เมื่อถึงวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ก็จะเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ของวันที่ยานอพอลโล 11 ถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยจรวดแซทเทิร์น 5 จากฐานยิงจรวดที่ศูนย์การบินอวกาศเคนเนดี ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
นั่นหมายความว่าอีก 4 วันถัดไป คือในวันที่ 20 กรกฎาคม ก็จะครบรอบกึ่งศตวรรษที่ นีล อาร์มสตรอง กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ “เหยียบ” ลงไปบนพื้นผิวของดาวอื่น ที่ไม่ใช่มาตุภูมิโลก
คำถามสำคัญที่ถามกันมาตั้งแต่ 50 ปีก่อนเรื่อยมาจนถึงวันนี้ ก็คือ มนุษย์ และโลก นี้ได้อะไรจาก “ก้าวแรก” ของมนุษยชาตินั้นบ้าง นอกเหนือจากก้อนหินน้อยใหญ่ 50 ก้อน กับกรวด หิน ดิน ทราย อีกจำนวนหนึ่งซึ่งอพอลโล 11 นำกลับ “บ้าน” มา?
นอกจากเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกาต่อสหภาพโซเวียตในการแข่งขันที่เรียกกันว่า “สเปซ เรซ” แล้ว ผู้คนจากชาติอื่นทั่วโลกได้รับอานิสงส์ด้วยหรือไม่
คำตอบนั้นมีหลากหลายมากมาย แล้วแต่มุมมองของผู้ตอบว่าจะเลือกหยิบอะไรขึ้นมาแสดงถึงรูปธรรมที่เป็นคุณูปการของเหตุการณ์ดังกล่าว
ในทางเทคโนโลยีแล้ว การส่งคนไปลงบนดวงจันทร์และเดินทางกลับได้สำเร็จ ถือเป็นชัยชนะต่อความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุด เอกอุที่สุดในทางวิทยาศาสตร์ วิทยาการ ใหญ่โตในระดับเป็นที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว
เบื้องหลังของความสำเร็จดังกล่าว มีการประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมเกิดขึ้นมากมาย เริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับโครงการ แต่ในที่สุดก็ส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนบนโลกมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
ตัวอย่างเช่น นาซาจำเป็นต้องมีน้ำสะอาดสำหรับดื่มกินให้กับนักบินอวกาศ พวกเขาพัฒนาระบบทำให้น้ำบริสุทธิ์ ขนาดเล็ก เบา แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาเพื่อการนี้ ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าระวัง ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องกรองน้ำระบบที่ใช้ ซิลเวอร์ ไอออน (ไอออนคือ อะตอมที่สูญเสียอีเลคตรอนไป) ซึ่งหลายบ้าน หลายครัวเรือนใช้กันอยู่ทั่วโลกในเวลานี้
เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์ผจญเพลิง ทนไฟ ที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเมอร์ ก็เป็นนวัตกรรมที่เริ่มต้นจากโครงการอพอลโล เพื่อผลิตชุดอวกาศที่เบาแต่ทนทานและที่สำคัญคือไม่ติดไฟ ให้กับมนุษย์อวกาศ
หน้ากากผจญเพลิงที่หายใจสะดวก น้ำหนักเบา ไม่ใช่ 30 กิโลกรัมเหมือนก่อนหน้านี้ ก็ดัดแปลงจากหมวกสำหรับให้นักบินอวกาศใช้ ตอนนี้นักผจญเพลิงทั่วโลกก็ใช้งานกันอยู่ทั่วไป
ที่หลายคนคิดไม่ถึงก็คือ ระบบหล่อเย็นที่เครื่องปรับอากาศทุกเครื่องซึ่งทุกบ้านมี ก็เริ่มต้นด้วยการผลิตให้ทำความเย็นให้กับยานอวกาศของ
อพอลโลครับ
แม้แต่กระทั่ง สว่านไร้สาย ไขควงไร้สาย ที่แต่ละบ้านควรมีติดบ้านไว้ 1 ตัวเพื่อใช้งานสารพัดอย่างโดยไม่เปลืองแรง ก็เริ่มต้นด้วยการพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้ใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ของนีล อาร์มสตรอง กับเอ็ดวิน อัลดริน มนุษย์สองคนแรกบนดวงจันทร์
ยังมีตัวอย่างอีกมากมายในทำนองนี้ แต่ผลสะเทือนที่ใหญ่หลวงที่สุดกลับเป็นการกระตุ้น ปลุกเร้า ให้มนุษยชาติหันมาสนใจ ศึกษา และเรียนรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น ตั้งคำถามในเชิงวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น มีกระบวนคิดไปในเชิงวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น คำนึงถึงทุกอย่างด้วยเหตุและผล ไม่ใช่เดินดุ่มไปในความงมงายเหมือนที่ผ่านมา
ถึงที่สุดแล้ว การเดินทางไปเหยียบดวงจันทร์และกลับโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา คือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ปริมณฑลแห่งมนุษย์นั้นไม่ได้จำกัดแคบอยู่แต่เฉพาะบนโลกอีกต่อไปแล้ว
ข้อเท็จจริงนี้ไม่เพียงเป็นเมล็ดพันธุ์ของความท้าทายใหม่ๆ การสำรวจใหม่ๆ ยังส่งผลต่อกระบวนทรรศน์ของผู้คนโดยรวมอีกด้วย
การแก่งแย่ง ช่วงชิง กดขี่ เบียดบัง การเมือง ศึก สงคราม ความยิ่งใหญ่ทั้งหลายทั้งปวง กลายเป็นเพียงกระผีกหนึ่งของจักรวาลอันไพศาลเท่านั้นเอง
มนุษย์ ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด ยังคงเล็กกระจ้อยร่อยเหลือเกิน!

