22พฤษภาคม 2559 วันครบรอบ 2 ปีของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้นธารของรูปแบบการบริหารจัดการประเทศไทย ในรูปของแม่น้ำ 5 สาย
เกิดอะไรขึ้นในโอกาสดังกล่าวนี้
นอกจากกลุ่มพลังทางการเมือง นำโดยกลุ่มประชาธิปไตยใหม่และแนวร่วมได้จัดชุมนุมคัดค้านแม่น้ำ 5 สาย และแนวทางตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะนำพาประเทศต่อไปแล้ว แกนนำพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ชี้ถึงสถานการณ์ประเทศไทยตกต่ำ ถดถอยแทบทุกด้าน
ขณะที่ทีมงานโฆษก คสช.แถลงความสำเร็จของ คสช.สามารถรักษาความสงบไว้ได้และยืนยันว่า คสช.รักษาคำสัญญา เมื่อมีการลงประชามติ ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านหรือหากไม่ก็ตาม ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามที่กำหนดว่ามีการเลือกตั้ง 2560 ไม่มีอะไรผิดไปจากนี้
ด้านรัฐบาลโดยนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่ายคือรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นอกจากโต้ตอบอีกฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะรัฐบาลทักษิณแล้ว ยังยืนยันว่าการบริหารประเทศยุค คสช.มีความก้าวหน้ามากทั้งมิติของการบูรณาการบริหารราชการและมิติของการปฏิรูป
ฟังแล้วต้องชวนให้กลับไปทบทวนถึงคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันที่ 12 กันยายน 2557 เป็นเครื่องมือชี้วัด สิ่งที่เกิดขึ้นในสองปีที่ผ่านมาได้อย่างดี
คำแถลงตอนที่ว่าด้วยการปฏิรูป 11 ด้าน นายกรัฐมนตรีแถลงว่า พร้อมรับข้อเสนอการปฏิรูปมาพิจารณาดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล โดยจะถือว่าการปฏิรูปด้านการเมืองเป็นงานเร่งด่วนที่สุด
ย้ำนะครับ โดยจะถือว่าการปฏิรูปด้านการเมืองเป็นงานเร่งด่วนที่สุด
ความเป็นจริงของสถานการณ์ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ การเมืองไทยเป็นอย่างไร เดินหน้าหรือถอยหลัง และอีก 5 ปีข้างหน้าโครงสร้างระบบการเมืองไทยตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดผลปรากฏเป็นอย่างไร
ระหว่างความคิดสองชุดที่แตกต่างกัน ปฏิรูปแบบความเป็นคนไม่เท่ากัน กับความเป็นคนเท่ากัน
ระหว่างขอพ่อแม่พี่น้องประชาชนตัดสินใจเอง กับต้องมีคนมาคอยกำกับ ชี้นำ ตัดสินใจแทน
ระหว่าง เลือกตั้งกับลากตั้ง
ระหว่างปฏิรูปแบบไทยๆ กับปฏิรูปแบบสากล
เราจะเลือกเชื่อและตัดสินใจไปทางไหน ขึ้นอยู่กับสำนึกวิจารณญาณของทุกคน
ในส่วนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายกรัฐมนตรีแถลงว่ารัฐบาลก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือตามที่กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอ โดยไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆ
ความเป็นจริงภายหลังการรับฟังและเสนอความคิดเห็นต่อกรรมาธิการและกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2 คณะที่ผ่านมา เป็นเครื่องชี้ว่าเส้นแบ่งระหว่างการเสนอความคิดเห็นกับการแทรกแซง บางเบามาก
เมื่อความเห็น ท่าทีต่อผลงานของแม่น้ำ 5 สายและแนวโน้มของชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้ ประชาชนคนตาดำ คนกลางๆ ในนามของสลิ่ม โลกสวย หรือสัตว์ประเสริฐ ชนิดใดก็แล้วแต่ จะมีทางออก วิธีคิดอย่างไร จะเชื่อฝ่ายไหนมากกว่า เพื่อตัดสินใจต่อไปในอนาคต อันใกล้
วิธีที่ง่ายและปกติที่สุดก็คือ เอาคำแถลงของสองฝ่ายมาเทียบเคียงกัน
ระหว่างความคิด ความเชื่อของฝ่ายใดน่าจะนำพาความสงบสุข สิทธิ หน้าที่ความรับผิดชอบ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพ สันติภาพ ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ความเจริญรุ่งเรือง วัฒนาถาวร โอกาสและความเท่าเทียม มาสู่ผู้คนส่วนใหญ่มากกว่ากัน
สองปีที่ผ่านมาจึงพบว่า แม่น้ำ 5 สายยังก้าวไม่พ้นและติดกับดักใหญ่ๆ ไม่ว่ากับดักทักษิณ กับดักนักเลือกตั้ง กับดักสื่อ และที่สำคัญ ติดดีของตัวเอง คือการเร่งจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
ของอีกฝ่ายหนึ่ง
โครงสร้างของรัฐธรรมนูญเน้นจัดการกับ กับดักต่างๆ ที่ว่ามา เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าสังคมไทยในอนาคตจะเดินไปในทางไหน
การยกเลิกคำสั่งห้ามบุคคลออกนอกประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคลี่คลายบรรยากาศ เป็นสถานการณ์ชั่วคราวเฉพาะหน้าเท่านั้น
เนื้อหา สาระ ปรากฏการณ์ บรรยากาศยังอึมครึม หวาดวิตก หรือเงียบเฉย ไม่สนใจ ไม่มีความมั่นใจ อะไรจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะที่ผ่านมาเกิดสภาพที่เรียกว่า เพ่งแต่พฤกษ์ ไม่เห็นไพร นั่นเอง

