จู่ๆ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โพล่งออกมาว่า “ได้คืบจะเอาศอก” หมายถึงบรรดานักการเมืองที่ได้ปลดเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ สำหรับผู้ที่ไม่ติดคดีแต่ยังอยากจะได้การประชุมพรรคการเมืองเพื่อพูดจาเรื่องรัฐธรรมนูญ
เรื่องของรัฐธรรมนูญ คล้ายกับว่าจะให้วิพากษ์วิจารณ์ได้ตามกฎหมายประชามติ แต่มีข้อกำหนดว่า ห้ามวิจารณ์จนทำให้เกิดการแตกแยก หรือเป็นเท็จ ซึ่งเรื่องของความคิดเห็นนั้นบอกไม่ได้ว่าจะวิจารณ์อย่างไรจึงต้องตรงกับความจริง เช่นบอกว่าน่าจะอย่างนั้น น่าจะอย่างนี้ จะตีความว่าเป็นเท็จหรือไม่ อย่างไร หรือกลายเป็นบิดเบือน เพราะความคิดเห็นของคนย่อมไม่เหมือนกัน ในเรื่องเดียวกันความคิดเห็นย่อมแตกต่างกัน
ความแตกต่างกันคือความไม่เหมือนกัน และผิดแผกไปจากข้อความที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญนั้น แล้วจะว่าเป็นเท็จได้อย่างไร ในเมื่อไม่เห็นด้วยกับข้อความที่ปรากฏนั้น
พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 7 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดกับกฎหมาย อย่างไรจึงเรียกว่า “สุจริต” และอย่างไรจึงเรียกว่า “ไม่ขัดต่อกฎหมาย”
ต้องไปดูที่โทษตามมาตรา 61 ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ (7)-วรรคสอง-ผู้ใดเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญที่จะแจกให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นเต็มฉบับคือในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ มีเวลาให้อ่านให้ไตร่ตรอง 1 เดือนครึ่ง (ไม่เต็ม) ขณะที่ข้อความสาระสำคัญมี่คำอธิบายออกมาเป็นหัวข้อ รวม 2 เล่ม ตั้งแต่สงกรานต์ วันที่ 12 เมษายน เป็นคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เล่มแรกอธิบายตั้งแต่รูปแบบของรัฐ ละเอียดไปถึงบทเฉพาะกาล สั้นๆ ยาวๆ แล้วแต่สาระในแต่ละเรื่อง ส่วนเล่มสอง เป็นเรื่องๆ ตั้งแต่การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ถึงท้องถิ่นเป็นของประชาชน มีภาพประกอบและคำอธิบายสั้นๆ พอสังเขป 9 เรื่อง (ไม่ทราบจะมีเล่มสามหรือไม่)
ปัญหาคือการวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 7 หากบอกว่าไม่ควรรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะ…ซึ่งเป็นไปโดยสุจริต จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่
หรือให้วิพากษ์วิจารณ์ได้เพียงว่า ควรรับร่างรัฐธรรมนุญฉบับนี้ เพราะเหตุใดเท่านั้น
เรื่องของประชามติเป็นเรื่องของระบอบประชาธิปไตย มีเพียงสามประการเท่านั้น คือ “รับ” หรือ “ไม่รับ” หรือ “งดออกเสียง” ส่วนจะไปลงประชามติหรือไม่ไปลง เป็นเรื่องสิทธิของบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าการไปออกเสียงประชามติเป็นหน้าที่
ประการสำคัญของการลงประชามติ คือใช้เสียงข้างมาก ฝ่ายไหนมีเสียงข้างมาก เป็นฝ่ายชนะ
การออกเสียงประชามติครั้งนี้ เป็นความต้องการของรัฐบาล ที่หวังว่าจะต้องผ่านด้วยเสียงข้างมาก
หากไม่ผ่าน รัฐบาลก็บอกว่าไม่เป็นไร (ลืมเสียเถิด) แล้วเริ่มดำเนินการต่อไป และยืนยันว่าจะให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2560 โดยที่รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบแต่อย่างใด
พลเอกประยุทธ์บอกว่า “ได้คืบจะเอาศอก” หมายความว่าต้องการได้มากกว่าที่ได้มาแล้ว
แต่พลเอกประยุทธ์ลืมไปว่า มีภาษิตอีกบทหนึ่งบอกว่า “คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” หมายถึง ออกทะเลอย่าประมาททะเล เพราะอาจเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ
เปรียบได้กับสียงของประชาชน เมื่อยามทะเลสงบอาจราบเรียบเหมือนกระจก แต่เมื่อยามมีพายุคลื่นลมแรง ทะเลย่อมบ้าคลั่งได้ อย่าประมาทไป

