สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ ดูเหมือนว่าจะรุนแรงหนักกว่าที่หลายคนคาดคิด
ขนาดล่วงเลยช่วงเข้าพรรษามาแล้ว ปกติจะต้องถึงฤดูทำนากันแล้ว
แต่ปีนี้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง บางพื้นที่ฝนไม่ตกมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่มาแล้ว ส่อแววว่าจะเกิดวิกฤตภัยแล้งลุกลามไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ขณะนี้ 17 เขื่อนใหญ่ แหล่งน้ำสำคัญที่คอยหล่อเลี้ยงประชาชนกว่าครึ่งประเทศ ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่า 30%
คาดการณ์กันว่าภายใน 1 เดือนนี้ หากยังไม่มีฝนตกลงมา โดยเฉพาะในพื้นที่เหนือเขื่อน จะมีประชาชนได้รับผลกระทบหลายล้านคนเลยทีเดียว
ปัญหาภัยแล้งมีทีท่าว่า อาจจะเข้ามาซ้ำเติมปัญหาเรื่องปากท้อง กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงได้อย่างน่ากังวล
ที่สำคัญการแก้ปัญหาของทางรัฐบาลและหน่วยราชการ ไม่ตอบสนองชาวบ้านได้รวดเร็วและต่อเนื่องเท่าที่ควร
สำหรับรัฐบาลใหม่ไม่ต้องพูดถึง กว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ยืดเยื้อท่าเยอะมาประมาณ 4 เดือน
ส่วนภาคราชการ เมื่ออยู่กับรัฐบาลทหาร การแก้ปัญหาก็ล่าช้าเต็มที
จึงเป็นที่มาของกรณีชาวบ้าน กะเลงเวก หมู่ 2 ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ นัดรวมตัวกัน เดินหาแหล่งน้ำในป่า ก่อนจะพบแหล่งน้ำห่างจากหมู่บ้านประมาณ 10 กม.
ชาวบ้านรอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐไม่ไหว ต้องระดมเงินกันคนละเล็กละน้อย ซื้อท่อพีวีซีกว่า 2,000 ท่อน ท่อนละ 4 เมตร
ก่อนช่วยกันต่อท่อส่งน้ำ เพื่อทำเป็นกาลักน้ำจากแหล่งต้นน้ำ ไปที่หมู่บ้านกะเลงเวก
ขณะนี้ยังขาดท่ออีกประมาณ 200 ท่อน ต้องวิงวอนให้ผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือติดต่อบริจาคท่อพีวีซีได้ที่คณะกรรมการชุมชน
เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
นอกจากนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชาวบ้านทับทิมสยาม 04 ก็ได้ต่อทำเป็นกาลักน้ำในลักษณะเดียวกันนี้ เป็นระยะทางกว่า 14 กิโลเมตร เสร็จสิ้นไปแล้วเช่นกัน
โชคดีได้รับงบประมาณสนับสนุนกว่า 1 ล้านบาท จากมูลนิธิหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ วางท่อส่งน้ำเพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้านในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ
นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างความเดือดร้อนของชาวบ้านบางส่วน เชื่อว่ายังมีชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอีกจำนวนมาก
แต่การช่วยเหลือจากภาครัฐกลับเป็นไปอย่างล่าช้า แก้ปัญหาไปคนละทิศละทาง
กว่าจะตั้งหลักบูรณาการให้หน่วยงานต่างๆ แก้ปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ ตอนนี้สถานการณ์ภัยแล้งลุกลามไปไกลแล้ว
และดูเหมือนว่าปัญหายังไม่จบแค่นี้ เพราะฤดูแล้งอย่างแท้จริงยังมาไม่ถึง
ช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า หากฝนยังทิ้งช่วงห่างๆ เช่นนี้ และการแก้ปัญหาของภาครัฐยังยึกๆ ยักๆ เหมือนที่ผ่านมา วิกฤตมาเยือนแน่นอน
เพราะนอกจากจะเกิดปัญหาเศรษฐกิจ จะบานปลายกลายเป็นปัญหาสังคม เมื่อประชาชนยากแค้นลำเค็ญ ย่อมเกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา
และปัญหานี้จะส่งผลถึงรัฐนาวาบิ๊กตู่ “รอบเบิ้ล” อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
เพราะชาวบ้านอาจจะเข็ดขยาดได้ว่า อยู่มา 5 ปี รู้ปัญหาดีแทบทุกเรื่อง ยังปล่อยให้ปัญหาภัยแล้งสาหัสสากรรจ์ได้ขนาดนี้
แสดงว่าที่ผ่านมาพร่ำบอกว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” และรับปากว่า “จะคืนความสุขให้” ก็คงเป็นแค่ข้ออ้าง เพื่ออยู่ต่อ
มีฝีมือดูแลแก้ปัญหาให้ประชาชนได้แค่นี้หรือ!?
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

