ผู้เขียนได้รับการสั่งสอนจากผู้ใหญ่ในตระกูลว่า เกิดเป็นคนถ้ามีความรู้เรื่องข้าวจะเอาตัวรอดได้ ผู้เขียนยังไม่ซึ้งกับคำนี้นัก แต่ก็จำคำสอนได้แทบทุกอย่าง อยากจะลองดูที จึงได้เขียนบทความนี้ขึ้น หากใครรู้แล้วก็เงียบไว้ หากใครยังไม่รู้คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่เขาอย่างมากและเห็นผลได้จริง โดยเฉพาะผู้ที่คิดจะขายข้าวหรือเปิดร้านอาหาร หรืออยากจะกินข้าวให้อร่อยขึ้น
อีกอย่าง ความรู้นี้เขียนมาจากความทรงจำที่ผู้ใหญ่หลายคนในตระกูลและนอกตระกูลของผู้เขียนสั่งสอนเอาไว้ ปู่ย่าตายายบ้าง แม่น้าอาบ้าง เจ้าของโรงสี เจ้าสัวบ้าง ฯลฯ อาจจะถูกบ้างผิดบ้าง และอาจมีความคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ถึงจะผิดและคลาดเคลื่อนไปบ้างก็เห็นจะเป็นส่วนน้อยเพราะผู้ที่ให้ความรู้เป็นตัวกลั่นทั้งนั้น และเพราะผู้เขียนเองได้ใช้สอยสอบทานความรู้นี้แล้วกับการชิมข้าวประเภทต่างๆ ได้ผลดีกว่าที่จะไม่ใช้ความรู้นี้เลย อย่างน้อยจะเป็นคนที่กินข้าวเป็น รู้ดีรู้ชั่วในการกินข้าว และเลือกกินข้าวที่ตัวเองพอใจได้มากขึ้น
หลักการทั่วไป เบสิกพื้นฐานของผู้เขียน
1.ข้าวพันธุ์ดี ส่วนมากจะเม็ดเล็ก ตอนเป็นข้าวสารต้องขาวใส ถ้าขาวขุ่นแสดงว่าเม็ดข้าวเคยโดนความชื้นมา ข้าวสารเม็ดสีเหลืองหลีกเลี่ยงเสียเลยจะดีกว่า ถ้าตอนเป็นข้าวสวยเห็นมีสีเหลืองก็ควรหลีกเลี่ยง
2.ข้าวที่กินแล้วสุขภาพดีคือข้าวหอมมะลิ
3.ข้าวหอมมะลิที่ดีส่วนใหญ่ปลูกที่สุพรรณบุรี เป็นพันธุ์ดั้งเดิมเอามาปลูกที่ไหนก็ไม่เหมือน
4.ข้าวหอมมะลิที่ดีที่อื่นมีอีกในภาคเหนือ เชียงราย เชียงใหม่ นอกจากที่กล่าวนั้นเป็นข้าวหอมมะลิที่ผสมพันธุ์ หรือปรับปรุงพันธุ์ขึ้นใหม่ในช่วงร้อยปีมานี้ มิใช่พันธุ์ดั้งเดิม เสน่ห์ของความหอมด้อยลงไป ประโยชน์จากสารอาหารก็ด้อยลง ข้าวอื่นนอกจากข้าวหอมมะลิ เช่นข้าวประจำถิ่นก็กินได้ แต่ผลต่อสุขภาพอาจจะไม่เท่าข้าวหอมมะลิ
5.ข้าวอื่นที่มิใช่ข้าวหอมมะลิอาจจะมีวิตามินบางชนิดมากก็จริงแต่อาจแฝงด้วยสารบางอย่างที่มากเกินไป (วิตามินบางอย่างมากเกินไป กินทุกวันก็เป็นโทษได้ เพราะไตและตับต้องทำงานหนักในการกรองสารต่างๆ ออกไป) ข้าวบางชนิดกินแล้วมีวิตามินบางอย่างมากบำรุงสายตาได้เช่นข้าวสีเข้มแต่ส่งผลต่อไตในระยะยาว เรื่องนี้ในศาสตร์ของแพทย์แผนโบราณรู้ดี เขากล่าวว่า สิ่งใดที่เรียกว่ายานั้น มีพิษอยู่สามในสิบส่วน มีประโยชน์อยู่เจ็ดส่วนก็จริงแต่อวัยวะภายในบางอย่างทนพิษอีกสามส่วนไม่ได้
6.ข้าวที่ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่ๆ มักจะกินแล้วไม่อร่อย พันธุ์ข้าวที่บอกว่าหนีน้ำเร็ว แทงยอดเหนือน้ำที่ท่วมได้เร็วนั้น บางทีจะด้อยเรื่องรสชาติ
7.ข้าวกล้องเป็นข้าวที่เก็บรักษายาก แม้จะมีวิตามินมากแต่คอยจะอมความชื้นอยู่เสมอ ฉะนั้นเวลานำมากินระมัดระวังเรื่องความชื้นและเชื้อราให้ดี อีกอย่างข้าวกล้องไม่เหมาะสมกับร่างกายของบางคน ให้สังเกตดูเอาเองเพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว
8.ระวังข้าวก้นลาน คือข้าวที่มีความชื้นและมีสีภายนอกดำ เพราะอยู่ก้นลานโดนความชื้นมาสารพัด แต่มีคนเอามาขัดออกจนเหลือแต่แกนขาวๆ แล้วนำมาขาย วิธีระวังยากมากต้องดูเม็ดข้าวเป็น คือต้องดูเส้นข้างของเม็ดข้าวว่ามีอยู่ครบหรือไม่ ส่วนใหญ่องค์ความรู้นี้ เจ้าของโรงสีทุกคนต้องมี เจ้าของโรงสีบางคนมีความรู้มากกว่านี้หลายเท่าถ้าได้ฟังเขาพูดแล้วเหมือนเอาความรู้เรื่องสามก๊กในแผ่นดินจีนมาวางไว้บนฝ่ามือเลย จะได้ความรู้เป็นระบบระเบียบดีมาก ในระยะเวลาอันสั้น ข้อสำคัญคือเขามักจะไม่สอนใครเด็ดขาดเพราะความรู้นี้มีค่าดั่งทองคำ
ดังนั้น ความรู้เบสิกเท่าผู้เขียนเขียนเล่ามานี้ ก็มิใช่ความรู้ทั้งหมดที่ผู้เขียนมี เพราะมีบางอย่างที่อธิบายด้วยภาษาที่เราสื่อสารกันไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ดูก็ไม่ได้ ถึงอยากจะถ่ายทอดให้รู้แบบไม่หวงวิชาจะใช้พรรณนาโวหารอย่างไรก็อธิบายให้รู้ไม่ได้ ทำได้วิธีเดียวคือ ต้องใช้ตาสังเกตดูเอาเองและนอกจากนี้แล้วไม่ใช่ความรู้ที่คนทั่วไปจะใช้เลือกข้าวรับประทาน แต่เป็นความรู้ที่ใช้ในการประกอบอาชีพค้าข้าว ซึ่งจะเกินไปกว่าวัตถุประสงค์ของบทความนี้ จึงขอละไว้ก่อนแต่ความรู้เพียงเท่าที่นำเสนอนี้มีค่าพอที่จะเปิดร้านอาหารได้ และพอที่จะทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆ หาข้าวที่ดีกินได้ หรือดูแลสุขภาพตนเองให้ดีได้
อย่างน้อยๆกุมสิ่งนี้ไว้ในใจ คือ “ข้าวหอมมะลิ คือข้าวที่ทำให้มีสุขภาพกายและจิตดี” คนกินข้าวหอมมะลิจะอารมณ์ดีซึ่งคิดว่าคงจะมีสารอาหารบางอย่างในข้าวชนิดนี้ที่วิเศษกว่าข้าวอื่นๆ
ดังนั้น ผู้เขียนขอกล่าวประโยคทองไว้ว่า “คนเราควรจะหาโอกาสกินข้าวหอมมะลิบ้าง” เพราะ “ข้าวหอมมะลิทำให้กายและจิตดี”
และถ้าจะให้ได้ข้าวหอมมะลิที่ถูกต้องตามตำราก็ต้องหาจากพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกในแหล่งจังหวัดตามที่เอ่ยชื่อนั้น เมื่อได้รับประทานแล้วให้จำรสชาตินั้นไว้เป็นตัวเทียบกับสิ่งอื่นๆ ต่อไป เพราะคนเรานั้นถ้ายังไม่เคยรู้สิ่งใดที่มีคะแนนเต็มสิบก็จะไม่สามารถวัดค่าสิ่งใดว่ามีคะแนนอย่างไรได้เลย ดังนั้นควรแสวงหาสิ่งที่ดีเต็มสิบให้ได้ก่อนแล้วใช้ความรู้นั้นวัดค่าสิ่งอื่นและแสวงหาความรู้อื่นๆ ต่อไป
เห็นอย่างนี้แล้ว ไม่ต้องเชื่อคำโฆษณาใดๆ ใช้หลักเกณฑ์เหล่านี้ในการเลือกซื้อข้าวสาร หรือข้าวสวยได้ตามที่ต่างๆ ได้เลย เมื่อลองทำแล้วจะชำนาญและสะสมองค์ความรู้ได้เองและมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคนขับเกวียนที่วิ่งมาถูกทางย่อมใกล้ถึงจุดหมายเข้าทุกที
ผู้อ่านจะเป็นนักกินข้าวที่ไม่หันหลังกลับไปเส้นทางเดิมอีกเลย และจะรู้สิ่งนี้ด้วยตัวเองมากขึ้นในแต่ละวันๆ ไป ใครไม่เชื่อหรือคัดค้านก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่มั่นใจว่าจะได้ประโยชน์แก่ประชาชนแท้จริงนั้น เพราะผู้เขียนได้เรียนมาจากผู้รู้จริง เพราะตระกูลของผู้เขียนเคยได้ตั๋วค้าข้าวในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คงจะพออ้างเป็นคุณวุฒิได้บ้างตามสมควร

