หน้าแรก คอลัมนิสต์ วันนี้ ประชาธ...

วันนี้ ประชาธิปัตย์ ต้องแสดงความ ‘เก๋า’ ให้ปรากฏ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

12.07.19 | 13:19 น.

ถึงเวลาแห่งการรอคอยคณะรัฐมนตรีรัฐบาลผสม 20 พรรคที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปิดเผยชื่อออกมาล่วงหน้าหลายวันแล้ว (ไม่ทราบว่าเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ออกมาเป็นไปตามนั้นทุกคนหรือไม่) ตามข่าวแจ้งว่านำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยไปแล้ว

ขั้นตอนหลังจากโปรดเกล้าฯ รายชื่อ นายกรัฐมนตรีต้องนำคณะรัฐมนตรีรวมทั้งตนเองเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นอีกไม่เกิน 15 วัน นายกรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยไม่มีการลงมติ เพียงแต่อนุญาตให้สมาชิกรัฐสภาซักถามนายกรัฐมนตรีถึงนโยบายแต่ละนโยบายว่าเป็นอย่างไร จะปฏิบัติได้ดีมากน้อยเพียงใด เมื่อได้เวลาพอสมควร ประธานรัฐสภาจะขอมติจบการอภิปรายเพื่อให้เวลารัฐบาลไปบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายต่อไป

เชื่อว่าญัตติของสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลอภิปรายส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราคาพืชผลของเกษตรกรขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นราคายาง เป็นราคาปาล์ม ราคาสินค้าในท้องตลาด ซึ่งเป็นเรื่องปากท้องประชาชน อันเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผลิตผลทางการเกษตรเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการประกันราคาพืชผล

ทั้งสองเรื่องเป็นกรณีเร่งด่วนที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องตอบและนำไปปฏิบัติโดยพลัน ทั้งต้องให้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้

ขณะที่ปัญหาเงินบาทแข็งค่า เป็นเรื่องการส่งออก หากค่าเงินบาทยังแข็งตัวอย่างนี้ ยิ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศคงระส่ำระสายยิ่งไปกว่านี้ สินค้าในประเทศซึ่งมาจากการนำเข้าจะจำหน่ายไม่ค่อยได้ดีเพราะราคาสูงขึ้น

Advertisement

แม้แต่การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องหานโยบายนำชาวต่างประเทศให้เข้ามาเมืองไทย ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด ขณะที่เรียกร้องให้คนไทยอย่าเพิ่งนำเงินไทยออกไปเที่ยวต่างประเทศด้วยเหตุค่าเงินบาทแข็งท่าเดียวอย่างนี้ เพราะจะยิ่งซ้ำเติมค่าเงินบาทให้แข็งขึ้นไปอีก

เป็นอย่างนั้นใช่ไหม

การที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมเป็นรัฐบาลชุดนี้ นับเป็นการ “ขวาหัน” นโยบายของตัวเองพอสมควร การเข้าร่วมเป็นรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรี และพลพรรคเป็นอดีตคณะรัฐประหารซึ่งเคยเป็นรัฐบาลเผด็จการยังดีกว่าร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่พรรคประชาธิปัตย์เองยังกล่าวหาว่าอดีตหัวหน้าพรรคทุจริต และประกาศไม่ร่วมด้วยตั้งแต่ต้น ถึงอย่างไร รัฐบาลมือใหม่ แม้เคยขับมาก่อน ยังดีกว่ารัฐบาลมือเก่าที่มากด้วยชั้นเชิง

พรรคประชาธิปัตย์นับแต่นี้ต่อไป มีทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาและร่วมเป็นรัฐมนตรีดูแลกระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องชาวบ้านถึงสองกระทรวงต้องแสดงฝีมือให้ประจักษ์ว่าจะแก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านอย่างแท้จริงมากกว่าแสดงฝีปากคัดง้างกับฝ่ายค้านไปทุกกรณี หากมัวสนใจต่อปากต่อคำกับฝ่ายตรงข้ามทุกครั้งไป จะเป็นฝ่ายค้านเสียเองมากกว่าเข้ามาแก้ปัญหา

แม้กรณีการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงบางคน คงไม่ต้องให้ประธานสภาแก้ปัญหากระมัง ด้วยเป็นเรื่องหยุมหยิม ทั้งเป็นเรื่องที่สมาชิกสภาจะแก้ปัญหากันเอง หรือนำเสนอให้สภาแก้ปัญหา

เนื่องจากเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว มองให้เป็นเรื่องของสีสัน หรือเป็นเรื่องของการแสดงสิทธิเสรีภาพในฐานะผู้แทนราษฎรดีกว่า หรือเป็นอารมณ์ขันมากกว่า เช่น กรณีของ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช ทั้งแต่งชุดขาวดำ อย่างเป็นแฟชั่น จะเหมาะสมหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัว คงไม่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสื่อมเสียแต่ประการใด

ยิ่งการแต่งกายเลียนแบบตัวละครในเรื่อง “กลิ่นกาสะลอง” ซึ่งเป็นละครพื้นบ้านพื้นเมืองที่ตัวละครฝาแฝดแต่งกายเป็นชาวพื้นบ้านนั้น (จาวเหนือ-เจียงใหม่) กลับไปมองเป็นว่าแต่งตัวเหมือน “กาสะลอง”

ทำไมไม่เปรียบ “ช่อ” เหมือน “ซ้องปีบ” ซึ่งกระเปิ๊บกระป๊าบ กระโดกกระเดก ทั้งคำพูดคำจา กิริยา มารยาทใกล้เคียงกว่า “กาสะลอง” ที่เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ในโรงรับจำนำเป็นไหนๆ หรือใครว่าไม่จริง