ไม่เรียก “เทพ” แล้ว ไม่รู้จะเรียกอะไรดี
สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งพรรคพลังประชารัฐ
และสำหรับ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ แห่งพรรคภูมิใจไทย
เพราะทั้งคู่ได้รับการชมเชย-ยอมรับจากพรรคของตนเอง ว่าสามารถนำ ส.ส.เข้าสู่สภาได้ตามเป้าหมาย
ทำให้พรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล
และมีเสียงมากพอที่จะต่อรองเอารัฐมนตรีสำคัญๆ มาดูแล
ทำได้แล้ว ยังดำรงตนเป็น “เทพบุตร” ยิ่งขึ้นไปอีก
นั่นคือ ไม่เรียกร้องเอาตำแหน่งใดๆ
ตรงกันข้าม กลับ “ยอม” เมื่อมีคนในพรรคมาบอกว่า พวกคุณมี “ตำหนิ” จากพฤติกรรมไม่ดีในอดีต
จึงควรไปยืนอยู่ข้างหลัง เพื่อไม่ให้เสียภาพพจน์แก่พรรค
(ทั้งที่พฤติกรรมไม่ว่าผู้กว้างขวาง ผู้มีอิทธิพล นักเลง เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาสามารถทำเข้าเป้า)
“เทพบุตร” ที่ต้องพ่วงคำว่า สุดประเสริฐ เข้าไปอีก ก็ไม่หือไม่อือ
ยอมโดยง่าย จะมีเงื่อนไขก็เพียงเล็กน้อย ขอส่งน้องชาย น้องสาว เข้ามาทำหน้าที่แทน
ตอนนี้ลุ้นอยู่ว่าจะสะดุดอะไรหรือไม่
ไม่ได้สร้างความปั่นป่วนอะไรให้พรรค
เมื่อเทียบกับข้อต่อรองของมุ้งต่างๆ
ตรงกันข้าม เมื่อมุ้งต่างๆ มีปัญหา
คนเหล่านี้ก็ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรค ตัวแทนของนายกรัฐมนตรี ไปช่วยไกล่เกลี่ย เจรจาแทน
โดยใช้คุณสมบัติที่ถูกมองว่าเป็นที่รังเกียจนั่นแหละไปจัดการ
ผลก็คือ “สงบราบคาบ”
โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส นั้นใครๆ ก็ต่างยกนิ้วให้เป็นมิสเตอร์เคลียร์
แต่พวกเขาก็ยังถูกจัดเป็น “ส.ส.ระดับล่าง” อยู่นั่นเอง
ไม่มีโอกาสขึ้นสวรรค์
ลุยไฟแต่ใน “นรก” เท่านั้น
นี่จึงเป็นความย้อนแย้ง ที่เราเห็นอยู่ในเกมแห่งการจัดสรรตำแหน่ง ที่ไม่ได้สะท้อนภาพแห่งความเป็นจริง
กลายเป็นชาม “แกง” เดิมๆ
แกงปลาไหลที่บางคนปากบอกรังเกียจ
แต่ซดน้ำแกงโฮก-โฮก
ไม่อับอายเหล่าเทพบุตรผู้ประเสริฐยิ่งข้างต้นแม้แต่น้อย
ถึงกระนั้นเถอะ พวกชอบน้ำแกง ที่ว่าได้ขึ้น “สวรรค์” นั้น
เอาเข้าจริงสวรรค์กับนรกห่างกันอยู่นิดเดียว
เพราะจะเสวยสุขกับสวรรค์ที่เป็นเพียงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ได้นานเพียงใด
อย่างที่ปรมาจารย์อย่าง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ออกมาเตือนล่วงหน้าแล้วให้ระมัดระวัง
เริ่มตั้งแต่การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 เลยทีเดียว
หากมี “อุบัติเหตุ” อะไรขึ้น
รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้
จึงไม่น่าประหลาดใจ ที่พรรคพลังประชารัฐยอมเสียหน้า หลังจากโห่ฮิ้วไล่ให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เดินออกจากห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร
หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พักงานชั่วคราว ในกรณีถูกกล่าวหาถือหุ้นสื่อ
เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดกับตัวบ้าง เมื่อ 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นเดียวกัน
ซึ่งหากถูกพักงาน ตามมาตรฐานเกิดขึ้นกับนายธนาธรแล้ว
มิใช่เดินคอตกออกจากห้องประชุมสภาเท่านั้น
แต่อาจจะทำให้ทั้งพรรคต้องออกจากทำเนียบ-สภา เพราะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
จึงต้องออกอาการดิ้นรน อย่างไม่กลัวเสียหน้า
ด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลว่า การยื่นเอาเรื่อง 27 ส.ส.พลังประชารัฐ ทำไม่ถูกระเบียบขั้นตอน ให้เพิกถอนเสีย
หรือถ้าไม่ใช่เช่นนั้น ก็ไม่สมควร “พักงาน” ส.ส.ทั้ง 27 ส.ส.เพราะเป็นคนละกรณีกับนายธนาธร
งานนี้จะรอดต้องรอ “พลังอิสระ” มาช่วยทำให้เกิด “อภินิหาร” สถานเดียวเท่านั้น
จะหวังให้เทพบุตร มา HELP ไม่ให้ตก HELL
คงไม่ได้–บารมีไม่ถึง?

