หน้าแรก คอลัมนิสต์ สถาบันครอบครั...

สถาบันครอบครัว… โดย เฉลิมพล พลมุข

16.07.19 | 13:00 น.

มนุษย์หรือคนที่เกิดมาลืมตาดูโลกแล้วมีชีวิตอยู่รอดไปสิ้นสุดเมื่อถึงแก่ความตายเป็นทั้งนัยของบริบทในชีวิตและกฎหมายรัฐธรรมนูญแทบจะทั้งโลกต่างได้มีบทบัญญัติเพื่อให้การคุ้มครองดูแล การรักษาสิทธิแห่งความเป็นคนหรือมนุษย์เราโดยหลักการทั้งความเท่าเทียม เสรีภาพในการใช้ความรู้ความสามารถศักยภาพของชีวิต เพื่อจักได้ศึกษาเรียนรู้ ประกอบอาชีพการงาน สิ่งสำคัญยิ่งก็คือการได้กระทำประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติ

สังคมไทยเราได้มี พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ.2562 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 และให้มีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน หรือวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ซึ่งกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีการจัดทำกฎหมายลูกเพื่อรองรับใน พ.ร.บ.ดังกล่าว 9 ฉบับ โดยมี 1 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับสุขอนามัยซึ่งเป็นการรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข

ใน พ.ร.บ.ดังกล่าวได้กำหนดถึงนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้คำปรึกษาแนะแนว ไกล่เกลี่ยประนีประนอม รับแจ้งความ รวบรวมประมวลข้อเท็จจริงการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ยื่นคำร้องขอ คำแถลงการณ์ต่อศาล พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่ให้หัวหน้าศูนย์สามารถให้การคุ้มครองสวัสดิภาพผู้ถูกกระทำได้ทันทีกรณีความเป็นเร่งด่วนและยื่นต่อศาลภายใน 48 ชั่วโมง (มติชนรายวัน 12 กรกฎาคม 2562 หน้า 18)

ชีวิตในระดับครอบครัวไทยเราเมื่อห้าหรือหกทศวรรษที่ผ่านมา ครอบครัวไทยเราส่วนหนึ่งยังมีวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่มีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงป้าน้าอา ลูกหลานเหลนอยู่ร่วมกันในเรือนใหญ่หรือละแวกเดียวกัน พฤติกรรมต่างๆ ของคนในครอบครัวคนใดคนหนึ่งที่จะออกนอกลู่นอกทางทั้งประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา และกฎหมายของบ้านเมืองก็จะถูกตักเตือน บอกกล่าวด้วยความปรารถนาดี ความสัมพันธ์ระดับเพื่อนบ้าน ชุมชนเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยเนื่องด้วยมีความเกื้อกูลกันทั้งความเป็นปัจเจกบุคคลและงานกิจกรรมของสังคมในบริบทต่าง ๆ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504-2509) ได้มีแผนในการเร่งรัดพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ไฟฟ้า การชลประทาน พลังงาน รถไฟ การคมนาคมในระบบต่างๆ รวมถึงโครงการวิจัยทดลองด้านการเกษตร อุตสาหกรรม โครงการพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข หลังจากนั้นในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ในฉบับอื่นๆ ก็มีการต่อยอดทั้งการกระจาย
การพัฒนาสู่ท้องถิ่นชนบท ให้ธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ทั้งการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ วินัยทางการเงินการคลัง การขาดดุลการค้า การบูรณาการระหว่างเศรษฐกิจและสังคมเข้าด้วยกัน

Advertisement

ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2544-2549) ได้มีแผนที่เน้นถึงปรัชญาการบริหารพัฒนาประเทศตามกระแสพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาที่ยั่งยืนให้มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจที่สามารถพึ่งพิงตนเองได้ ให้มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้เน้นถึงการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ รวมถึงลดความยากจนในประชากรของประเทศไม่เกินร้อยละสิบสอง…

มาถึงในยุคปัจจุบันรัฐบาลไทยอยู่ในช่วงของการเดินตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ได้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ที่รัฐบาลต้องเดินควบคู่ไปในการพัฒนาประเทศและเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) รวมถึงการปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ 4.0 มาถึงเวลาในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรี 36 ตำแหน่ง โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

คุณภาพชีวิตของคนไทยเราทั้งประเทศในเวลานี้แตกต่างจากสังคมไทยเรา เมื่อห้าหรือหกสิบปีที่แล้วมาอย่างสิ้นเชิงทั้งระดับครอบครัว ชุมชน สังคม เทคโนโลยี และความเจริญของบ้านเมืองในบริบทต่างๆ เด็กนักเรียนไทยในสมัยยุคของนายกรัฐมนตรีของไทยเราปัจจุบันสมัยเด็กๆ สิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่สะดวกเทียบเท่าปัจจุบันทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ระบบการเรียนการสอนการแข่งขันกัน เพื่อสอบเข้าในสาขาวิชา หรือวิชาชีพที่ต้องการ การจดจำท่องจำในวิชาต่างๆ ยังมีความจำเป็นในระบบการศึกษา การเฆี่ยนตีนักเรียนบางคน เพื่อความหลาบจำยังคงมีความจำเป็น เพื่อต้องการให้เขาเป็นคนดีอยู่ในกรอบของศีลธรรมและกฎหมาย

ชีวิตเด็กไทย เยาวชนวัยรุ่นไทยยุคนี้ลืมตาดูโลกมาท่ามกลางน้ำไหล ไฟสว่าง หนทางสะดวก บางคนเกิดมาลืมตาดูโลกมีเงินทองทรัพย์สินสมบัติของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษที่จัดหาเอาไว้ใช้ตลอดทั้งชีวิตก็มิอาจจะใช้ไปอย่างหมดสิ้นได้ ความยากลำบากในการอดทนต่อการศึกษาเล่าเรียน การทำมาหาเลี้ยงชีพ การอดออม และการมองอนาคตที่ยาวไกลของคนยุคเบบี้บูมกับเด็กไทยสมัยนี้มีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง เด็กทารกแรกเกิดจำนวนมากมีโรคหลายประเภทติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด อุบัติเหตุในชีวิตทำให้เขาเหล่านั้นมิอาจจะมีชีวิตเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองได้ วัยรุ่นวัยเรียนหลายคนในยุคนี้สามารถเลือกสถานที่เล่าเรียนศึกษาได้เนื่องด้วยจำนวนเด็กเกิดใหม่และสถานศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนกระทั่งถึงระดับมหาวิทยาลัย มีจำนวนตัวเลขสาขา โปรแกรม คณะที่ต้องรับเข้าศึกษาได้สร้างถึงวิกฤตทางการศึกษา ในการเปิดรับสมัครในจำนวนหลายรอบและหลายช่วงขณะ

ในข้อเท็จจริงหนึ่ง สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญแรกของชีวิตที่เราท่านมิอาจจักปฏิเสธได้ เนื่องด้วยความรักของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดบุตรย่อมจักต้องให้ทั้งความรัก และความเอาใจใส่ของชีวิตในแต่ละช่วงวัยอย่างปฏิเสธมิได้ นั่นหมายถึงการดูแลชีวิตทั้งการเจริญเติบโตของร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ การให้การศึกษา การดูแลสุขภาพความเจ็บป่วย การให้กำลังใจและเป็นเพื่อนของชีวิตตั้งแต่วันลืมตาดูโลกไปถึงวันใดวันหนึ่งของคนในครอบครัวจักต้องจากความเป็นชีวิตไปนั่นหมายถึง ความตายที่เป็นหลักสัจธรรมธรรมชาติของชีวิต

มีงานวิจัยทั้งในสังคมไทยเราและงานวิจัยในต่างประเทศ ได้มีข้อมูลหนึ่งที่สอดคล้องกันก็คือ มารดาที่แยกกับบุตรตั้งแต่แรกคลอด จะทำให้ขาดโอกาสในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ ในอนาคต โดยเห็นว่าเรือนจำมิใช่สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กเกิดใหม่และเด็กเล็ก ผู้ต้องขังที่เป็นมารดาก็อยู่ในสภาพของความกดดันในชีวิตภายใต้ระเบียบของเรือนจำ การรับประทานอาหาร ความแออัด ความตึงเครียดนำไปสู่การเลี้ยงดูเด็กทารกให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับเด็กที่มีชีวิตอยู่ภายนอกเรือนจำ…(tci-thaijo.org)

ในรอบปีที่ผ่านมาที่สื่อทั้งหลายได้นำเสนอถึงปัญหาของเด็กทารกที่ถูกทอดทิ้งในสถานที่ต่างๆ ถังขยะ ริมถนน สุนัขเห่าไปพบเด็กทารก และเด็กเล็กๆ หลายคนถูกฆาตกรรมโดยผู้ปกครองที่มิอาจจักแก้ปัญหาชีวิตไปได้ เด็กถูกให้ออกนอกระบบการศึกษา เด็กจรจัดเด็กถูกทอดทิ้งจากครอบครัวไปอยู่ในสถานดูแลเด็กของรัฐ เด็กที่เข้าสู่วงจรของยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ติดการพนัน ติดเกม เด็กแว้น หรือแม้กระทั่งเด็กวัยสิบสามปีที่ได้ขับขี่บิ๊กไบค์ 1000 ซีซี ที่ไปชนอย่างรุนแรงกับรถบนท้องถนนจนได้รับบาดเจ็บทั้งตนเองและคู่กรณี

เด็กที่เรียนอยู่ในระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาตอนต้นในเมืองไทยเราได้มีการขับขี่รถประเภทต่างๆ อยู่บนท้องถนนทั้งเวลาปกติและการกระทำผิดกฎหมายจราจร ย่อมส่งผลต่อผู้ที่รับผิดชอบอย่างปฏิเสธมิได้ทั้งครอบครัว เจ้าหน้าที่รัฐ และกระบวนการทางกฎหมายความยุติธรรมของสังคม ในรอบปีหนึ่ง ชีวิตของเด็กเยาวชนต้องได้รับบาดเจ็บ
พิการเสียชีวิตบนท้องถนนในตัวเลขที่เป็นนัยสำคัญ…

แวดวงของคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะในระดับของการศึกษาเล่าเรียน ต่างพบในตัวเลขที่ลดน้อยลงของจำนวนเด็กเยาวชนที่สนใจเข้าไปบรรพชา-อุปสมบท เป็นสามเณรหรือเป็นพระภิกษุในศาสนาลดน้อยลง เด็กวัยรุ่นบางส่วนจะใช้เวลาของชีวิตในระยะสั้นๆ ไปบวชอบรมศีลธรรมจริยธรรมภาคฤดูร้อน หรือยามเว้นว่างจากการศึกษาเล่าเรียน แต่มีจำนวนตัวเลขที่น้อยมาก ที่เด็กเยาวชนเหล่านั้นที่ต้องการบวชเพื่อเรียนในระบบการศึกษาของสงฆ์ แม้ในปัจจุบันจะเปิดโอกาสให้ศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานของการศึกษาไปจนถึงระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งในมหาวิทยาลัยสงฆ์ และมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน

ชีวิตของเด็กผู้ชายส่วนหนึ่งโอกาสในชีวิตอาจจะเข้าไปสู่พระศาสนา ที่ต้องประสบปัญหาครอบครัวแตกแยก หย่าร้าง หรือถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว หากเขาเหล่านั้นใช้วิกฤตเป็นโอกาสก็สามารถปรับฐานของชีวิตทั้งการอบรมกล่อมเกลาในหลักธรรมของศาสนา และโอกาสของชีวิต ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเราในปัจจุบันหลายคนเคยเป็นศิษย์วัด เด็กวัด หลายคนได้บวชเรียนอยู่ในพระศาสนาหลายปีในปัจจุบันก็ได้ทำงานให้กับประเทศชาติ ทั้งเป็นข้าราชการระดับสูง สมาชิกวุฒิสภา หรือมีตำแหน่งหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร…

เด็กเยาวชนไทยเราหลายคนมีศักยภาพ ความรู้ความสามารถมิได้แตกต่างจากเด็กเยาวชนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งความสามารถในการร้องเพลงประกวดที่ได้รับรางวัลระดับชาติ การสื่อสารภาษาต่างประเทศ การผลิตนวัตกรรมที่รัฐบาลคาดหวังถึงความสามารถของเขาเหล่านั้น บางคนใช้เวลาของชีวิตอย่างมีคุณค่า อาทิ ช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองทำอาชีพการงาน และงานพิเศษ เพื่อช่วยหารายได้ในการเลี้ยงชีพของครอบครัว หลายคนมีความใฝ่ดีทั้งชีวิตตน และอนาคตในยามที่ว่างเว้นจากการศึกษาเล่าเรียนก็ไปทำงานในห้างสรรพสินค้าหรือโรงงานบริษัทต่างๆ

รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในมาตรา 27 ได้ระบุถึง บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใดจะกระทำมิได้…

กฎหมายของบ้านเมืองโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญได้ให้การคุ้มครองดูแลชีวิตพลเมืองทุกๆ ชีวิตโดยเฉพาะเด็กเยาวชนถือว่าเป็นอนาคตของชาติ บ้านเมืองในวันเวลาของอนาคตไว้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม แต่ในข้อเท็จจริงในรายละเอียดของชีวิตท่ามกลางสังคมแห่งความเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม ทุนนิยม เงินนิยม อำนาจนิยม ของสังคมไทยเราและสังคมโลกในทุกวันนี้ เราท่านทั้งหลายรวมทั้งรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อคุณภาพของชีวิตเด็กเยาวชน จะมีทีท่าอย่างไรกับเขาเหล่านั้น ให้ดูเสมือนการมอบความรัก ความเมตตาปรารถนาดีของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้ดูแลชาติบ้านเมืองสืบไปในอนาคต

ผู้หลักผู้ใหญ่ของสังคมไทยเราในวันนี้ได้กระทำตนเป็นเบ้าหล่อหลอมทั้งคุณธรรม จริยธรรม พฤติกรรม ความประพฤติที่พึงประสงค์ รวมถึงมาตรการทางความยุติธรรมในชีวิตและกฎหมาย เพื่อให้เขาได้เป็นคนเก่ง คนดี คนมีคุณภาพเพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ดีแล้วหรือไม่…