หน้าแรก คอลัมนิสต์ 2 ประธานาธิบด...

2 ประธานาธิบดีใหม่จาก 2 ซีกโลก โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

27.01.16 | 21:00 น.

 

ประเทศกัวเตมาลาเป็นที่ตั้งของอารยธรรมมายาที่เป็นอารยธรรมอันเก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา กัวเตมาลามีเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย มีประชากรประมาณ 15 ล้านคน เคยถูกสเปนปกครองถึง 300 ปี ครั้นได้เอกราชก็กลายเป็นสาธารณรัฐกล้วยหอมแห่งหนึ่งในภูมิภาคอเมริกากลางที่ถูกควบคุมโดยบริษัทยูไนเต็ทฟรุ๊ต ของสหรัฐอเมริกาเป็นเวลานานจนเกิดสงครามกลางเมืองที่ยาวนานร่วม 40 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2497 จนสิ้นสุดเมื่อ พ.ศ.2539 ด้วยการไกล่เกลี่ยขององค์การสหประชาชาติทำให้กัวเตมาลาได้กลับมาปกครองแบบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งจนปัจจุบัน แต่ปัญหาความยากจนและยาเสพติดตลอดจนการคอร์รัปชั่นของนักการเมืองผู้ปกครองประเทศก็ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศกัวเตมาลาจนกระทั่งประชาชนชาวกัวเตมาลาพร้อมใจกันเลือกตั้งดาราตลกผู้มีชื่อเสียงในรายการที่แสดงทางโทรทัศน์ของกัวเตมาลาตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมานี้ ชื่อนายจิมมี โมราเลส (ดาราตลกแบบเดียวล้อต๊อกหรือหม่ำของประเทศไทย) เป็นประธานาธิบดีซึ่งนายจิมมีได้เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีแห่งกัวเตมาลาเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมานี้โดยเรียบร้อยแล้ว

บทความ 2 ปธน.

นายจิมมี โมราเลส ผู้มีคะแนนนิยมเพียง 0.5% ในช่วงแรกของการหาเสียงเป็นประธานาธิบดีของเขา แต่เมื่อประธานาธิบดีออตโต เปเรส ถูกฟ้องร้องจากอัยการสูงสุดว่าเบื้องหลังเครือข่ายทุจริตที่ประกอบด้วยบรรดานักการเมืองและเจ้าหน้าที่ ศุลกากร ซึ่งรับสินบนจากภาคธุรกิจ แลกเปลี่ยนกับการลดภาษีอากรนำเข้าอย่างผิดกฎหมายจึงต้องลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีและถูกจับกุมในข้อหาทุจริตเมื่อ 3 วัน ก่อนการเลือกตั้งรอบแรกและอัยการกับผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติ กล่าวว่าเครือข่ายนี้ได้จ่ายเงินสินบนไป 3.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างเดือน พ.ค.2557-เม.ย.2558 โดยประธานาธิบดีเปเรสรับเงินสินบนไป 800,000 เหรียญสหรัฐ และรองประธานาธิบดีโรซานา บัลเดตติ ก็รับเงินสินบนไป 800,000 เหรียญสหรัฐเช่นกัน

เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ประชาชนที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนจึงทำให้นายจิมมีโมราเลส วัย 46 ชนะการเลือกตั้งรอบแรก ด้วยคะแนนเสียง 24% การลงเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นการเล่นการเมืองระดับประเทศเป็นครั้งแรกของเขา โดยก่อนหน้านี้เขาเคยลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีในเมืองบ้านเกิดแต่พ่ายแพ้ คราวนี้เขาหาเสียงด้วยการชูประเด็น “ไม่ทุจริต ไม่ใช่ขโมย”

Advertisement

สำหรับการแข่งขันเลือกตั้งรอบสองนายจิมมี โมราเลส ชนะด้วยคะแนนเสียงถึง 68% เทียบกับนางแซนดรา ทอร์เรส คู่แข่งที่ได้รับคะแนนเสียง เพียง 32% จัดว่าเป็นการได้ชัยชนะแบบขาดลอยเลยทีเดียว

งานแรกของนายจิมมี โมราเลส หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดีคือฟื้นฟูความเชื่อมั่นในรัฐบาลในช่วงที่เกิดกระแสไม่ไว้ใจอย่างมากในหมู่ประชาชนในขณะที่สถาบันการเมืองต่างๆ ก็สั่นคลอน และเงินคงคลังร่อยหรอลง นอกจากนั้นนายโมราเลสยังจะต้องบริหารประเทศด้วยการมีผู้แทนราษฎรของพรรคของเขาที่มีเพียง 11 ที่นั่งในสภาที่มี 158 ที่นั่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นงานหินทั้งสิ้น

ส่วนในอีกซีกโลกหนึ่งที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีเกาะใหญ่เกาะหนึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับมณฑลฟูเจียนชื่อเกาะไต้หวันซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1/6 ของประเทศไทย เดิมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนแต่ถูกญี่ปุ่นปกครองร่วม 50 ปี และได้กลับมาเป็นของจีนอีกภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เนื่องจากเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในจีนภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งที่นำโดยเจียง ไคเชก กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน นำโดยเหมา เจ๋อ ตง ปรากฏว่าฝ่ายเจียง ไคเชกพ่ายแพ้ต้องอพยพข้ามไปตั้งหลักเพื่อที่จะสู้ใหม่อีกใน พ.ศ.2492 ซึ่งในปัจจุบันนับเป็นเวลาร่วม 70 ปีแล้วก็ยังมีลักษณะเป็น 2 ประเทศ คือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนกับประเทศสาธารณรัฐจีนหรือไต้หวัน (โดยมี 25 ประเทศรับรองรัฐบาลของไต้หวันจากบรรดา 200 ประเทศทั่วโลก) ในขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่ยังคงถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีนที่ยังกบฏอยู่ ตราบใดไต้หวันยังยึดถือนโยบาย “จีนเดียว” อยู่ (ตั้งแต่สมัยเจียง ไคเชกเข้ามายึดครองเกาะไต้หวันก็เพื่อที่จะบุกขึ้นจีนแผ่นดินใหญ่อีกครั้งหนึ่งนั่นเอง) ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนก็จะยังเจรจาให้ทางไต้หวันยอมกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจีนโดยให้ปกครองตนเองเต็มที่แต่หากไต้หวันประกาศตัวเป็นเอกราชเมื่อใด ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ขู่ว่าจะใช้กำลังทหารเข้าบุกเกาะไต้หวันทันที

ตั้งแต่ พ.ศ.2492 เป็นต้นมาไต้หวันต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการที่เข้มงวดเด็ดขาดและโหดเหี้ยมของเจียง ไคเชก และพรรคก๊กมินตั๋งซึ่งก็มีการสืบทอดอำนาจมายังลูกชายของเจียง ไคเชก แต่ในช่วงนี้เศรษฐกิจไต้หวันเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ไต้หวันจึงกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย มีอุตสาหกรรมล้ำหน้า และมีเศรษฐกิจใหญ่โตเป็นอันดับที่ 19 ของโลก อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญมากในเศรษฐกิจโลก เป็นเหตุให้ไต้หวันได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก

เมื่อ พ.ศ.2531 นายเจียง จิงกว๋อ ลูกชายผู้สืบอำนาจของเจียง ไคเชก เสียชีวิต ทำให้การเมืองการปกครองไต้หวันได้เจริญรุ่งเรืองจนเป็นประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคและมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไป เสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพทางเศรษฐกิจ การสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนามนุษย์ในไต้หวันยังได้รับการจัดอยู่ในอันดับสูงด้วย

 

act02270159p2

ครับ ! ตอนนี้คนไต้หวันส่วนใหญ่เขาอยากจะแยกประเทศไปตั้งเป็นประเทศไต้หวันให้มันหมดเรื่องหมดราวกันเสียที เพราะเขาไม่ถือว่าเขาเป็นคนจีนแบบพวกสาธารณรัฐประชาชนจีน และหากไต้หวันเข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของจีนเหมือนฮ่องกงและมาเก๊าแล้วก็อาจต้องอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการตามแบบสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกก็ได้ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญมากที่ชาวไต้หวันเลือกตั้ง น.ส.ไช่ อิง เหวิน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านของรัฐบาลของประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว จากพรรคก๊กมินตั๋งที่ยังยึดมั่นอยู่กับนโยบายจีนเดียวทำให้จีนต้องจับตามองการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำครั้งนี้อย่างมาก

เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจจะกระทบกระเทือนต่อนโยบายการรวมเอาไต้หวันเข้ากับสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องล้มเหลวลง

น.ส.ไช่ อิง เหวิน วัย 59 ปี นับเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูง เป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากวงวิชาการและการทูตว่าเป็นนักเจรจาต่อรอง ที่มีประสบการณ์ในการเจรจากิจการต่างประเทศ และการเจรจากับจีน เธอเคยเป็นอาจารย์สอนวิชากฎหมายการค้าระหว่างประเทศมานาน 16 ปี และระหว่างนั้นก็มีประสบการณ์ในการเจรจาการค้าสำคัญๆ ของไต้หวันตั้งแต่ พ.ศ.2523 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนออกคำเตือน น.ส.ไช่ อิง เหวิน ผู้ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อวันอาทิตย์ 17 มกราคมนี้ว่า “จะต่อต้านกิจกรรมทุกรูปแบบที่จะนำไปสู่การเป็นเอกราชของไต้หวัน โดยยึดหลักการในการปกป้องความเป็นเอกราชแห่งชาติ และการเป็นอันหนึ่งอันเดียวของดินแดนแห่งรัฐ” พูดง่ายๆ คือจะใช้กำลังทหารเข้าจัดการกับไต้หวันหากไต้หวันประกาศเอกราชขึ้นมานั่นเอง

ครับ ! 2 ประธานาธิบดีใหม่จาก 2 ซีกโลกต่างก็เจองานหินทั้งคู่ ผู้เขียนขอส่งกำลังใจไปช่วยทั้งคู่เลยนะครับ