เดินหน้าชน : ปลดหนี้‘เกษตรกร’ : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

26.06.19 | 13:33 น.
เกษตรกร

ปัญหาหนี้สินเกษตรกรไทย ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ

ยังไม่มีหนทางว่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้หมดไปได้อย่างไร ในเมื่อราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ เจอแต่ปัญหาราคาตกต่ำ และไม่มีความแน่นอน รวมทั้งต้นทุนการผลิตของเกษตรกรนับวันยิ่งเพิ่มพูนขึ้น

ดังนั้น เชื่อว่าหลายคนคงเห็นด้วยกับ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ออกมาประกาศว่ากรมเตรียมปฏิวัติการแก้หนี้สมาชิกสหกรณ์กว่า 1.7 แสนล้านบาท

กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อพักหนี้สมาชิก 3 ปี พร้อมให้ทุนสมาชิกกู้สร้างรายได้

เป้าหมายเพื่อเดินหน้าโครงการส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ เสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ให้มากขึ้น

Advertisement

เป็นการหารายได้เพิ่มเติมจากปกติมีรายได้จากปลูกพืชชนิดเดียว หรือรอรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตปีละเพียงหนึ่งครั้ง

หากเป็นเช่นนั้น จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่พอจ่าย กระทบต่อการชำระหนี้กับสหกรณ์หรือสถาบันการเงิน

ทางกรมจะให้แต่ละสหกรณ์ไปคิดว่าต้องการทำอาชีพอะไร เพื่อจะได้ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่

จากนั้นกรมจะช่วยเหลือในเรื่องทุนให้กับสมาชิกผ่านสหกรณ์

ไอเดียดังกล่าวนี้เป็นผลจากการหารือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์กับ ธ.ก.ส.

พบว่าส่วนใหญ่ลูกค้า ธ.ก.ส.จะใช้วิธีกู้เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ หรือกู้สหกรณ์มาชำระ ธ.ก.ส.และปรับสัญญาใหม่

กรณีนี้มีรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่ากลุ่มสหกรณ์เกษตรกร ไม่ได้ชำระจริง

แต่เป็นการกู้เงินจากที่อื่น เพื่อนำเงินมาหมุนชำระหนี้ ธ.ก.ส. เพื่อขอปรับบัญชี เป็นการเพิ่มหนี้แบบพอกหางหมู หรือพูดง่ายๆ ก็คือการกู้หนี้มาใช้หนี้ เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ เป็นประเด็นที่ทาง ธปท.กังวลว่า อนาคต ธ.ก.ส.จะมีปัญหาด้านสถานะการเงิน หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป

ฉะนั้น ธ.ก.ส.ต้องพร้อมจะช่วยสหกรณ์แก้ไขอย่างจริงจัง เพราะมาตรการพักหนี้ที่ผ่านมา พบว่าเกษตรกรไม่ได้มีการสร้างรายได้เพิ่ม

และหากไม่ช่วยกันแก้ไขเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรใน 3-4 ปี ทั้ง ธ.ก.ส.และสหกรณ์คงต้องมีปัญหาเรื่องรายได้ในองค์กรแน่นอน

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาสหกรณ์ส่วนมากไม่ค่อยทำธุรกิจสร้างรายได้

แต่ไปเน้นในเรื่องกิจการปล่อยกู้ แสดงให้เห็นว่าสหกรณ์ไม่ค่อยทำบทบาทสร้างรายได้ให้สมาชิก

ดังนั้น จึงหวังว่าโครงการนี้จะมาช่วยตอบโจทย์ โดยกรมจะใช้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ปล่อยกู้สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ

จะเปิดโอกาสให้สหกรณ์ทำแผนงานโครงการเสนอเข้ามา เพื่อนำเงินไปปล่อยให้สมาชิกสหกรณ์กู้ ไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 1%

หวังว่าเพื่อให้สหกรณ์ปล่อยกู้กับสมาชิก นำไปสร้างอาชีพใหม่ เพื่อสร้างรายได้และมีเงินส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ ถือเป็นการสมประโยชน์ทุกฝ่ายหรือวินวิน ทั้งสมาชิก ธ.ก.ส. ธ.ก.ส.เอง รวมทั้งสหกรณ์ต่างๆ

เชื่อว่าหลายคนคงสนับสนุนไอเดียของอธิบดี แต่สิ่งสำคัญสหกรณ์และ ธ.ก.ส. จะต้องวางเกณฑ์และแผนงานให้กับสมาชิกสหกรณ์และสมาชิก ธ.ก.ส.ที่จะปล่อยกู้ให้ชัดเจน เพื่อให้สร้างรายได้อย่างเข้มแข็งยั่งยืน

ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้กู้ไป ส่วนจะเอาไปดำเนินการอะไร มีความเสี่ยงแค่ไหน หากไม่เข้าไปช่วยให้คำแนะนำหรือดูแลอย่างใกล้ชิด อาจกลายเป็นการสร้างปัญหาเพิ่ม

และอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเก่า ทั้งลูกหนี้ ธ.ก.ส.และสมาชิกสหกรณ์ จะมีหนี้สินเพิ่มหนักกว่าเก่า

หรืออาจถึงขั้นลุกลามเกิดเป็นโศกนาฏกรรมกับทั้ง ธ.ก.ส.และสหกรณ์ก็เป็นได้

ถ้าปล่อยกู้ให้สมาชิก แล้วไม่สามารถใช้คืนได้ตามที่วางเป้าหมายไว้

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา