วันอังคารที่ 16 กรกฎาคมกับวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม ทรง “ความหมาย” สูงยิ่งสำหรับการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง
วันที่ 16 กรกฎาคม เป็น “วันถวายสัตย์ฯ”
วันที่ 25 กรกฎาคม เป็นวันแถลงนโยบายของรัฐบาล และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องไปสิ้นสุดเอาในวันที่ 27 กรกฎาคม 62 จากนั้นก็เป็นวันนับ 1 อย่างเป็นจริง
เป็นวันนับ 1 ของความสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะเดียวกัน ก็เป็นวันนับ 1 ของการสิ้นสุดแห่งยุค คสช.ในทางนิตินัย
มาตรา 44 ที่ได้มาก็ต้อง “วาง”
เรียกตามสำนวนของพรรคประชาธิปัตย์ นี่ก็คือ การปิด “สวิตช์ คสช.” ในทางเป็นจริง และเป็นการเบิกยุคอีกก้าวใหม่ในทางการเมือง
เท่ากับเป็นการเปลี่ยนสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนกรกฎาคมต่อเดือนสิงหาคม อาจยังมีรากฐานอย่างสำคัญอยู่กับกองทัพไม่ว่าจะในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
แต่ก็เป็นสถานะอันไม่เหมือนเดิม
คำว่าไม่เหมือนเดิมในที่นี้ก็คือ 1 สถานะที่ต่างอย่างสิ้นเชิงกับอำนาจที่ได้มาจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
1 คือไม่ได้เป็น “หัวหน้า คสช.”
แม้บางส่วนของมาตรา 44 แม้บางคำสั่งหัวหน้า คสช.จะไปแอบอิงอยู่กับอำนาจของ กอ.รมน. แม้เลขาธิการ คสช.จะไปอยู่ในสถานะของ ผบ.ทบ.
แต่อำนาจเหล่านั้นก็ไม่เหมือนเดิม
อำนาจเหล่านั้นค่อยๆ หลุดไปจากมือเหมือนกับที่หลุดไปจากมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งกว่านั้นยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบและควบคุมของสภา
สภาอันมาจากการเลือกตั้งของ “ประชาชน”
การดำรงอยู่ของรัฐธรรมนูญ การดำรงอยู่ขององค์กรอิสระ การดำรงอยู่ของยุทธศาสตร์ชาติ เท่ากับเป็นการดำรงอยู่ของ “ระบอบ”
ความหมาย คือ ระบอบ “คสช.”
แต่ก็มิได้เป็นระบอบ คสช.อันมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นสภาตรายางเหมือนเมื่อ 5 ปีก่อน แม้คนเหล่านั้นจะยังยึดครอง “วุฒิสภา”
กระนั้น สภาผู้แทนราษฎรก็ไม่เหมือนเดิม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจยังมีพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังท้องถิ่นไท และ 10 พรรคการเมืองเล็กคอยปกป้องคุ้มครอง
แต่จะหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยได้แค่ไหน
ขณะเดียวกัน บทบาทของพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ก็ยิ่งเข้มข้น
ฤดูกาลเปลี่ยน อำนาจเปลี่ยน
จากนี้จึงเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า สภาพเปลี่ยน สถานะเปลี่ยน อำนาจทางการเมืองก็เกิดการแปรเปลี่ยนตามไปด้วยเป็นการแปรเปลี่ยนอย่างช้าๆ
เป็นการแปรเปลี่ยนพร้อมกับการหมดไปของอำนาจ “เก่า” และการยังไม่คุ้นชินกับอำนาจ “ใหม่” อันมาพร้อมกับการเลือกตั้ง
“การเลือกตั้ง” นี่แหละที่ส่งผลสะเทือน

