น.3คอลัมน์ : ก้าวใหญ่ การเมือง หลอมรวม ผ่าน นโยบาย จาก 19 พรรคร่วม

24.06.19 | 13:13 น.

การจัด ครม.การจัดสรรแต่ละบุคคลของแต่ละพรรคเข้าดำรงตำแหน่งในแต่ละกระทรวงหลังจากการประชุมรัฐสภาขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน

ถือว่า “ยาก” ในระดับ “ยากส์” อยู่แล้ว

เพราะหากไม่ยากคงไม่ทอดเวลาเนิ่นยาวจากวันที่ 5 มายังวันที่ 24 มิถุนายน ก็ยังไม่เรียบร้อยได้โดยราบรื่น

สัมผัสได้จากเสียงอันดังมาจากพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย

สัมผัสได้จากเสียงอันดังขึ้นจาก “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ อันทำให้ทั้ง นายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ต้องเล่นบท

Advertisement

“จระเข้กบดาน” ในทางการเมือง

กระนั้น ความยากที่ “ยากส์” มากกว่าการจัด ครม.หลายทบเท่าทวีคูณก็คือ การนำเอานโยบายของ 19 พรรคการเมืองมายำใหญ่

ถามว่าจะใช้ “มือเขียน” จากไหนมา “ปั้นแต่ง”

ไม่จำเป็นต้องนำเอานโยบาย “มารดาประชารัฐ” หรือนโยบายจาก “ครรภ์” สู่ “เชิงตะกอน” ที่ปรากฏในหลายพรรคระหว่างหาเสียง

ถามว่าตัวเลข “ค่าแรงขั้นต่ำ” จะทำอย่างไร

ถามว่าตัวเลขการกำหนดเงินเดือน “ปริญญาตรี” เงินเดือนผู้จบ “อาชีวะ” ที่เหมาะสมซึ่งปราศรัยเจื้อยแจ้วก่อนวันที่ 24 มีนาคมจะออกมาอย่างไร

จะเอาของ “พลังประชารัฐ” หรือจะเอาของ “ประชาธิปัตย์”

และที่ยากมากยิ่งกว่าก็คือ เงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะต้องบรรจุเรื่องการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ” เข้าไปอยู่ในนโยบายของรัฐบาลด้วย

เพื่อทำให้ “ประชาธิปไตยวิปริต” หมดสิ้นไป

คำถามก็คือ แล้วพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มองเห็นความล้ำเลิศของรัฐธรรมนูญจะยอมหรือไม่

นี่คือโจทย์อันแหลมคมยิ่งต่อพรรคประชาธิปัตย์

ปมหนึ่งซึ่งพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย แบกรับกับการตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ

คือ ปมที่จำเป็นต้อง “ตระบัดสัตย์”

ไม่ว่าจะพูดด้วยความชัดเจนแบบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะพูดอย่างกำกวมแบบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

แต่ในที่สุดแล้วก็คือ การผิด “คำพูด” ที่ให้ไว้กับ “ประชาชน”

หากเมื่อมีการเขียนออกมาเป็น “นโยบาย” แล้วเงื่อนไขในการแก้ไข “รัฐธรรมนูญ” ไม่มีความแจ่มชัด ไม่มีการกำหนดเวลา

แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะเหลืออะไร

การตระบัดสัตย์ผิดคำพูดและการต้องชี้แจงด้วยโวหารซึ่งมากด้วยลวดลายในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีก็เหน็ดเหนื่อยอย่างสาหัสมาแล้ว

ประเด็นของ “รัฐธรรมนูญ” จะเป็นอีกเรื่องซึ่งละเอียดอ่อนและอ่อนไหวยิ่ง

มีความเห็น “ต่าง” ดำรงอยู่อย่างแน่นอนระหว่าง 19 พรรคที่เข้าร่วมรัฐบาล เป็นความต่างอันเป็นผลและความต่อเนื่องของสถานการณ์ในห้วงกว่า 1 ทศวรรษ

จากรัฐประหาร 2549 มายังรัฐประหาร 2557

เป็นปัญหาซึ่งแต่ละนักการเมืองของ 19 พรรคการเมืองมีส่วนร่วมในหลายระดับ และจะต้องรับผิดชอบในฐานะที่เป็นรัฐบาล

นี่คือโจทย์ที่ยากระดับ “ยากส์” สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา