู ผู้เขียนมองว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของไทย และขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สนับสนุนโครงการคูปองครู ให้เดินหน้ามาได้ และส่งผลครูไทยได้มีโอกาสได้พัฒนาตนเองทุกคนภายใต้โครงการคูปองครู ใช้เงินคนละ 10,000 บาทต่อคน 2 ปี คูปองครู มีส่วนทำให้คุณภาพทางการศึกษาใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลาดีขึ้น ส่งผลให้นักเรียนด้อยโอกาสห่างไกลทั่วประเทศได้รับการพัฒนาด้านทักษะและกระบวนการการเรียนรู้จากครูที่ผ่านการเติมเต็มจากโครงการคูปองครู+ผ่านกระบวนการ PLC และ Active Learning คูปองครู ควรเดินหน้าต่อไป คุณภาพของครูไทยต้องต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา และปรับตัวของคนรุ่นใหม่

ถ้าปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกโครงการคูปองครู สพฐ. พร้อมหรือยัง ที่จะยอมรับกับพฤติกรรมของเด็กไทยที่ขาดความรับผิดชอบไม่รู้เป้าหมายของชีวิตไร้ซึ่งวินัย และรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม เข้าเรียนตามกระแสหรือตามเพื่อนเรียนจบแล้วมีความสุขที่อยู่เฉยๆ หรือคอยเกาะพ่อแม่กินเป็นต้น

คูปองครูคือนวัตกรรมสร้างคุณภาพครู ครูคือผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงเยาวชนของชาติไม่ให้มีพฤติกรรมข้างต้น แต่ครูต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นธรรมทั่วถึงและเป็นระบบ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีการแก้ไขปรับปรุงในประเด็นที่บกพร่องและเป็นปัญหาความคุ้มค่าคุ้มทุนที่ลงไป เพราะเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน แต่ไม่เห็นด้วยที่จะมีแนวคิดยกเลิกโครงการคูปองครู คูปองครูคือโครงการที่ให้โอกาสครู และพัฒนาครู

ผู้เขียนในฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่นำนวัตกรรมนี้มาใช้ในวงการศึกษาของไทย เชื่อมั่นว่าคูปองครู คือเส้นทางความก้าวหน้าและคุณภาพของครู คูปองครูคือนวัตกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมให้การปฏิรูปการศึกษามีผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อเยาวชนของชาติส่งผลให้คนไทยก้าวไกลสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

ณรงค์ ขุ้มทอง
ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ กรรมการที่ปรึกษาโรงเรียนดาวนายร้อย
กรรมการยุทธศาสตร์ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา

บทความก่อนหน้านี้แม่โทรแจ้งตำรวจ ลูกชายสติไม่ดีบุกเดี่ยวจี้ร้านทอง
บทความถัดไปเปรตจัดหัวจัดตีน