หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ: หมาเป็นบรรพชน ให้กำเนิดคน ในวัฒนธรรมบ้านเชียง 3,000 ปีมาแล้ว

30.05.16 | 22:34 น.
โครงกระดูกหมา (แบบเต็มโครงสมบูรณ์) ในวัฒนธรรมบ้านเชียง ราว 3,000 ปีมาแล้ว ขุดพบ (เมื่อ พ.ศ. 2547) ร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์ยุคเดียวกัน ที่วัดโพธิ์ศรีใน ต. บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี (ภาพจาก อ. สุรพล นาถะพินธุ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร)

คนบ้านเชียงเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว นับถือหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และน่าเชื่อว่ายกย่องหมาเป็นบรรพชน เพราะพบโครงกระดูกหมาแบบเต็มโครงสมบูรณ์ ฝังอยู่รวมกับศพคนบ้านเชียง

หมาในตำนานและพิธีกรรม

ความเชื่อเรื่องหมาศักดิ์สิทธิ์มีมากและกว้างขวาง เกินความรับรู้ของผมที่เคยได้ยินมา
แต่มีบทความวิชาการเรื่อง บทบาทของ “หมา” ในตำนานและพิธีกรรมของชาติพันธุ์ต่างๆ ในอุษาคเนย์ โดย ปฐม หงษ์สุวรรณ
[พิมพ์ในวารสารอักษรศาสตร์ ฉบับนิทาน ตำนาน จินตนาการ ความจริง โดย ศิราพร ณ ถลาง บรรณาธิการประจำฉบับ ปีที่ 35 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2549) หน้า 213-241]
จะขอคัดโดยสรุปมาแบ่งปันเผยแพร่ไว้ดังนี้

หมาในตำนานและพิธีกรรมของชาติพันธุ์ต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แยกบทบาทออกได้ 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. บรรพชน

หมาเป็นบรรพชนของมนุษย์ มีในตำนานของชนเผ่าตะเรียง ตะรีว กะตู ดักกัง โลโลโพ และเย้า
กล่าวตรงกันว่าหมาเป็นตัวเอก ที่แต่งงานอยู่กินกับมนุษย์ผู้หญิงที่เหลือรอดจากภัยน้ำท่วมโลก แล้วมีลูกหลานสืบเผ่าพันธุ์เป็นมนุษย์
แม้ตำนานส่วนใหญ่จะฉายภาพให้เห็นว่าหมาถึก (หมาตัวผู้) แต่งงานอยู่กินกับมนุษย์ผู้หญิง แต่ก็มีตำนานบางเรื่องที่อธิบายให้เห็นว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดจากการแต่งงานระหว่างหมากับผู้หญิง แต่เกิดจากน้ำเต้าปุง เช่น ตำนานสร้างโลก ของชนเผ่าโลโลโพ ซึ่งอธิบายว่ามนุษย์เกิดจากผลน้ำเต้าปุง แต่ผู้คนไม่มีอาหาร จึงอาศัยน้ำนมของหมากิน เช่นนี้หมาจึงมีฐานะเป็นเสมือนบรรพชนของมนุษย์ด้วย

2. ผู้นำทางวัฒนธรรม

หมาเป็นผู้นำพันธุ์ข้าวและไฟมาสู่โลกมนุษย์เพื่อใช้ยังชีพ พบในตำนานของม้ง ดักกัง ไทใต้คง จ้วง ปู้ยี่ ลีซอ และมูเซอ
มักอธิบายว่าหมาตัวผู้ได้ช่วยเหลือมนุษย์ผู้หญิง บ้างก็เล่าว่าหมาว่ายน้ำไปเอาพันธุ์ข้าวหรือไฟมาให้ บ้างก็เล่าว่าหมาปีนไต่ขึ้นไปบนเมืองฟ้าเพื่อนำพันธุ์ข้าวหรือไฟมาให้กับมนุษย์
แสดงให้เห็นฐานะของหมาว่าเป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าหมาเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมในสังคมบรรพกาลก็ได้ เพราะหมาเป็นผู้นำเอาพันธุ์ข้าวซึ่งเป็นอาหารหลัก และเป็นผู้นำไฟที่ใช้ประกอบการหุงหาอาหารมาสู่สังคมมนุษย์

Advertisement
โครงกระดูกหมา ราว 3,000 ปีมาแล้ว ขุดพบที่บ้านโนนวัด อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา
โครงกระดูกหมา ราว 3,000 ปีมาแล้ว ขุดพบที่บ้านโนนวัด อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา

3. สัญลักษณ์ของการสืบเผ่าพันธุ์ และความุอดมสมบูรณ์

หมาเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และการแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ พบในตำนานของชนเผ่าโลโลโพ เย้า ไทลื้อ และจ้วง
มักอธิบายว่าหมาทำผู้หญิงตั้งท้อง แล้วให้กำเนิดเผ่าพันธุ์เป็นมนุษย์
ทั้งนี้ผู้หญิงในตำนานบางเรื่องฉายภาพให้เห็นว่าเป็นหญิงหม้ายบ้าง แม่ย่าบ้าง ซึ่งโดยธรรมชาติของผู้หญิงเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนของคนที่ไม่สามารถให้กำเนิดหรือไม่ได้อยู่ในภาวะเจริญพันธุ์ที่จะให้กำเนิดทายาทได้ แต่ตำนานอธิบายว่าหมาทำผู้หญิงเหล่านี้ตั้งครรภ์ได้
หมาจึงเป็นสัตว์สัญลักษณ์ที่เกี่ยวพันกับภาวะการให้กำเนิดหรือการแพร่ขยายเผ่าพันธุ์

4. ผู้เชื่อมโยงโลกมนุษย์กับโลกศักดิ์สิทธิ์

หมาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์กับโลกศักดิ์สิทธิ์ พบในตำนานของกลุ่มไทแถง ไทเมือง จ้วง
ตำนานและพิธีกรรมของกลุ่มชนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีภาพของหมาที่เป็นตัวแทนของพลังอำนาจวิเศษสามารถเดินทางไปยังภพภูมิอื่นได้ โดยเฉพาะเมืองแห่งวิญญาณ

หมา 3,000 ปี เป็นบรรพชนของคน

ที่ดงพญาเย็น เขาจันทน์งาม อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา
หมาตัวเดียว แสดงเพศตัวผู้ อยู่ตำแหน่งสำคัญของพิธีกรรม ท่ามกลางกลุ่มคนซึ่งมีทั้งหญิง, ชาย,ผู้ใหญ่, เด็ก ใต้รูปหมามีหญิงอุ้มท้อง นั่งทำท่าทางคู่กับอีกคนหนึ่ง (ไม่แสดงเพศ)
เท่ากับหมาเป็นบรรพชนให้กำเนิดคนทั้งหลายในยุคนั้น ราว 3,000 ปีมาแล้ว
บางคนมีเครื่องประดับศีรษะคล้ายขนนกหรือใบไม้ บางคนมีผ้าห้อยปล่อยชาย
บางคนยืนก่งธนู หน้าไม้ มีลูกศรยื่นออกจากแล่ง เห็นปลายแหลมยื่นเล็กน้อย
คนมีฐานะต่างกันแสดงออกโดยรูปคนมีขนาดไม่เท่ากัน แม้อยู่ในระนาบเดียวกันและเครื่องแต่งตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
รูปคนไม่เหมือนจริง แม้ลักษณะเส้นสายจะทำให้รู้ว่าคนวาดสามารถวาดให้เหมือนจริงได้ไม่ยากเพราะคนวาดต้องการวาดเงาหรือขวัญของบรรพชน ไม่ใช่รูปคนจริงๆ
ฉะนั้นรูปวาดจึงมีอำนาจในตัวเองมากกว่าเส้นสายรูปคนที่มองเห็นด้วยตา

โครงกระดูกหมา ราว 3,000 ปีมาแล้ว ขุดพบที่บ้านโนนวัด อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา
โครงกระดูกหมา ราว 3,000 ปีมาแล้ว ขุดพบที่บ้านโนนวัด อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา
หมาเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง รูปปั้นที่หน้าหมู่บ้าน Chung-chia ของชาวม้ง มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน (ภาพจาก “Culture Traits of Non-Chinese Tribes in Kweichow Province, Southwest China in Inez de Beauclair. Ethnographic studies : the collected papers of Inez de Beauclair. Taipei : Southern Materials Center, 1986.)
หมาเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง รูปปั้นที่หน้าหมู่บ้าน Chung-chia ของชาวม้ง มณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน (ภาพจาก “Culture Traits of Non-Chinese Tribes in Kweichow Province, Southwest China in Inez de Beauclair. Ethnographic studies : the collected papers of Inez de Beauclair. Taipei : Southern Materials Center, 1986.)

คนกินหมา 3,000 ปีมาแล้ว

เมื่อคนเคารพยกย่องหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ คนจึงมีพิธีกรรมฆ่าหมาเซ่นวักเลี้ยงผี
แล้วคนกินหมาที่เลี้ยงผีนั้นด้วยความเชื่อว่าเพิ่มพูนพลังศักดิ์สิทธิ์ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่คุกคาม
ยุคดึกดำบรรพ์คนกินหมาเฉพาะโอกาสพิเศษในพิธีเซ่นวักเลี้ยงผี เช่น ปีละครั้ง ไม่กินเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน

พิธีฆ่าหมาเซ่นวักเลี้ยงผีบรรพชน มีรูปหมาขนาดมหึมาอยู่ศูนย์กลางภาพ ลายเส้นคัดลอกภาพเขียนสีอายุ 3,000 ปีมาแล้ว บนเพิงผาริมแม่น้ำ ที่มณฑลกวางสี ในจีน
พิธีฆ่าหมาเซ่นวักเลี้ยงผีบรรพชน มีรูปหมาขนาดมหึมาอยู่ศูนย์กลางภาพ ลายเส้นคัดลอกภาพเขียนสีอายุ 3,000 ปีมาแล้ว บนเพิงผาริมแม่น้ำ ที่มณฑลกวางสี ในจีน