คุณภาพคือความอยู่รอด ตอน อีกหนึ่งคนเก่งของไทย : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

“สตาร์ตอัพ” (Startup) ในสมัยแรกๆ นั้น หมายถึงบุคคลที่เริ่มต้นทำธุรกิจอุตสาหกรรมหรือสร้างกิจการ (บริษัท) ใหม่ และมักใช้เรียกบุคคลประเภทนี้ที่อยู่ในย่าน Silicon Valley ของอเมริกา

แต่ “Startup” ในปัจจุบัน คือ การเริ่มต้นธุรกิจเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีวิธีสร้างรายได้ที่สามารถหาเงินแบบทำซ้ำๆ และขยายได้ง่าย กิจการประเภท Startup ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือมองเห็นโอกาสที่ยังไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เช่น แอพพลิเคชั่นที่ใช้เคลมประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุด้วยตัวเอง แอพพลิเคชั่นรวมที่จอดรถ เป็นต้น

ในวันนี้ เรามีเรื่องที่น่ายินดียิ่งเรื่องหนึ่ง ก็คือ เรามี “คนไทย” ที่ประสบความสำเร็จในฐานะ “Startup” หนึ่งคนแล้วในอเมริกา จนสื่อไทยได้ไปสัมภาษณ์กันหลายสื่อ รวมทั้ง VoA (Voice of America) ภาคภาษาไทยด้วย

คนไทยหนึ่งเดียวที่ว่านี้ ก็คือ “คุณปรัชญา ไพศาลวิภัชพงศ์” ที่มีชื่อเป็นฝรั่งว่า “Brad Phaisal” เขาเป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัท “ออมนิเวิร์ท” (Omnivirt) ในฐานะผู้บุกเบิกการผลิตและจัดการโฆษณาแบบ VR (Virtual Reality) บนสื่อออนไลน์เป็นบริษัทแรกๆ ของโลก

สมัยเด็ก เขาเป็นเด็กที่ติดเกมออนไลน์เหมือนกับเด็กสมัยนี้หลายคน แม้จะติดเกมแต่เขาก็คิดไม่เหมือนเด็กทั่วไป เพราะเขาอยากทำเกมเองด้วย จึงหัดเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 11 ขวบ โดยมี “Bill Gates” เป็น Idol และไม่ได้คาดฝันว่า จะได้พบกับเจ้าพ่อไมโครซอฟท์คนนี้แบบตัวเป็นๆ ในอนาคต

คุณปรัชญาโตมากับการแข่งขันเขียนโปรแกรม จนได้รับรางวัลมากมายทั้งในประเทศเและต่างประเทศ

รางวัลที่เปลี่ยนอนาคตของเขาไปตลอดกาล คือ รางวัลชนะเลิศของ Microsoft Imagine Cup ในปี 2007 ที่ประเทศเกาหลี (ขณะที่เขาเรียนกำลังจะจบที่ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เพราะเป็นรางวัลที่เปิดโอกาสให้เขาได้ไปสัมผัสดูงานถึงสำนักงานใหญ่ของไมโครซอฟท์ ที่สหรัฐอเมริกาในปีถัดมาเมื่อเขาเรียนจบ และได้พบกับ Bill Gates ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ที่เป็น Idol ของเขาตั้งแต่เล็กอีกด้วย

เขาเห็นว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่หาไม่ได้อีกแล้ว เขาจึงเขียน Resume หรือประวัติที่ใช้ในการสมัครงาน พร้อมทั้งผลงานการประกวดการแข่งขันเขียนโปรแกรมที่ผ่านมา และนำติดตัวไปด้วย พอจบการดูงานเสร็จ เขาก็สมัครเข้าทำงานที่นั่นเลย ซึ่งไมโครซอฟท์ก็รับเข้าทำงานทันที

ในปี 2013 หลังจากที่ย้ายมาทำงานที่ Google อยู่พักใหญ่ ก่อนหน้านี้เขาได้เรียนจบจากโรงเรียนสอนสตาร์ตอัพ ซึ่งมีเครือข่ายนักลงทุนมากมายด้วย เขาจึงตัดสินใจลาออกมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง โดยได้เงินสนับสนุนจากนักลงทุน แต่เมื่อผ่านไปประมาณสองปี โครงการแรกของเขาก็ล้มไม่เป็นท่า นักลงทุนขอถอนตัว เขาต้องมานั่งนึกทบทวนว่าจะกลับไปทำงานกินเงินเดือนที่ Google อีกดีไหม แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจลุยต่อ นั่งทำง่วนอยู่สองคนกับเพื่อนในโรงรถ (เหมือนกับ บิล เกตส์ ยุคแรกๆ เลย)

หัวใจแห่งความสำเร็จของคุณปรัชญา ก็คือ การได้เชื่อมโยงโลกของเกมและโลกของโฆษณาในความเป็นจริงเข้าด้วยกัน โดยมองเห็น “โอกาส” ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างนี้

“คนเก่งต้องมีเวทีเล่น” ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon