ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส.ส.จากพื้นที่ต่างๆ นำเอาปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชน มาพูดในสภา
มีตั้งแต่ใต้สุด จังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ เหนือ และอีสาน
เนื้อหาที่พูดมีเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาภัยแล้ง แหล่งน้ำ ทวงถามหรือถามหา “คะแนนดิบ” ของแต่ละหน่วยเลือกตั้ง ที่ กกต.ยังไม่เปิดเผย แม้เวลาผ่านไปกว่า 3 เดือนหลังการเลือกตั้ง ไปจนถึงปัญหาหุ้นสื่อ
มีการซักกระทู้ คือการที่ ส.ส.ตั้งประเด็นถามรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานในหน้าที่ ซึ่ง ครม.ได้จัดรัฐมนตรีมาตอบ
การประชุมสภา มีการถ่ายทอดสดของวิทยุรัฐสภา ซึ่งสื่อต่างๆ รวมถึงมติชนออนไลน์ ข่าวสดออนไลน์ ร่วมถ่ายทอดสดหรือไลฟ์สตรีมมิ่ง ทางเฟซบุ๊ก จะนั่งอยู่ที่ไหน เปิดโทรศัพท์มือถือก็เปิดดูได้
ความทุกข์ร้อนต่างๆ ประเด็นปัญหาที่พูดกันในสภา จะนำไปสู่การแก้ไขอย่างไรต้องคอยดูกันไป
ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของบรรยากาศที่หายไป 5 ปีเศษ หลังจากเกิดรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค. 2557
ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา สภามาจากการแต่งตั้งของ คสช.ส่วนมากเป็นข้าราชการระดับสูงทั้งทหาร และข้าราชการพลเรือน มีวิธีพูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยตามประสาข้าราชการ
ด้วยกัน เป็นแม่น้ำ 5 สายด้วยกัน
ลองเปรียบเทียบกันดูกับสภาที่มาจากเลือกตั้ง ที่เพิ่งเริ่มมาได้ 3 เดือน จะเห็นความแตกต่าง
ที่ชัดๆ คือการทำหน้าที่ “ตัวแทน” เนื้อหาสาระของการประชุมบ่งบอกชัดเจนว่าสภานั้นทำหน้าที่แทนใคร
รัฐสภา คือ องค์กรของอำนาจนิติบัญญัติ อันเป็น 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตย อีก 2 คือ อำนาจบริหาร และตุลาการ
อำนาจบริหารมีกลไกมหึมา คือ ระบบราชการทั้งระบบ ส่วนอำนาจตุลาการ ได้แก่ ศาลต่างๆ และสำนักงานศาล
จะเห็นว่า อำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งมีสภาเป็นสาระสำคัญ อยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงมา 87 ปี เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป มีปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไหร่ก็ยกเลิกสภาให้ ส.ส.ตกงานพร้อมกับโดนด่าว่าเป็นต้นเหตุให้ต้องยึดอำนาจไปเมื่อนั้น
รัฐประหารเกิดมาแล้ว 13 ครั้ง เฉลี่ย 6.7 ปี มีรัฐประหารครั้งหนึ่ง อำนาจนิติบัญญัติที่ตามหลักต้องมาจากประชาชนก็ติดๆ ดับๆ ทุกๆ 6.7 ปี
เปรียบเทียบกันไม่ได้เลยกับอีก 2 อำนาจ โดยเฉพาะอำนาจบริหารนั้นเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง
เพราะในประเทศไทย ยอมรับให้คณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจสำเร็จ ถือเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” การยอมรับอันนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออำนาจนิติบัญญัติ อันเป็นอำนาจที่เกี่ยวข้องกับประชาชนมากที่สุด
เมื่ออำนาจนิติบัญญัติขาดๆ หายๆ สิทธิของประชาชนในช่องทางนี้ก็ขาดๆ หายๆ ไปด้วย ครั้งหลังก็ดับไป 5 ปี
สภากลับมาเที่ยวนี้ จะต้องคิดกันเรื่องนี้ให้มากๆ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ถ้าสภาเป็นแค่สภาชั่วคราว ประชาชนเสียประโยชน์แน่ๆ ส่วนใครได้ประโยชน์ก็เห็นกันชัดๆ มาแล้ว
วรศักดิ์ ประยูรศุข

