ผีบ้าจี้ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ตอนที่แล้วเอาเรื่องของตัวเองมาขายกิน (แสดงว่าวัตถุดิบจวนจะหมด) ตอนนี้เอาเรื่องของเพื่อนมาขายกินแทนแล้วกัน

เพื่อนผมคนหนึ่งเล่าว่า ผีนั้นไม่ว่าระดับไหนซีไหน (ผีก็มีซีด้วยเรอะ) ล้วนบ้าจี้กันทั้งนั้น แล้วก็เล่านิทานดึกดำบรรพ์ให้ฟังว่า…

ในอดีตกาลนานแล้ว สมัยที่มนุษย์และสัตว์เดียรัจฉานอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียนกัน อยู่มาวันหนึ่งมนุษย์คนหนึ่งได้ค้นพบ “สุรา” หรือน้ำอมฤต แจกกันกินจนทั่ว

เมื่อเหล้าเข้าปากก็เอะอะมะเทิ่งสนุกสนานเฮฮา

Advertisement

อยู่มาวันหนึ่งมีมนุษย์หัวใสจับไก่มาฆ่าย่างกินเป็น “กับแกล้ม” เพื่อนๆ เห็นว่าเข้าท่าดีจึงเอาอย่าง ตั้งแต่วันนั้นมาเป็ดไก่ได้ร่อยหรอลงตามลำดับ

บรรดาเป็ดไก่ประชุมลับกันหาทางแก้เผ็ดมนุษย์ ตั้งตัวแทนสองตัว เป็ดตัวหนึ่ง ไก่ตัวหนึ่ง เดินทางไปฟ้องเทพเจ้าผู้สร้างมนุษย์และสัตว์มา

เทพเจ้าได้ทราบรายงานก็พิโรธมาก สั่งให้ไปตามพวกมนุษย์มาสวรรค์ จะชำระคดีความให้

เมื่อบรรดาเป็ดและไก่ได้ทราบเรื่องก็ตีปีกด้วยความดีใจ

“ทีนี้ละ ไอ้คอหยักๆ สักแต่ว่าคนเอ๋ย เทพเจ้าจะลงโทษพวกเอ็งอ่วมอรทัยแน่ๆ”

มนุษย์ได้ทราบข่าวเทพเจ้าจะเอาเรื่อง จึงประชุมหารือกันว่าจะทำอย่างไร

“เจ้าแหลม” ที่เป็นต้นเหตุคนนั้นเสนอว่า

“พวกท่านคอยดูว่าเป็ดไก่ตัวไหนที่ไปฟ้องเทพเจ้า จงแอบไปจับมันมา ข้าจะจัดการเอง เรื่องทุกอย่างรับรองเรียบร้อย ไม่ต้องห่วง”

เมื่อจับเป็ดไก่ตัวการได้ก็จับฆ่า ย่างอย่างดี ใส่ชามปิดฝาพร้อมถือสุราติดไปด้วยสองสามขวดนำไปหาเทพเจ้า

เทพเจ้าเห็นหน้ามนุษย์ก็ชี้หน้าด่าต่างๆ นานาว่า ข้าจะสาปพวกเอ็งให้ได้รับทุกข์ทรมาน ฐานไปรังแกพวกเป็ดไก่

“จะทำโทษอย่างไร ลูกช้างก็ยินยอม แต่ก่อนอื่นขอให้ใต้เท้ากินนี่ดูก่อน”

มนุษย์คนเดิมรินสุราจากขวดให้หนึ่งแก้วพร้อมฉีกขาไก่ให้บอกให้กินด้วยกัน

เทพเจ้าดื่มน้ำอมฤตลงลำคอไป ตามด้วยขาไก่ มันเอร็ดอร่อยอะไรปานนั้น

“นี่อะไร อร่อยเหลือเกิน” เทพเจ้าถาม

“นี่น้ำอมฤต นี่ขาไก่ครับผม” มนุษย์กล่าวอย่างนอบน้อม

“แล้วนี่เป็ดครับ ลองดูสิ เนื้อนุ่มอย่าบอกใครเชียว” มนุษย์คนเดิมฉีกขาเป็ดให้

เทพเจ้าเคี้ยวกร้วมๆ ทำปากซี้ดซ้าดๆ ด้วยความอร่อย

“อืม…มันอร่อยอย่างนี้นี่เล่า พวกเอ็งถึงได้กิน ต่อไปพวกเอ็งกินได้ ไม่เฉพาะเป็ด ไก่ หมู หมา วัว ควาย กินได้หมด แต่อย่าลืมเอามาเซ่นข้าด้วยแล้วกัน” เทพเจ้าหัวร่อเอิ้กอ้ากๆ เพราะล่อเข้าไปหลายแก้วแล้ว

บรรดาเป็ดไก่ที่ไปร้องทุกข์ชักเห็นท่าไม่ดี ต่างก็สะกิดกัน เป็ดก็ร้องบอกพรรคพวกว่า

“กลับๆๆ”

ต่างก็ถอยออกมาด้วยความผิดหวัง

ไก่ตัวหนึ่งแค้นมาก ทุบอกตัวเองปั๊กๆ ร้องเสียงดังว่า

“สู้เขาไม่ได้ด๊อก”

ตั้งแต่นั้นมาเป็ดจึงร้อง “ก๊าบๆๆ” (กลับๆๆ)ส่วนไก่พอตื่นนอนมาก็บอกตัวเองร้อง “สู้เขาไม่ได้ด๊อกๆ” ทุกทีสิน่า (ฮิฮิ)

เพื่อนคนที่เล่านิทานเรื่องนี้สรุปว่า ภูตผีเทวดามันบ้าจี้บ้ายอไม่แพ้มนุษย์ หนอยแน่ทีแรกจะทำโทษมนุษย์ พอมนุษย์ยอหน่อยติดสินบนนิด เปลี่ยนใจมาเข้ากับมนุษย์เสียนี่

เพื่อนคนเดิมเล่าอีกเรื่องว่า…

มีบุรุษท่านหนึ่งนำเอาหมูเห็ดเป็ดไก่ไปไหว้เจ้าทุกวัน

วันหนึ่งสังเกตเห็นว่า เครื่องเซ่นที่ตัวนำไปเซ่นเจ้านั้นหายไป มีคนมาขโมยไปกินจึงแอบดู ในวันหนึ่งก็เห็นคนไม่เต็มเต็งคนหนึ่งย่องมาเอาไปกิน จึงไล่ตีมันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

ตกดึกคืนนั้นเจ้ามาเข้าฝัน ชี้หน้าคนคนนั้นด้วยความเกรี้ยวกราด

“ข้ากำลังกินอยู่กับเพื่อนข้า เอ็งไปไล่เขาหนี ทำยังงี้หมายความว่ายังไง เอ็งต้องไปตามเขามากินข้าวกับข้าอีก”

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเอาเครื่องเซ่นไปตั้งไว้แล้วก็เที่ยวตามหาเจ้าไม่เต็มเต็งคนนั้นจนเจอ อ้อนวอนให้เขามากินเครื่องเซ่นเหมือนเดิม

เพื่อนผมเล่าว่า เจ้าคนไม่เต็มเต็งคนนี้มันเข้าไปนั่งขัดสมาธิตรงเครื่องเซ่นพลางพูดว่า

“โอ้โฮ น่ากินจัง ขอผมกินด้วยคนได้ไหม”

แล้วก็รินเหล้าใส่แก้วพร้อมฉีกขาไก่ยื่นให้

“เอ้า…เจ้ากินก่อน แล้วผมขอกินทีหลัง”

ว่าแล้วก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มพร้อมกับแกล้มเข้าปาก

มันทำอย่างนี้ทุกวัน จนผีมันถือเจ้าคนนี้เป็นเพื่อนร่วมวง พอมีคนมาไล่เพื่อนหนี ผีจึงพิโรธดังกล่าว

เห็นหรือยังครับ ผีมันก็บ้าจี้ใช่ย่อย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image