น.3คอลัมน​์ : เส้นทาง เพื่อไทย เส้นทาง อนาคตใหม่ เหมือนในต่าง

2.08.19 | 13:13 น.

หากติดตามกิจกรรมของพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ในห้วงหลังการเลือกตั้งจะสัมผัสได้ในความเหมือนอันต่างกัน

เหมือนตรงที่ 2 พรรคนี้มี “กัมมันตะ”

นั่นก็คือ ไม่ได้แสดงบทบาทแต่เพียงในที่ประชุมสภาผู้แทนเท่านั้น หากยังเดินสายพบประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ต่างกันตรงที่ “เป้าหมาย”

นั่นก็คือ ยุทธศาสตร์สัญจร ครั้งที่ 1 ของพรรคเพื่อไทยที่นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เน้นในเรื่อง “ภัยแล้ง”

Advertisement

นั่นก็คือ การเสวนาเสาะหา “จินตนาการใหม่” ของพรรคอนาคตใหม่เน้น “รัฐธรรมนูญ”

ไม่ว่าการดึง นายกษิต ภิรมย์ การดึง นายโคทม อารียา การดึง น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ตลอดจน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เข้ามาเน้นในเรื่อง “การเมือง”

แยกกันเดิน แต่ก็พร้อมร่วมเข้าตี

ความจริง ลักษณะอันก่อรูปขึ้นเป็นพรรคการเมืองของพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ดำเนินไปอย่างต่างเป้าหมายอยู่แล้ว

พรรคเพื่อไทยสืบสานมาจากพรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย

2 พรรคนี้แม้จะมีคะแนนความนิยมในเขตเมือง แต่ฐานใหญ่อย่างแท้จริงอยู่ที่ชนบท หรือที่เรียกกันว่า “รากหญ้า”

พรรคเพื่อไทยก็ยังยึดกุม “จุดแข็ง” นี้อยู่

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกก่อรูปขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ว่าจะไม่มีระบบ “หัวคะแนน” จะไม่มีนายทุนเป็นเจ้าของพรรค

แค่นี้ก็รู้แล้วว่าจะดำเนินไปอย่างไร

รากฐานอย่างแท้จริงของพรรคอนาคตใหม่ย่อมอยู่ในเมืองใหญ่ ในเขตเทศบาล ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะทะลวงเข้าไปสร้างคะแนนนิยมในชนบทได้

จึงแยกจำแนก แฟนานุแฟนไปโดยพื้นฐาน

จุดร่วมอย่างสำคัญ และทรงความหมายของพรรคเพื่อไทยกับอนาคตใหม่ คือ จุดร่วมที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.

จุดยืนนี้พรรคเพื่อไทยยืนหยัดมาก่อน

ไม่ว่ามองผ่านพรรคไทยรักไทย ไม่ว่ามองผ่านพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าเมื่อต่อเนื่องมายังพรรคเพื่อไทยก็ได้รับการสืบทอด

พรรคอนาคตใหม่ตั้งทีหลังจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแนวร่วมนี้

แม้จะมีจุดร่วมคัดค้านรัฐประหาร ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช.หรือของรัฐประหาร เช่นเดียวกัน แต่วิธีวิทยาในการสร้างพรรคก็แตกต่างกัน

นี่เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่เข้าใจ

นั่นก็คือยอมรับในความเป็นเอกเทศ ความเป็นอิสระของแต่ละพรรคการเมือง มิได้มีลักษณะครอบงำแบบพรรคพ่อ หรือพรรคพี่ซึ่งอาวุโสมากกว่า

เพียงแต่มี “จุดร่วม” อย่างเดียวกัน ต่อสู้กับ “ปรปักษ์” เดียวกัน

หากมองเห็นความเป็นจริงที่เหมือนและแตกต่างกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่เช่นนี้ก็ย่อมจะติดตามบทบาทของแต่ละพรรคด้วยความเข้าใจ

เข้าใจว่าทำไมพรรคเพื่อไทยต้องไปอย่างนั้น

เข้าใจว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่จึงเน้นในเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” เข้าใจว่าทำไมพรรคเพื่อไทยจึงเน้นในเรื่องปากท้องอันเป็นเรื่องในทาง “เศรษฐกิจ”

ไม่เรียกร้องเอาตามอารมณ์และความต้องการของตน