หน้าแรก คอลัมนิสต์ รื่นร่มรมเยศ ...

รื่นร่มรมเยศ : เทวดาก็มีปัญหา

7.07.19 | 13:00 น.

คนเรามักคิดว่าเทพหรือเทวดานั้นวิเศษกว่ามนุษย์ เพราะได้รับฟังการบอกเล่าจากตำราบ้าง จากผู้รู้ทั้งหลายบ้าง ว่าเทวดานั้นเสวยสุขอันเป็นทิพย์ในวิมานทองอันสวยสดงดงามบนสรวงสวรรค์

สวรรค์นั้นมีหกชั้น แต่ละชั้นก็วิลิศมาหรามาก จึงอยากไปเกิดเป็นเทวดาบนวิมานกัน จริงๆ แล้วเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ เชื่อเขาเล่าไปอย่างนั้นเอง

พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนสาวกของพระองค์ว่า เทวดานั้นบางส่วนดีกว่าคน เช่น มีอายุทิพย์ (มีอายุยืน) มีอาหารทิพย์ มีความสุขอันเป็นทิพย์ แต่บางแง่เทวดาก็ด้อยกว่าคน คือคนมีความอดทนอดกลั้นสูงกว่าเทวดา มีโอกาสที่จะบรรลุธรรม ในขณะที่เทวดาไม่มี

บรรทัดนี้หมายความว่า เทวดาไม่มีสิทธิเป็นพระอรหันต์ ถ้าอยากเป็นพระอรหันต์ เทวดาต้องมาเกิดเป็นมนุษย์

มนุษยโลกจึงเป็น “ชุมทาง” ที่จะเดินทางต่อไปที่ไหนก็ได้เพราะเหตุนี้แหละ พระโพธิสัตว์ที่ไปเกิดเป็นเทวดา เมื่อถึงเวลาจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดสัตว์โลกจึงต้องจุติลงมาเกิดในโลกมนุษย์

Advertisement

มีเรื่องเล่าน่าสนใจเรื่องหนึ่งว่า เวลามีเทวดาตนใดตนหนึ่งจะจุติ (คือตาย) เทวดาอื่นๆ จะมาห้อมล้อมแสดงความยินดีด้วยว่า “พวกเราขอแสดงความยินดีที่ท่านจะได้ไปเกิดในโลกมนุษย์อันเป็นสุคติ (ภพที่ดี)”

แสดงว่าเหล่าเทวดาเห็นว่ามนุษยโลกเป็น “สุคติ” (ภพที่ดี) ของเทวดา

เห็นหรือยังครับ เทวดาเขาชื่นชมโลกมนุษย์มากเพียงใดน่าแปลกที่มนุษย์เองกลับไม่พอใจในโลกของตนแฮะ

“เทวดา” ตามศัพท์แปลว่าผู้เล่นสนุก คือสนุกเพลิดเพลินในกามารมณ์ เพราะฉะนั้น เวลาพูดถึงเทวดาจึงมักพูดถึง “เทวธิดา” หรือนางฟ้าด้วย นางฟ้าเป็นสมบัติส่วนกลาง ถ้าเกิดขึ้นในดินแดนของเทพองค์ใด ก็ถือว่าเป็นสมบัติของเทพองค์นั้น แต่บางครั้งเทพต่อเทพก็แย่งนางฟ้ากันไม่แพ้มนุษย์เหมือนกัน

มีเรื่องเล่าว่า หญิงสาวคนหนึ่งทำบุญรักษาศีลในโลกมนุษย์ตายแล้วไปเกิดเป็นนางฟ้า บังเอิญเธอเกิดผุดขึ้นบนเส้นคาบเกี่ยวกันระหว่างเขตแดนของเทพสององค์ ต่างองค์ต่างก็อ้างสิทธิว่านางเกิดขึ้นในแดนของตน   จึงทะเลาะกัน เมื่อตกลงกันไม่ได้ จึงพากันไปหาพระอินทร์ขอให้ตัดสิน

พระอินทร์ (ก็ชีกอไม่ย่อย) พอเห็นหน้านางฟ้าแสนสวยเท่านั้น ศรกามเทพก็ปักทรวงคิดอยากได้ไว้ครองเอง จึงถามเทพองค์ที่หนึ่งว่า

“เธอเห็นนางแล้ว เธอรู้สึกอย่างไร”

เทพองค์ที่หนึ่งทูลว่า “ทันทีที่ข้าพระองค์เห็นนาง หัวใจมันสั่นระรัวเหมือนกลองศึก”

“แล้วเธอล่ะ รู้สึกยังไง” พระอินทร์หันไปถามเทพอีกองค์หนึ่ง เธอกราบทูลว่า

“ทันทีที่เห็นนาง จิตใจของข้าพระองค์มันสั่นระริก ดุจน้ำตกจากยอดเขา สุดจะหยุดนิ่งอยู่ได้”

พระอินทร์ได้ฟังก็ตีหน้าเคร่งขรึมพูดเสียงสั่นว่า

“พวกเธอยังดี ถึงจะรู้สึกรักเธอมากเพียงใด ก็ยังพอทนอยู่ได้ แต่ข้าสิ…” พูดแค่นี้ก็หยุดชะงักไปพักใหญ่

“ทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ” เทพทั้งสององค์ถามขึ้นพร้อมกัน

“ถ้าข้าไม่ได้นางมาครอบครอง เห็นทีชีวิตข้าจะอยู่ไม่ได้ข้าต้องตายแน่นอนเลย” (หันไปป้ายน้ำตาให้สมจริงสมจังว่างั้นเถอะ) เล่นเอาเทพผู้เป็นลูกน้องทั้งสองตกใจละล่ำละลักว่า

“พระองค์ตายไม่ได้นะพระเจ้าค่ะ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองไม่ต้องการนางแล้ว ขอยกให้พระองค์เลยพระเจ้าข้า” (คราวนี้หันไปยิ้มเงียบๆ คนเดียว)

ในที่สุดพระอินทร์ก็ได้ครองนางฟ้าองค์นั้นสมปรารถนา จะเรียกว่าเจ้านายมีเล่ห์เหลี่ยมมากก็แล้วแต่เถอะ ขอพรรค์นี้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล เทวดาหรือคนมันไม่ต่างอะไรกันดอกครับ แถมยักษ์อีกก็ได้เอา ดูอย่างทศกัณฐ์สิ กรุงลงกาวอดวายก็ไม่ใช่เพราะหลงเสน่ห์นางสีดาดอกหรือ

พระอินทร์ในวรรณคดีไทยดูสูงส่ง มีฤทธิ์เดชมาก ใครมีทุกข์ก็อ้อนวอนขอให้พระอินทร์ช่วย แต่พระอินทร์ในวรรณคดีแขกนั้น เป็นคนมากชู้หลายเมีย ลูกเขาเมียใครไม่สนใจ ถ้าชอบใจพ่อฉุดเอาดื้อๆ

ดังครั้งหนึ่งแกเห็นเมียฤๅษี (ฤๅษีชีไพรมีเมียได้) จึงแอบเป็นชู้ วันหนึ่งถูกจับได้ ฤๅษีแกล้งบอกเมียว่าวันนี้จะกลับช้า พอฤๅษีคล้อยหลัง พระอินทร์ก็ดอดไปตีท้ายครัว กำลังกระจู๋กระจี๋อยู่พอดี ฤๅษีเปิดประตูกระท่อมผลัวะเข้าไป ตวาดถามว่า

“เธอคุยกับใครอีหนู”

พระอินทร์ก็ไวทายาด ปลอมเป็นแมวทันที ภรรยาสาวตอบผัวว่า

“คุยกับมัชชาระ ค่ะ”

ฤๅษีเห็นแมวแล้วหมดสงสัย กำลังจะเดินออกประตูนึกขึ้นมาได้จึงตวาดว่า ข้ารู้นะว่าเอ็งเป็นใคร

เท่านั้นแหละครับ พระอินทร์หลงกลแสดงตนทันที ฤๅษียัวะมากจึงสาปให้พระอินทร์มี “โยนี” ขึ้นเต็มตัว     ฐานซุกซนชอบไปยุ่งกับภรรยาของคนอื่นเขา

ทำไมฤๅษีนึกขึ้นมาได้? เพราะคำว่า มัชชาระ แปลว่าแมวก็ได้ ชู้ก็ได้น่ะสิครับ

พระอินทร์ก้มกราบปลกๆ วิงวอนอย่างน่าสงสาร

“ได้โปรดเถอะครับ ข้าฯ ไม่รู้จะไปดูหน้าเทวดาอื่นๆ ได้อย่างไร ขอให้เปลี่ยนเป็นรูปอื่นเถอะ”

ฤๅษีสงสารจึงเปลี่ยนจากรูปโยนีเป็นขี้กลากเต็มตัวเลย ตั้งแต่นั้นต่อมา พระอินทร์จึงได้ชื่ออีกชื่อว่า “สหัสนัยน์” (แปลว่าพันตา) ความจริงก็คือ “ขี้กลากพันดวง” นั่นเองครับ มิใช่ตาทิพย์ตาแท็บอะไรดอก

เพราะพระอินทร์มีความประพฤติเหลวแหลกอย่างนี้เขาจึงปลดระวางพระอินทร์ ยกพระพรหมขึ้นมาเป็นใหญ่แทน

พระพรหมมีบุคลิกและคุณสมบัติตรงข้ามกับพระอินทร์หมดทุกอย่าง

พระอินทร์หมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์ มากชู้หลายเมีย พระพรหมถือพรหมจรรย์อยู่คนเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกามารมณ์

พระอินทร์ชอบรบราฆ่าฟัน ชอบดื่มน้ำโสม (เหล้า) พระพรหมชอบสงบ ไม่ดื่มเครื่องดองของเมา

พระอินทร์ไม่อมตะ มีเกิด มีจุติ (ตาย) พระพรหมเป็นอมตะและมีอำนาจสร้างโลกมนุษย์ด้วย

อ่านเรื่องราวของเทวดาแล้ว ก็ไม่ต่างจากเรื่องของคนนะครับ มีขึ้นมีลง เพราะฉะน้น ใครที่โดนคำสั่งปลด “เข้ากรุ” (เช่น เป็นจเรทหาร) ก็อย่าได้เสียใจเลยครับ ขนาดพระอินทร์ยังโดนปลด จนบัดนี้ แกยังไม่มีวี่แววจะ “คัมแบ๊ก” เลย