เดินหน้าชน : รบ.ใหม่ไม่มี‘ฮันนีมูน’ : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

10.07.19 | 13:33 น.

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่ากังวลไม่น้อย กรณีค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในระดับแข็งค่าในระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะส่งผลกระทบทั้งการส่งออก และการท่องเที่ยว ทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลง

และค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งทางการค้า

นั่นหมายถึงรายได้ของประเทศ ทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวจะต้องได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็ง

เป็นหน้าที่โดยตรงของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแล

เพราะปัจจุบันนอกจากเงินบาทแข็งค่าสูงกว่าประเทศคู่แข่งแล้ว

Advertisement

ไทยยังเจอหลายปัญหารุมเร้า ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

สาเหตุหนึ่งมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน

แม้จะดูเหมือนบรรยากาศจะดีขึ้นมาบ้าง หลังจาก “ทรัมป์” ประกาศชะลอการขึ้นภาษีสินค้าจากจีน

แต่หลายคนก็เชื่อว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้ จะมีอะไรออกมาขย่มขวัญจีนอีกแน่นอน สถานการณ์เทรดวอร์คงจะยืดเยื้อไปอีกนาน

ดังนั้นสถานการณ์ความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดส่งออกของไทยจะยังคงอยู่บนความเสี่ยงสูงอีกต่อไป

ล่าสุดมีสำนักข่าวต่างประเทศบางแห่งระบุว่า ค่าเงินบาทของไทยมีโอกาสแข็งค่าไปถึงระดับ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

หากเกิดขึ้นจริงถือว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะหากค่าเงินอยู่ระดับดังกล่าว จะทำให้การส่งออกของไทยมีโอกาสติดลบ 3-4% เลยทีเดียว

แม้ว่าหลายคนเชื่อว่าโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างยากก็ตาม แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในสถานการณ์เช่นนี้

โดยเฉพาะประเทศไทยมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการเมืองภายในประเทศ ยังคงกระท่อนกระแท่น

ทั้งการแต่งตั้งรัฐบาลค่อนข้างใช้เวลานานถึงกว่า 4 เดือน ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยค่อนข้างชะลอตัวอย่างมาก

รวมทั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ก็ไม่รู้จะรักษารัฐนาวานี้ไปได้นานแค่ไหน

ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยลบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยแทบทั้งนั้น

แต่แม้จะต้องเจอปัญหาเหล่านี้ ภาคราชการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) หน่วยงานมันสมองอีกหน่วยของกระทรวงการคลัง ก็ได้เตรียมแผนเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจเอาไว้รอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ไว้แล้ว

เรียกได้ว่าเข้ามาเมื่อไหร่ปุ๊บ เสนอปั๊บ ให้ลงมือทำทันที เพราะความเดือดร้อนเรื่องปากเรื่องท้องของประชาชน เป็นเรื่องรอไม่ได้

งานนี้ นายลวรณ แสงสนิท ผอ.สศค.เตรียมเสนอให้ครอบคลุมหมดทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในระยะสั้นต่อจากนี้จนกระทั่งถึงสิ้นปี

“ขณะนี้ สศค.ได้เตรียมไว้ครบทั้งหมดแล้ว เสนอให้รัฐบาลเรื่องเด่นๆ เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม เป็นการกระตุ้นในทุกระดับ ทั้งเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง (เอสเอ็มอี) รวมถึงผู้ประกอบการขนาดใหญ่ด้วย” ผอ.สศค.ย้ำ

แผนดังกล่าว หวังว่าจะสอดคล้องกับความต้องการของบรรดาเอสเอ็มอี หลังจากมีตัวเลขจากสมาคมเอสเอ็มอีระบุว่า เอสเอ็มอีรายได้หายไปประมาณ 30-40% ในช่วงปีนี้

เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คงไม่รู้หรอกว่าช่วงเวลานี้สถานการณ์การทำมาค้าขายฝืดเคืองยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด

ดังนั้นรัฐบาลใหม่ หลังจากแย่งเก้าอี้กันเรียบร้อยแล้ว จะทำอะไรก็รีบทำ เพราะไม่มีเวลาฮันนีมูนอีกต่อไปแล้ว

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา