หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : กำไลสำริด ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องราง ทำเสียงไล่ผีร้าย

2.06.16 | 21:59 น.
กำไลบ้านเชียงที่นาง MyHanh Louden ชาวสหรัฐอเมริกา ประสงค์มอบคืนประเทศไทย โดยระบุว่าซื้อมาจากร้านจำหน่ายของเก่าแห่งหนึ่งใน อ. เมือง จ. อุดรธานี เมื่อประมาณปี 2517-2518

กำไลสำริดยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นเครื่องประดับสวยงาม หรือเป็นอย่างอื่น?

มีผู้อธิบายไว้นานแล้วว่ากำไลสำริด ราว 2,500 ปีมาแล้ว ที่นักโบราณคดีขุดพบพร้อมโครงกระดูกในหลุมศพ ไม่ว่าที่บ้านเชียง (อุดรธานี) หรือบ้านเก่า (กาญจนบุรี)
ล้วนเป็นเครื่องรางของคนยุคนั้น ใส่ข้อมือ, ข้อเท้า ซ้อนกันหลายอันให้กระทบกันเกิดเสียงเมื่อเคลื่อนไหว เสียงจากการกระทบกัน คนยุคนั้นเชื่อว่าขับไล่ผีร้าย [มีรูปตัวอย่างผู้หญิงเผ่าละเวนในลาว (ถ่ายสมัย ร.5)]

[เครื่องรางเหล่านี้ อาจทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับด้วยก็ได้ แต่น่าเชื่อว่าเจตนาของคนยุคนั้นต้องการให้เป็นเครื่องรางมากกว่า]

ผู้หญิงเผ่าละเวนในลาว มีลูกปัดประดับที่หู คอ แขน ฯลฯ ตามจารีตประเพณีดึกดำบรรพ์ของคนอุษาคเนย์ (ชาวยุโรปถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2453 / ค.ศ. 1910)
ผู้หญิงเผ่าละเวนในลาว มีลูกปัดประดับที่หู คอ แขน ฯลฯ ตามจารีตประเพณีดึกดำบรรพ์ของคนอุษาคเนย์ (ชาวยุโรปถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2453 / ค.ศ. 1910)

สหรัฐคืนกำไลสัมฤทธิ์ยุคบ้านเชียง

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมศิลปากรว่ากระทรวงการต่างประเทศ (กต.) มีหนังสือแจ้งว่า
นาง MyHanh Louden ชาวสหรัฐอเมริกา ประสงค์มอบคืนกำไลสัมฤทธิ์โบราณ 4 รายการ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์จากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงคืนแก่รัฐบาลไทย ซึ่งนาง MyHanh Louden ซื้อมาจากร้านจำหน่ายของเก่าแห่งหนึ่งใน อ. เมือง จ. อุดรธานี เมื่อประมาณปี 2517-2518

ทั้งนี้ ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ได้ส่งภาพถ่ายโบราณวัตถุให้นาง Joyce White ผู้อำนวยการโครงการบ้านเชียง The University of Pennsylvania Museum of Archaeology and Anthropology มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ ตรวจสอบ และได้รับแจ้งว่าโบราณวัตถุดังกล่าวเป็นกำไลสัมฤทธิ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง หรือบริเวณใกล้เคียงมีอายุกว่า 2,000 ปี และสนับสนุนให้นำกลับมาเก็บรักษาที่ประเทศไทย

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างการจัดส่งโบราณวัตถุดังกล่าวเพื่อส่งมอบให้กรมศิลปากร

“หลังกรมศิลปากรได้รับมอบคืนจะจัดทำบันทึกรายละเอียดโบราณวัตถุศิลปวัตถุตามกระบวนการขั้นตอน รวมถึงอนุรักษ์กำไลสัมฤทธิ์โบราณ โดยได้มอบหมายให้กรมศิลปากรนำบางส่วนไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานบ้านเชียง จ. อุดรธานี เพื่อให้ประชาชนที่สนใจได้ศึกษาข้อมูล” นายวีระกล่าว
[มติชนรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 หน้า 11]

อะไร? ทำไม? มาจากไหน?
โบราณวัตถุเหล่านี้ควรมีคำอธิบายหลายหลาก แล้วแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอ เพราะล้วนเกี่ยวข้องวัฒนธรรมของคนปัจจุบันทั้งในอุษาคเนย์และไทย
นิทรรศการขณะนี้เรื่อง “คนเริ่มแรกบนแผ่นดินเรา” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร น่าจะมีกิจกรรมอธิบายความหมายทางสังคมวัฒนธรรมต่อโบราณวัตถุที่จัดแสดง ว่าเชื่อมโยงถึงปัจจุบันหรือไม่? อย่างไร?
เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นรากเหง้าทางสังคมวัฒนธรรมในอุษาคเนย์และในไทยทุกวันนี้
ถ้ามุ่งแต่อวดเทคนิควิทยาการขุดค้นทางโบราณคดี (ก่อนประวัติศาสตร์) คนทั่วไปฟังไม่รู้เรื่อง รวมถึง คสช. ก็ฟังไม่เข้าใจ ซึ่งเท่ากับไล่แขก สังคมไทยเสียโอกาส