เนื้อที่ไม่ใช่เนื้อ จะเรียกว่าเป็นเนื้อปลอมก็คงไม่ผิดนัก เพราะทั้งหมดที่ประกอบขึ้นเป็นเนื้อที่ว่านี้แทบจะมีที่มาจากพืชทั้งสิ้น
แต่เป็นเนื้อปลอมที่คนทำตั้งอกตั้งใจทำเหลือเกินให้มองแล้วเหมือนเนื้อจริงๆ ย่างออกมาก็เหมือนเนื้อย่างไฟจริงๆ ทั้งกลิ่นและรสชาติก็จงใจจะให้เหมือนกับเนื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ถึงขนาดยอมโละสูตรแรกทิ้งไป นำเอาสูตรใหม่ที่เป็น “เวอร์ชั่น 2.0” มาเปิดตัวทำ เบอร์เกอร์ กันให้ลองชิมสดๆ ในงานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (ซีอีเอส) ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อต้นปีนี้
ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังใหม่อีกครั้ง เพราะเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอาหารและยา (เอฟดีเอ) ของสหรัฐอเมริกา ประกาศออกมาแล้วอนุญาตอย่างเป็นทางการให้ผู้ผลิต “เนื้อปลอม” ที่ว่านี้จำหน่ายให้กับผู้บริโภคทั่วไปในลักษณะที่ยังไม่ได้ “ปรุงสำเร็จ” ได้แล้ว
เปิดทางให้ เบอร์เกอร์ “เนื้อปลอม” ที่ว่านี้ไปวางขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ไม่ใช่ต้องขายในลักษณะ “ปรุงสำเร็จ” ผ่านทางเครือข่ายร้านอาหารสำเร็จรูปและภัตตาคารต่างๆ เพียงอย่างเดียวเหมือนก่อนหน้านี้
ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดคำถามว่า ทำเนื้อปลอมๆ ออกมา ทำไมต้องถึงกับให้เอฟดีเอให้ความเห็นชอบถึงขายให้กับผู้บริโภคทั่วไปได้?
ผู้ผลิตเนื้อเทียมนี้คือบริษัทอเมริกันชื่อ “อิมพอสซิเบิล ฟูดส์” พยายามทำเนื้อเทียมเลียนแบบเนื้อจริงๆ มาแล้วหลายอย่าง ยังขายให้กับผู้บริโภคทั่วไปโดยตรงตามห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตทั้งหลายได้ เพราะส่วนผสมในเนื้อปลอมนี้นั่นเองครับ
“อิมพอสซิเบิล ฟูดส์” เป็นผลงานของศาสตราจารย์วิชาชีวเคมีของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อย่างศาสตราจารย์ แพท บราวน์
อาจารย์บราวน์ประกาศตัวตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน ขอทุ่มเท อุทิศความรู้ความสามารถของตนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์สำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตให้ได้ นั่นคือ ขจัดอุตสาหกรรมการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับปศุสัตว์ออกไปให้ได้
ลงเอยด้วยการผลิตเนื้อเทียมออกมาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2016 หลังจากนั้นก็แพร่หลายผ่านช่องทางเครือข่ายภัตตาคารและร้านอาหาร
ทั้งหลายอย่างที่ว่า
พร้อมๆ กับที่มีคู่แข่งมากขึ้น อาทิ “บียอนด์ มีท” เรื่อยไปจนถึง “หมู” ทางเลือกหรือหมูเทียมอย่าง ออมนิ พอร์ค
ทุกเจ้าขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตให้กับผู้บริโภคโดยตรงได้ทั้งหมด แต่เนื้อเทียมของอิมพอสซิเบิล ฟูดส์ ทำอย่างเดียวกันไม่ได้
เนื้อเทียมเวอร์ชั่น 2.0 ของอิมพอสซิเบิล ฟูดส์ ไม่เพียงไม่ใช่เนื้ออย่างเดียว ยังปลอดกลูเตน, ปลอดฮอร์โมน, ไร้ยาปฏิชีวนะ, และเต็มไปด้วยโปรตีน ที่สำคัญก็คือ มองแล้วคล้ายเนื้ออย่างน่าประหลาดใจ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ยังดิบ แดงเรื่อๆ อยู่หรือตอนที่ไหม้ไฟจนเกรียมแล้วก็ตามที
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะในเนื้อเทียมที่พัฒนาขึ้นมาเป็นการเฉพาะของ อิมพอสซิเบิล ฟูดส์ มีโมเลกุลของ “ฮีม” เจือปนอยู่ด้วยในสัดส่วนที่เหมาะสม
“ฮีม” คือโมเลกุลของสารย้อมสี ซึ่งพบใน “เนื้อ” จริงๆ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เนื้อ (วัว) มีสีและมีกลิ่นเฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ซึ่งจะบังเกิดก็ต่อเมื่อได้รับความร้อน หรือผ่านการปรุง
แต่ “ฮีม” ของอิสพอสซิเบิล ฟูดส์ เป็นสารสังเคราะห์ ที่ไม่ได้ได้จากการล้มวัวเนื้อที่ไหนแม้แต่ตัวเดียว
เพราะ “ฮีม” นี่เอง ที่ทำให้เนื้อเทียมของอิมพอสซิเบิล ฟูดส์ ต้องผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะวางขายแบบที่ยังไม่ผ่านการปรุง เพื่อให้ลูกค้านำไปปรุงเองที่บ้าน เพราะถือเป็นสารที่ “เสริม” เข้าไปในอาหารดั้งเดิม ต่างจากบียอนด์ มีท และออมนิ พอร์ค
ที่ต่างกันอีกอย่างก็คือรสชาติ คนอเมริกันหลายที่เคยชิม เวอร์ชั่น 2.0 ของศาสตราจารย์แพท บราวน์แล้วบอกว่า “ยอดเยี่ยม”
เหมือนกำลังกินเบอร์เกอร์เนื้อทั่วไปอยู่ยังไงยังงั้น ทั้งกลิ่น ทั้งรส
ไม่รู้เหมือนกันว่ามาถึงเมืองไทยแล้วจะถูกใจคอมังสวิรัติทั้งหลายหรือเปล่า?

