เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2475 บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า หรือลานพระราชวังดุสิตมีนายทหารทุกเหล่าทัพ และพลเรือนจำนวนหนึ่งชุมนุมประกาศยึดอำนาจการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย ต่อมาใช้ชื่อว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประชุม
เมื่อแรกเริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ประชาชนทั่วไปยังไม่รับรู้ว่าคืออะไร คิดว่าเป็น “ลูกของพระยาพหลฯ”
หลังเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามฉบับชั่วคราวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2475 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 เป็นวันรัฐธรรมนูญ
ระหว่างระยะเวลา 10 ปี พ.ศ.2475-2485 ยังไม่มีพรรคการเมือง มีแต่คณะราษฎรเคลื่อนไหวผลัดกันควบคุมอำนาจทางการเมืองระหว่างคณะยึดอำนาจการปกครองฝ่ายทหารและผ่ายพลเรือน
กระทั่ง วันที่ 5 เมษายน 2486 นายควง อภัยวงศ์ กับพวกจึงได้ประชุมรวมตัวของนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่บริษัทของนายควงย่านเยาวราชก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ หากแต่ทางพรรคถือเอาวันที่ 6 เมษายน 2486 เป็นวันก่อตั้งเพื่อให้ตรงกับ “วันจักรี” วัตถุประสงค์หลักเป็นฝ่ายค้านคานอำนาจของนายปรีดี พนมยงค์
ใช่แต่เพียงพรรคประชาธิปัตย์จะก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านคานอำนาจของนายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีเท่านั้น ยังมีจุดยืนของพรรคเป็นลักษณะอนุรักษนิยมและนิยมราชวงศ์
การเป็นพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์แสดงบทบาทฝ่ายค้านด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเรือ ตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ยาวนานถึง 7 วัน 7 คืน ทั้งยังใช้เวลาหาเสียงยาวนานในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน
กระทั่งวันที่ 8 พฤศจิกายน 2489 รัฐบาลพลเรือตรีถวัลย์ถูกทหารฝ่ายจอมพล ป. พิบูลสงคราม นำโดยพลโทผิน ชุณหะวัณ รัฐประหารยึดอำนาจ และนายควง อภัยวงศ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2491 พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลครั้งแรกจากการชนะเลือกตั้งได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด
จากนั้น พรรคประชาธิปัตย์ยังได้รับเลือกตั้งอีกหลายครั้ง
จำได้ว่าเมื่อเป็นเด็กอยู่ จังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรี เป็นสองจังหวัดมีจังหวัดพระนครเป็นเมืองหลวง พรรคประชาธิปัตย์ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งสำคัญไม่กี่คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งเกือบทุกครั้ง เช่น ไถง สุวรรณทัต เทพ ชินุชิต และเพทาย โชตินุรัต เป็นนายพลของฝั่งธนฯ ที่นำเสียงจังหวัดธนบุรีมาให้พรรค ส่วนจังหวัดพระนครมีนายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรค เป็นหลักที่ไม่มีใครโค่นล้มได้
พรรคประชาธิปัตย์มีฐานเสียงในกรุงเทพมหานครเป็นหลัก และฐานเสียงใหญ่คือแทบทุกจังหวัดในภาคใต้ที่พรรคการเมืองอื่นจัดตั้งขึ้นมาหลังจากนั้นเจาะเข้าไปได้ยาก แต่หลังจากประเทศไทยมีรัฐบาลเผด็จการจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังจากปฏิวัติโค่นล้มจอมพล ป. พิบูลสงคราม และพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ หลุดจากอำนาจ ระเห็จออกไปเสียชีวิตในต่างประเทศ
พรรคประชาธิปัตย์แทบละลายล้มจากไปด้วยเพราะอุดมการณ์และแนวทางความคิดของพลพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านอำนาจเผด็จการ แม้จะเป็นพรรคการเมืองนิยมอนุรักษนิยมและราชวงศ์ หรือนิยมเจ้ามาแต่ต้น ครั้งเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 แนวทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เริ่มแผ่กระจายความคิดเข้ามาสู่พลเมืองไทย มีการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์รุนแรง จนเป็นเหตุให้หัวหน้าพรรคขณะนั้น คือนายพิชัย รัตตกุล เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศต้องปรับเปลี่ยน พรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางความคิดสังคมนิยมอ่อนๆ
กระทั่งพรรคการเมืองขวาจัดออกมาขวางว่า “สังคมนิยมทุกชนิด คือคอมมิวนิสต์ทั้งสิ้น”
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 พรรคประชาธิปัตย์จึงถดถอยจากรุงเทพฯ ไปมาก

