ไม่ว่าการออกโรงของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าการออกโรงของ นายอนุชา นาคาศัย เป้าอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ
อยู่ที่ “ผู้บริหาร” พรรค
รับใช้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมือนกัน แต่คอยบ่อนแซะ ทำลาย “กลุ่มสามมิตร” อย่างเอาการเอางาน
รูปธรรมคืออะไร
1 คือการเซาะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ออกจากกระทรวงพลังงานไปอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม 1 คือ การตัด นายอนุชา นาคาศัย ออกจากวงจร ครม.
ด้วยการเอา 3 เสียงจากพรรคชาติพัฒนามาเป็นเงื่อนไข
“เสมือนว่าพวกผมไปรบจนชนะ พอกลับบ้านถูกแม่ทัพนำศัตรูที่ไปต่อสู้มาจนชนะมาตัดหัวพวกผมทิ้ง”
ชัดเจน แจ่มแจ้ง
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ มีการสำทับยืนยันจากนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ว่า จะไม่มีการเปลี่ยนโผ ครม.ใดๆ ทั้งสิ้น
“ไม่ว่าใครต้องเข้าใจผมเพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี”
แต่เสียงจากภายในพรรคพลังประชารัฐก็แข็งขันอย่างยิ่ง “ผมคอยรับใช้ทำงานในทุกเรื่องที่พวกเขาต้องการจนประสบความสำเร็จให้เสวยสุข แต่ก็ยังรังแกพวกผม ให้ร้ายโจมตีพวกผม
ขอได้โปรดหยุดการกระทำเหล่านั้นตั้งแต่บัดนี้
พวกเขาอาจลืมว่าเคยใช้อะไรผมบ้าง ทิ้งอะไรไว้ที่ผมบ้าง ถ้าผมโดนรังแกจนทนไม่ได้พวกผมก็จะให้พวกคุณมีข่าวดังระดับชาติ ผมเอาแน่ ถ้ายังรังแกพวกผมอีก”
คล้ายกับเป็นการเตือนไปยัง “กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม เป็นผู้บริหารพรรคเช่นเดียวกับผม”
ผู้บริหารพรรคในที่นี้อาจหมายถึง หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ผู้อำนวยการพรรค ซึ่งล้วนใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ย่อมกระทบไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไม่ต้องสงสัย
โดยความเป็นชายชาติทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจยังสามารถผลักดันโผ ครม.อย่างที่มีความมั่นใจก่อนเดินทางไปนครโอซากา
แต่ก็ต้องยอมรับว่ามี “รอยร้าว” ปรากฏ
ไม่ว่ารอยร้าวหาก นายสุชาติ ชมกลิ่น ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ว่ารอยร้าวหาก นายอัครา พรหมเผ่า ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
รวมถึงหาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เพียงเพราะต้องการเอาใจ 3 เสียงจากพรรคชาติพัฒนา ภายในของพรรคพลังประชารัฐจำเป็นต้องเสียสละอย่างสูง
ถามว่า 3 เสียงจากพรรคพลังท้องถิ่นไทจะคิดอย่างไร
ระยะหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจใช้ความแกร่งด้านการทหารมาบริหารจัดการได้
ถามว่าสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนกรกฎาคม 2562 เหมือนเดิมหรือไม่
โดยรัฐธรรมนูญรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจได้รับการค้ำยันจาก 250 ส.ว. และองค์การอิสระแต่ในเมื่อ 116 เสียงของพรรคพลังประชารัฐเป็นเช่นนี้
จำนวน 251 ที่ขานชื่อเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนก็น่าสงสัย
น่าสงสัยว่าจะยังเป็น 251 เสียง หรือว่าจะขาดหายไปในระหว่างทางเป็นจำนวนเท่าไหร่จากการที่ตัดสินใจเคลียร์ตำแหน่งให้กับ 3 เสียงของพรรคชาติพัฒนา
บัญชีครั้งนี้ต้องมี “รายจ่าย” แน่นอน

