เหตุปัจจัยอันใดทำให้การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณา “นโยบายรัฐบาล” ในวันที่ 25 กรกฎาคม จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
สัมผัสได้จาก “ท่าที” ของ “นายกรัฐมนตรี”
สัมผัสได้จากแต่ละ “องคาพยพ” อันแวดล้อมอยู่โดยรอบรัฐบาล ไม่ว่าจะจากรัฐมนตรี ไม่ว่าจะจากวุฒิสภา ไม่ว่าจะจากพรรครัฐบาล
เน้นแล้วเน้นอีกว่า นี่มิใช่อภิปรายทั่วไป หากเป็นอภิปรายนโยบาย
ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ 1 มาจากปัจจัยสะสมกว่าหนึ่งทศวรรษจากรัฐประหารปี 2549 มายังรัฐประหารปี 2557
2 เหตุการณ์นี้ส่งผลสะเทือนลึกซึ้งต่อสังคม การเมือง
ขณะเดียวกัน ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ 1 มาจากปัจจัยอันเนื่องแต่เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง
นำการเมืองไปสู่ประชาชน
หากไม่มีการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 คงไม่มีพรรคเพื่อไทย เหตุเพราะมีการยุบพรรคไทยรักไทยทำให้เกิดพรรคพลังประชาชน
เหตุเพราะพรรคพลังประชาชนถูกยุบจึงเกิดพรรคเพื่อไทย
เช่นเดียวกับ หากไม่มีการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อันเป็นที่มาแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็คงไม่มีพรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย
และที่สำคัญก็คงไม่มีพรรคอนาคตใหม่
นักธุรกิจอย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจารย์มหาวิทยาลัยอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล สื่อมวลชนอย่าง น.ส.พรรณิการ์ วานิช คงมิได้แจ้งเกิด
และบังเอิญที่พรรคและนักการเมืองเหล่านี้รับรู้ในเรื่อง “รัฐประหาร” อย่างลึกซึ้ง
อุบัติแห่งพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย จึงยืนอยู่ตรงกันข้ามกับ คสช.
นี่ย่อมเป็นจุดร้อนแรงทางการเมือง
ขณะเดียวกัน ก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 แม้กระทั่งการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เทคโนโลยีทางด้าน “ออนไลน์” อาจเกิดขึ้นแล้ว
แต่ก็มิได้คึกคักเหมือนหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557
การเติบใหญ่พัฒนาของนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคแห่ง “สมาร์ทโฟน” อุปกรณ์โทรศัพท์ที่สามารถพกพาได้
อุบัติแห่ง “โซเชียล มีเดีย” สร้างจุดทะลวงอย่างใหญ่หลวง
ไม่เพียงแต่ทำให้สื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ กลายเป็นเรื่อง “ล้าสมัย” และค่อยๆ ถูกจำกัดบทบาทลงไป หากแต่ยังได้สร้างเวทีอย่างใหม่ขึ้น
พรรคอนาคตใหม่สามารถ “แจ้งเกิด” ก็จาก “เทคโนโลยี” นี้
เมื่อสภาพการณ์ทางการเมืองที่สะสมและหมักหมมมาจากรัฐประหารเมื่อปี 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารเมื่อปี 2557 ได้รับการประสานเข้ากับเทคโนโลยี “ออนไลน์”
การประชุมรัฐสภาจึงมิได้เป็นเรื่องลี้ลับเฉพาะส่วนเหมือนกับในกาลอดีต ตรงกันข้าม กลับมีการเปิดเผยอย่างรวดเร็วฉับไว
ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาและการตรวจสอบของประชาชน
ทำให้การเมืองเป็นเรื่องของประชาชนอย่างเป็นจริง ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ล้วนไม่อาจรอดพ้นไปได้
นี่คือปัจจัย นี่คือผลสะเทือน

