เด่น คนละแบบ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

14.07.19 | 13:20 น.

นอกจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช จะซาบซึ้งคำโบราณที่ว่า

“ไม่มีใคร อยากเห็น เราเด่นเกิน” แล้ว

ผู้ที่น่าจะซาบซึ้งตามมาติดๆ ก็คงไม่พ้น

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่นาทีนี้โดดเด่นยิ่ง

โดยเฉพาะในคณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 2/1 นั้น คงไม่มีใครเกิน

Advertisement

นี่ไม่ได้ว่าเอง

อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ก็บ่งบอกเช่นนั้น

ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ตอนนี้มีคนต้องการล้มท่าน

“…ผมรู้หมดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะล้มผมให้ได้

เพราะสื่อมวลชนเองก็ทราบดีว่า ผมเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาล

โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน

ซึ่งหากล้มผมได้ รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะหลายเรื่องที่ได้ประสานงานไว้นั้นถือเป็นความลับที่ผมรู้เพียงคนเดียว

เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจของรัฐบาล

จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม ผมรู้หมดว่าใครอยู่เบื้องหลัง…”

อ่านคำให้สัมภาษณ์แล้ว ร.อ.ธรรมนัส “โดดเด่น” ยิ่งจริงไหมเล่า

ทั้งเป็น หลักในการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งเป็น ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน

ทั้งเป็น เส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจของรัฐบาล

จึงไม่แปลกที่จะต้อง ถูกรุมถล่ม

ที่ไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัส เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลสั่นคลอนเอาเลยทีเดียว

แต่กระนั้น ร.อ.ธรรมนัส ดูจะดีกว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หลายช่วงตัวนัก

คือถึง ร.อ.ธรรมนัสจะโดดเด่น แต่ก็ไม่เจอวิชา “ใต้คีย์บอร์ด” อย่างที่นายธนาธร และ น.ส.พรรณิการ์ โดน

มีการทำลายทั้งสองคนถึงขั้น สร้างนิยายอีโรติกเข้าสาดใส่ โดยมีฉาก “ยุโรป” เสริมให้โรแมนติก

ที่ใครไม่เคยเป็นตัวละครเอก คงไม่รู้ว่าจะเจ็บแสบแค่ไหน

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการปลุกกันในโลกโซเชียล ให้กระทำต่อกันแบบ #ดักตบอีช่อ สะท้อนภาวะเกลียดถึงคลั่ง

ซึ่งตรงนี้ถึงได้บอกว่า ร.อ.ธรรมนัส ดีกว่าเยอะ

เพราะใครคนไหนจะกล้าถึงขั้นติด #ดักชกไอ้นัส หือ…

ให้รู้เสียบ้าง ว่าไผเป็นไผ

ดังนั้น แฟนๆ ของ ร.อ.ธรรมนัส จึงไม่ต้องห่วงใย อย่างที่บอก เมื่อเทียบกับ “ธนาธร-พรรณิการ์” แล้ว คนละชั้น

ฝ่ายหลัง นายธนาธรยังไม่รู้ว่าจะได้เก้าอี้ ส.ส.กลับคืนหรือเปล่า ส่วน น.ส.พรรณิการ์ ไม่รู้จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาคดี 112 หรือไม่

อนาคต มืดมนเต็มที

ต่างจาก ร.อ.ธรรมนัส แม้จะ “แบกอดีต” อันโชกโชนและหนักหนามาอย่างไร

แต่ในวันนี้ได้โอกาสเปิดกว้าง สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

“คนเรานั้น อยากถามว่าสามารถทำอดีตให้เป็นปัจจุบันได้หรือไม่ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์คือ ในอนาคตผมจะทำอะไรให้แผ่นดินบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็กล่าวหากันว่ามาเฟีย นักเลง คนใจนักเลงอย่างผม ลองให้ได้ทำงานดูก่อน”

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส กำลังได้โอกาสกับ “อนาคตใหม่”

ส่วน “ธนาธร-พรรณิการ์” แม้จะประกาศตัวเป็นอนาคตใหม่

แต่ก็ดูเหมือนจะถูกริบ “โอกาส” นั้นให้น้อยลงทุกที

ถูกทิ้งให้จมดิ่งในอดีตฐาน เด่นเกินไปนัก!