ขณะที่ด้านหนึ่งมีการออก “สารนายกรัฐมนตรี” ขอโทษประชาชนที่มีปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ
อีกด้านหนึ่งก็มี “แถลงการณ์” จากกลุ่มสามมิตร อันเป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชารัฐยืนยัน นายสุริยะ
จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ถามว่าเกิดอะไรขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ
เป็นการถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่พรรคพลังประชารัฐเป็นเจ้ากี้เจ้าการในการนำเสนอ
เป็นการถามไปยัง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
เป็นการถามไปยัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัย แกนนำสำคัญของกลุ่มสามมิตร
ตกลง “ทางออก” จะเป็นอย่างไร
เพราะพลันที่นำเอา “สารนายกรัฐมนตรี” ออกมาวางเรียงเคียงกับ “แถลงการณ์ กลุ่มสามมิตร” ก็เด่นชัดว่านี่คือ การปะทะ นี่คือความขัดแย้ง
เป็นการปะทะ การขัดแย้งในลักษณะ “ขยายพื้นที่”
หากศึกษาแถลงจาก “กลุ่มสามมิตร” ตั้งแต่ นายอนุชา นาคาศัย ออกโรงตามด้วยความขึงขังจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
เด่นชัดว่ามี “กรอบ” กำหนดค่อนข้างแน่ชัด
แน่ชัดว่า 1 ให้ความเคารพ ให้ความเชื่อถือ ในสถานะและเกียรติภูมิของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย
ชูขึ้นสูงเด่น
ขณะเดียวกัน แน่ชัดว่า 1 ข้องใจกระบวนการภายในพรรค
คำถามก็คือ ในเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันกับหัวหน้าพรรคต่อหน้า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าจะได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
แล้วในวันที่ 27 มิถุนายน กลับเกิดการแปรเปลี่ยน
คล้ายกับการแปรเปลี่ยนนี้จะมีปัจจัยมาจากบางส่วนภายในพรรคพลังประชารัฐ แต่ในที่สุดแล้วผู้ที่จะต้องรับผิดชอบย่อมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในที่สุด เผือกร้อนก็อยู่ในมือของ “นายกรัฐมนตรี”
แถลงการณ์ล่าสุดอันมาจากกลุ่มสามมิตรจึงเท่ากับเป็นการเดินหน้าเข้าปะทะกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
ไม่มีเป็นอื่น
กำลังที่แวดล้อม “กลุ่มสามมิตร” คือ 31 ส.ส.ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์
เทพสุทิน และ นายอนุชา นาคาศัย
เพราะคนที่ตอบได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นี่จึงมิได้เป็นเพียงการท้าทายโดยตรงไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
หากที่สำคัญคือการท้าทายไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช.
เท่ากับถามถึง “อำนาจ” ว่ายังมีอยู่แค่ไหน เพียงใด
ต้องยอมรับว่าบทบาทของ “กลุ่มสามมิตร” แสดงความกล้าหาญชาญชัย โดยเดิมพันมิได้อยู่ที่ตำแหน่งรัฐมนตรี ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เท่านั้น
หากแต่อยู่ที่จำนวน 31 ส.ส.
ความหมายของปรากฏการณ์นี้หมายความว่า 31 ส.ส.ได้เดินเข้าปะทะกับพรรคพลังประชารัฐปะทะกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นสงครามการเมืองภายในรัฐบาล ภายในพรรคพลังประชารัฐ

