หน้าแรก คอลัมนิสต์ ‘บอริส จอห์นส...

‘บอริส จอห์นสัน’ คือ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เวอร์ชั่นอังกฤษ : โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

29.07.19 | 13:13 น.

เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม “บอริส จอห์นสัน” ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรโดยสมบูรณ์ พร้อมกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี

พลันที่เสร็จกิจเข้าเฝ้าพระองค์ที่พระราชวังบักกิงแฮม “บอริส จอห์นสัน” ได้ตรงไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อประชาชนที่เฝ้ารอ อันถือเป็นฉบับปฐมฤกษ์

ปฐมถ้อยคำของเขาคือ “สหราชอาณาจักรจะต้องแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปก่อนวันที่ 31 ตุลาคม แน่นอน ไม่มีคำว่าถ้า ไม่มีคำว่าแต่”

เขากล่าวว่า ปัญหาเขตแดนไอร์แลนด์เหนือที่เรียกว่า “back stop” ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากนั้น เขายืนยันว่า ปัญหาจะต้องยุติที่เขา (The buck stops with me)

“บอริส จอห์สัน” มีความมั่นใจเกี่ยวกับการแยกตัวที่มีสัญญา เพราะการแยกตัวที่ไม่มีสัญญานั้น จะนำมาซึ่งความลำบาก อย่างไรก็ตาม เขาได้ส่งสัญญาณถึงวงการธุรกิจว่า มิใช่การตัดสินใจสร้างปัญหา หากเป็นปัญหาที่เกิดจากการปฏิเสธการตัดสินใจ”

Advertisement

เขาร่ายยาวนโยบายในประเทศเป็นชุด รวมทั้งเพิ่มเติมโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและลงทุนด้านการศึกษา ผลักดันการปฏิรูประบบดูแลสุขภาพแห่งชาติด้วยงบประมาณ 2 หมื่นล้านปอนด์

ไม่ว่านโยบายจะสวยหรูสักปานใด แต่ “เบร็กซิท” งานเดียว ถ้าไม่ผ่าน ก็คงอยู่ยาก ทั้งนี้ เนื่องจากแรงกดดันภายในพรรคอนุรักษนิยมที่ไม่อยากให้ออกจากสหภาพยุโรป

เป็นแรงกดดันที่อันตราย อันตรายที่สามารถบังคับให้ “บอริส จอห์นสัน” เลือกตั้งก่อนกำหนดทันทีทันใด ก็คือยุบสภานั่นเอง เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อยในสหราชอาณาจักร

“YouGov” ได้แถลงการณ์สำรวจความคิดเห็นของคนอังกฤษเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ปรากฏว่า

“บอริส จอห์นสัน” ได้รับการสนับสนุนร้อยละ 31 ในขณะที่

“เทเรซ่า เมย์” ได้รับการสนันสนุนร้อยละ 48 เมื่อเดือนสิงหาคม 2016

ส่วนคะแนนที่ไม่ชอบ “บอริส จอห์นสัน” ร้อยละ 58 ในขณะที่ “เทเรซ่า เมย์” ร้อยละ 36

ไม่ว่าคะแนนสนับสนุน ไม่ว่าคะแนนไม่ชอบ “เทเรซ่า เมย์” เหนือกว่าทั้งหมด

ในที่สุด “เทเรซ่า เมย์” ก็ยังต้องประสบกับความ “ปราชัย”

เมื่อเปรียบเทียบกัน “บอริส จอห์นสัน” ยังเป็นรอง คำถามคือ “แล้วจะอยู่ได้อย่างไร”

อย่างไรก็ตาม หน้าที่แรกของ “บอริส จอห์นสัน” คือ จัดตั้งรัฐบาล

คาดว่าอย่างต่ำต้องมีรัฐมนตรี 16 คนพ้นจากตำแหน่ง

ตามประเพณีทางการเมืองของสหราชอาณาจักร การจัดตั้งรัฐบาลจะเชิญคู่แข่งที่ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเข้าร่วม แต่ “เจเรมี ฮันท์” ปฏิเสธไม่ร่วม ขอเป็นเพียง ส.ส.อยู่กองหลัง

ว่ากันว่า “บอริส จอห์นสัน” คือ “โดนัลด์ ทรัมป์” เวอร์ชั่นอังกฤษ

“ทรัมป์” ก็ให้การยืนยันในประเด็นดังกล่าว และยังชื่นชมว่า “บอริส” มีสีสันอย่างยิ่ง

แม้คนส่วนใหญ่ได้ทำการจำแนกหมวดหมู่ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “บอริส จอห์นสัน” อยู่ใน “สปีชีส์” เดียวกันก็ตาม แต่ในความเป็นจริงสองคนแตกต่างกันมากทีเดียว

นิวยอร์กไทม์อ้างว่า ข้าราชการและนักวิชาการส่วนหนึ่งเห็นว่า ต่างกับ “ทรัมป์” เพราะว่าเป็นบุคคลภายในของสำนักงาน British establishment bureau มาโดยตลอด เรียนจบจากวิทยาลัยอีตัน และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อีกทั้งเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายกเทศมนตรีลอนดอน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วิธีการทำงานล้วนเป็นระบบอังกฤษ

ที่น่าสนใจคือ นางเวนดี้ เชอร์แมน อดีตผู้บริหารหมายเลข 3 ในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามา พรรคเดโมแครตได้บอกกับนิวยอร์กไทม์ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ และบอริส จอห์นสัน คงร่วมกันออกแบบทรงผมใหม่ แต่เพียงเท่านี้ไม่พอที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้”

ท่ามกลางภาวะอ่อนแรงในสภาของพรรค “บอริส” ได้ละทิ้งประเพณีอันเป็นพื้นฐานทางการทูต อันเกี่ยวกับการยอมถอยในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐนั้น ถือเป็น “ความเสี่ยง” อันสูงยิ่ง

เรื่องที่น่ากังวลคือ สหราชอาณาจักรทำตามคำร้องของสหรัฐ โดยทำการขจัดให้ “หัวเว่ย” ออกนอกตลาด 5G นั้น “บอริส จอห์สัน” ได้ตอบคำถามของสื่อฮ่องกงเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ว่า “พวกเราโปรจีน” แต่เขาจะท้าทายความเสี่ยงให้เกิดปัญหากับจีนหรือไม่ ยังเป็นข้อสงสัย

ถ้าเขาจะญาติดีเอาใจ “โดนัลด์ ทรัมป์” ก็ไม่น่าจะได้รับผลดีตอบแทน ดูอย่าง “ชินโสะ อาเบะ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เอาอกเอาใจเขาตั้งแต่แรกขึ้นดำรงตำแหน่งจนบัดนี้ ก็ยังมองไม่เห็นมีการตอบแทนแต่อย่างใด กลับกลายเป็นทำคุณบูชาโทษ เช่น

เมื่อการประชุมสุดยอด G20 ที่โอซากา ญี่ปุ่น “ทรัมป์” พูดจาถากถางว่า สนธิสัญญาความมั่นคงญี่ปุ่น-สหรัฐไม่มีความยุติธรรม ถือเป็นการทำลายหน้าตาของ “ชินโสะ อาเบะ”

อย่างไรก็ตาม วันนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดของสหราชอาณาจักร ไม่มีเรื่องใดที่สำคัญไปกว่าการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะมีทางออกในรูปแบบใด

คนอังกฤษฝากอนาคตไว้กับ “บอริส จอห์นสัน” นายกรัฐมนตรีป้ายแดง

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช