ความเป็นพลเมืองหรือคนที่ต้องเกิดกำเนิดในดินแดนแห่งรัฐเมืองประเทศใดประเทศหนึ่งย่อมจะได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ประเพณีวัฒนธรรมความเชื่อ จารีตประเพณี ศาสนา กฎเกณฑ์ระเบียบปฏิบัติทั้งที่ออกและกำหนดโดยผู้ปกครองของรัฐหรือรัฐบาลที่บริหารกิจการของบ้านเมืองให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ขณะเดียวกันก็ต้องได้รับการยอมรับของพลเมืองในประเทศและนานาชาติไปด้วยในขณะเดียวกัน
เมืองไทยเราในอดีตกาลที่ผ่านมาตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัย อยุธยาได้มีการปกครองที่เรียกว่าราชาธิปไตย ก็คือพระราชามหากษัตริย์ได้ปกครองบ้านเมืองหรือเราท่านมักจะได้ยินคำพูดหนึ่งที่ว่า “การปกครองเสมือนพ่อปกครองลูก” การสู้รบศึกในการแก่งแย่งดินแดนเพื่อขยายอาณาเขต อำนาจการปกครองด้วยการทำสงคราม การรบ กลยุทธ์ทั้งทางทหารและกำลังรบพร้อมทั้งฝ่ายสนับสนุนฝ่ายต่างๆ ก็มีความสำคัญมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ครั้นเมื่อกาลเวลาและภาวะของบ้านเมืองมีการเปลี่ยนผ่านทั้งระบบความเชื่อ ความคิด ความรู้ย่อมทำให้มนุษย์หรือคนได้มีการพัฒนาระบบการปกครองสมัยใหม่หรือเราท่านเรียกว่า “ประชาธิปไตย” ที่มีระบบการปกครองจากประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนเป็นแนวคิดหลักของตะวันตกที่แพร่หลายมีการปกครองในระบอบดังกล่าวไปทั้งโลก ขณะเดียวกันก็มีบางประเทศที่ยังมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
วันแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองของสังคมไทยเราเชื่อว่าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ที่คนรุ่นใหม่ในสมัยนั้นที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศที่เรียกว่า คณะราษฎรที่มีทั้งทหารบก ทหารเรือและพลเรือนส่วนหนึ่งได้รวมตัวที่เรียกว่ากองกำลังในพระนครได้รวมตัวกันรอบพระที่นั่งอนันตสมาคมมีจำนวนมากกว่า 2,000 นาย ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ได้กระทำการที่เรียกว่า การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 เพื่อเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับแรกของเมืองไทยเราที่มีพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นานนักคณะราษฎรในสมัยนั้นต้องการให้รัฐมีพรรคการเมืองเดียวโดยมีสภาบันที่ชื่อว่า สภาประชาชนและมีตำแหน่งประธานคณะกรรมการราษฎร ขณะเดียวกันความขัดแย้งกันในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ก็ได้ก่อตัวขึ้นโดยคณะราษฎรส่วนหนึ่งเสนอให้มีการแต่งตั้งทนายความและองคมนตรีโดยมีความสงสัยในตัวผู้นำถึงการล้ำหน้าของปฏิบัตินิยมในความเฉลียวฉลาดที่มากกว่าเจตนารมณ์อันมีเกียรติที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารในอีกหนึ่งปีถัดมาที่ได้ พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่สองของเมืองสยาม
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประกาศสละราชสมบัติวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2477 พระราชประสงค์หนึ่งของพระองค์ท่านที่ว่า “…ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิมให้แก่คณะราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร….” (silpa-mag.com)
ระบอบประชาธิปไตยทั้งในระดับโลกและในเมืองไทยเราต่างได้พบเห็นถึงผู้คนประชาชนประท้วงการบริหารกิจการบ้านเมืองของรัฐบาล หลายครั้งคราความสูญเสียต่อชีวิตร่างกาย ทรัพย์สิน สถานที่ราชการ การใช้อาวุธสงครามเข้าปราบปรามประชาชนโดยรัฐยังอยู่ในข้อเท็จจริงทั้งในวันเวลาที่ผ่านมาหรือเราท่านเรียกว่า ปฏิวัติรัฐประหารที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจ กำลังพลและอาวุธที่ดูเสมือนจะชอบด้วยกฎหมาย อาจจะรวมถึงการปฏิวัติรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ซึ่งต่อมาก็มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ในวันเวลาต่อมา
เหตุผลในการทำปฏิวัติรัฐประหารในวันนั้นก็เนื่องด้วยรัฐบาลมิอาจจะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์มีการประท้วงปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ สนามบิน ประชาชนแบ่งขั้ว สี ฝ่าย มีการใช้อาวุธสงครามเข้าทำร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินมีการเผาทำลายสถานที่ราชการ ย่านธุรกิจในกลางเมือง เหตุผลหนึ่งก็คือรัฐบาลในขณะนั้นออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือที่เรียกว่า กฎหมายลักหลับ มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเอื้อประโยชน์ในพวกพ้องพี่น้องเดียวกัน งบประมาณผลประโยชน์ของชาติได้รับความเสียหาย จึงมีความจำเป็นจะต้องทำการปฏิวัติรัฐประหารดังกล่าว
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2560 ที่มีทั้งหมด 279 มาตรา โดยเฉพาะในมาตราดังกล่าได้ระบุถึง บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือของหัวหน้า คสช.ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่จะออกบังคับต่อไปตามมาตรา 265 วรรคสอง ไม่ว่าเป็นประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำที่มีผลใช้บังคับในทางรัฐธรรมนูญ ทางนิติบัญญัติ ทางบริหารหรือทางตุลาการ ให้ประกาศ คำสั่ง การกระทำตลอดจนการปฏิบัติตามประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำนั้นเป็นประกาศ คำสั่ง การกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย…
การบริหารราชการของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ในวันเวลาของห้าปีที่ผ่านมาย่อมจะต้องพบทั้งปัญหาและอุปสรรคนานาประการ สิ่งหนึ่งที่เสมือนดาบอาญาสิทธิ์ก็คือการใช้มาตรา 44 เข้าจัดการกับปัญหาทั้งน้อยและใหญ่ ให้อยู่ในความสงบในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันการเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาผลการเลือกตั้งที่มีเสียงปริ่มน้ำระหว่างฝ่ายที่ต้องการเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้านดูเสมือนว่า การบริหารราชการในอนาคตของบ้านเมืองมิได้ราบรื่นไปมากนักโดยเฉพาะบรรดานักการเมืองหน้าใหม่ที่หัวก้าวหน้าที่ต้องการเปลี่ยนบ้านเมืองทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ อาจจะรวมทั้งประเด็นถึงให้ทหารได้กลับไปสู่กองทัพ การต่อสู้กันทางความคิดและอุดมการณ์ระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เสมือนมวยข้ามรุ่น
เราท่านในฐานะของประชาชนในชาติหรือเป็นผู้ดูชมจะเห็นเวทีของชาติบ้านเมืองนี้จักเป็นเช่นไร
สวนดุสิตโพล ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลใหม่ โดยพบว่า มีการแก่งแย่งตำแหน่ง ขัดแย้งมีความวุ่นวาย 61.45% ควรเลือกคนให้เหมาะสมกับงานหรือทำงานให้ได้จริง 20.77% ห้าลำดับที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่ทำก็คือ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งปากท้อง เงินเดือน รายได้ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ตรวจสอบการทำงาน การพัฒนาการคมนาคมระบบขนส่ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จุดเด่นของการจัดตั้งรัฐบาลเห็นว่า เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 42.86 %เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ สามารถสานงานเก่า
จุดอ่อนของการจัดตั้งรัฐบาลก็คือ เห็นว่า ที่มาไม่สง่างาม ไม่เป็นที่ยอมรับ สืบทอดอำนาจ 56.08% เห็นว่า การจัดสรรตำแหน่งเพื่อประโยชน์ การแบ่งโควต้ามีการเห็นแก่พวกพ้องและสิ่งที่ฝากถึงนายกฯ ก็คือ ให้มีการพัฒนาบ้านเมืองทำเพื่อส่วนรวมให้อยู่ดีกินดี เป็นผู้นำที่ดี ควบคุมอารมณ์ ฟังเสียงประชาชนและทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ให้ ครม.ช่วยกันทำงานเห็นแก่ประโยชน์ประเทศชาติมากกว่าพวกพ้อง…(มติชนรายวัน 20 มิถุนายน 2562 หน้า 1)
ชีวิตของผู้เขียนและอาจจะรวมถึงผู้อ่านหลายท่านได้ผ่านการพบเห็นถึงความเป็นรัฐบาลใหม่ที่อยู่ในความทรงจำของชีวิตมาในหลายๆ รัฐบาลอาทิ รัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีคนที่ 10 (2501-2516) เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เมืองไทยเราที่มีนักศึกษาจำนวนมากมายออกมาประท้วงรัฐบาล ทำให้เกิดการปะทะและใช้อาวุธสงครามมีการเสียชีวิต บาดเจ็บและหลบหนีเข้าป่าไปในสมัยนั้น นายกรัฐมนตรีคนที่ 13 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้บรรดานักร้องทำแต่งเนื้อร้องเพลงถึงกรณีเงินผัน ก็คือเงินที่รัฐช่วยเหลือประชาชนหรือว่าเป็นเงินประชารัฐรุ่นแรกของสังคมไทย นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ได้ดำรงตำแหน่งสามสมัย (2523-2531) ที่ท่านได้ถึงอสัญกรรมในอายุวัยเกือบหนึ่งร้อยปีเมื่อเร็ววันมานี้…….
นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (2531-2534) นโยบายของรัฐบาลที่โดดเด่นก็คือการเปิดสนามรบให้เป็นสนามการค้า วาทะหนึ่งที่ประจำตัวก็คือ “ไม่มีปัญหา” นายกรัฐมนตรีคนที่ 18 นายอานันท์ ปันยารชุน (2534-2535) ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยมิได้คาดฝันมาก่อน นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 นายชวน หลีกภัย (2535-2544) นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร (2544-2549) นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 พลเอกสุรยทธ์ จุลานนท์ (2549-2551) นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2551-2554) คนที่ 28 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (2554-2557) และนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (สมัยที่ 1 สิงหาคม 2557-มิถุนายน 2562 และ มิถุนายน 2562- …)
ความหวังของประชาชนในรัฐบาลของทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นความคาดหวังที่มิได้แตกต่างจากสำนักโพล ดังกล่าวทั้งปัญหาพื้นฐานในชีวิตประจำวัน การทำมาหากิน มีบ้านที่อยู่อาศัย ชุมชนมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการกำจัดขยะที่เป็นระบบ มีโรงพยาบาลแพทย์พยาบาลอย่างเพียงพอ ไม่มีหนี้สินที่ต้องใช้เงินกู้นอกระบบ บ้านเมืองที่มีความสงบสุข รัฐใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อปัญหาอาชญากรรมทุกรูปแบบ ความเป็นธรรมจากการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ สถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตเข้าสู่สังคมปัญหาการตกงานลดน้อยลงไป พระสงฆ์ในวัดวาอารามเป็นที่พึ่งทางใจได้ด้วยเนื้อนาบุญ อาจจะรวมถึงความหวังของนักการเมืองที่เป็นนักการเมืองมืออาชีพที่ประชาชนได้เดินเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว กระทำเพื่อประชาชนส่วนรวมประเทศชาติอย่างแท้จริง
ข้อเท็จจริงหนึ่งของการเมืองไทยในหกทศวรรษที่ผ่านมา บรรดานักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ต่างได้รับบทเรียนการเมืองที่สำคัญทั้งพฤติกรรมของนักการเมืองเองในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น พวกพ้องพี่น้องญาติมิตร สภาผัวเมียอาจจะรวมถึงสภาญาติพี่น้องเพื่อนฝูง การยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ต้องใช้งบประมาณของประเทศในจำนวนเงินมหาศาล การปฏิวัติรัฐประหารที่ถูกตีตราทั้งนักประชาธิปไตยที่ควรเป็นไปและภาพลักษณ์จากนานาชาติ ยังคงวนเวียนอยู่ในสังคมไทยในวันเวลาที่ผ่านมา
หมากรุกซึ่งเป็นเกมสำหรับการเล่นของคนทั่วโลกถูกนำมาเป็นหนึ่งในหมากรุกของการเมืองไทยที่ถูกวางไว้ในผู้เล่นทั้งสองฝ่ายมีทั้งตัวขุน เม็ด โคน ม้า เรือ เบี้ย ซึ่งมีกฎกติกาของการเล่นที่ต้องใช้ความคิด เล่ห์เหลี่ยมเพื่อจะเอาชัยชนะฝ่ายตรงกันข้ามให้ได้ วิธีการหนึ่งที่จะเอาชนะอย่างเบ็ดเสร็จได้ก็คือ รุกฆาต สำหรับหมากรุกสากลก็มีตัวเล่นที่หลากหลายอาทิ คิง ควีน เรือ บิชอพ ม้า เบี้ย การเล่นก็มีทั้งยอมแพ้ การตกลงเสมอกัน การอับและการรุกของคิงจนฝ่ายตรงกันข้ามยอมแพ้ (เช็กเมต) มิอาจจะรวมถึงนักการเมืองและนักธุรกิจบางคนที่ชอบเล่นหมากล้อม หรือโกะ ที่ผู้เล่นปรารถนาจะล้อมเอาพื้นที่ให้มากกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นหมากการเล่นของจีนเมื่อสี่พันปีที่ผ่านมาแล้ว มาบัดนี้จีนได้เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ทั้งพลเมือง การค้า เทคโนโลยี อาวุธที่สามารถต่อรองกับตะวันตกอย่างไม่ต้องสะพรึงกลัว
รัฐบาลใหม่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นความหวังหนึ่งของคนไทยทั้งชาติที่คาดถึงความหวังถึงการอยู่ดีมีสุข มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน หลักการของรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปี เมืองไทยเรามีต้นทุนที่สมบูรณ์อย่างหนึ่งทั้งทรัพยากร ชายหาดทะเลภูเขาแม่น้ำ ผู้คน ศิลปะประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา คนทั่วโลกหลายคนปรารถนาจะมีลมหายใจและทิ้งร่างในแผ่นดินไทยรวมทั้งคนไทยส่วนใหญ่ หวังว่าคงจะบริหารกิจการบ้านเมืองไปอย่างสุจริตธรรมและธรรมาภิบาลด้วยฉะนี้แล…

