เดินหน้าชน : บึ้มซ้ำเติม ปชช. : โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

7.08.19 | 13:49 น.

หลายคนออกอาการเบื่อหน่าย สุดเซ็งกับบรรยากาศเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนมาแล้ว

ดูเหมือนจะทำให้ความรู้สึกเดิมๆ หวนกลับมาอีก

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานหลายปี จนเริ่มลืมเลือนกันไปแล้วก็ตาม

เหตุการณ์กลุ่มคนร้ายเข้ามาสร้างสถานการณ์ ทั้งวางระเบิดและวางเพลิงในกรุงเทพมหานครหลายจุด

ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ลงมือก็ตาม ควรต้องถูกประณาม เพราะถือว่าสร้างความรุนแรงในสังคม

Advertisement

เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชนที่หนักหนาสาหัสกันอยู่แล้ว

ลำพังปัญหาความเดือดร้อนจากราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ

ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจากผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ทำให้การส่งออกหดตัวอย่างรุนแรง ส่อว่าทั้งปีจะติดลบ

ยังมีปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งทางการค้า อีกปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการส่งออก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออก อาจต้องลดการจ้างงานลง

ยังไม่นับรวมปัญหาภัยแล้ง ดูเหมือนปีนี้จะรุนแรงหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด

เพราะขนาดย่างเข้าฤดูฝนมาสักพัก และมีข่าวว่าพายุ “วิภา” จะเข้ามาช่วยเติมน้ำเข้าเขื่อนต่างๆ ได้บ้าง

แต่ดูเหมือนภัยแล้งจะสร้างปัญหาให้ชาวนาต้องเดือดร้อนกันหนักแล้ว จากการทำนาปีไม่ได้ตามกำหนดระยะเวลาปกติ

ในขณะที่ต้องหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง หนี้สินเก่าก็ยังต้องชดใช้ หนี้สินใหม่ก็พอกพูนขึ้น

เมื่อมาเจอกับสถานการณ์ระเบิดป่วนเมืองแบบนี้ ประชาชีชอกช้ำไปตามๆ กัน

รายได้ทั้งจากการท่องเที่ยว ความหวังจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่าย สร้างรายได้เข้ามาจุนเจือประเทศในยามนี้

อาจจะหนีไปเที่ยวประเทศอื่น เช่นเดียวกับนักลงทุน อาจเบนเข็มไปประเทศเพื่อนบ้านแทน

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของคนกลุ่มใด

ไม่ว่าจะเชื่อมโยงถึงกลุ่มก่อความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่

ไม่ว่าจะโยงไปถึงกลุ่มการเมืองกลุ่มใดหรือไม่ก็ตาม

หนีไม่พ้นทางรัฐบาลจะต้องเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

เพื่อเรียกความเชื่อมั่นทั้งด้านการลงทุน ด้านการท่องเที่ยวให้กลับมา

เพราะไม่ว่าประเทศไทยจะมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามแค่ไหน มีอาหารดีอย่างไร บรรยากาศน่าลงทุนแค่ไหน

แต่หากเรื่องเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้น และยังเป็นปัญหาคาราคาซัง

เหมือนกับคดีทางการเมืองอีกหลายคดี จนบัดนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

เช่น เรื่องการทำร้ายนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จนป่านนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้

ต่างชาติอาจสงสัยได้ว่าไทยยังคงเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน

ยังนิยมใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาทางการเมืองอีกหรือไม่

ขณะที่เพื่อนบ้าน จากที่เคยตามหลังไทยมานาน ปัจจุบันแซงหน้าไทยไปแล้ว

ที่สำคัญถือว่าเป็นการบั่นทอนความน่าเชื่อถือประเทศไทย

จึงเป็นบทพิสูจน์ฝีมือการทำงานของรัฐบาลบิ๊กตู่อีกครั้ง

หลังจากพยายามหาทางเข้ามาบริหารประเทศจนประสบความสำเร็จ

แต่สิ่งสำคัญกว่าการเข้ามาเป็นรัฐบาลได้ต่อไป

คือทำอย่างไรจะบริหารประเทศให้เกิดความสงบสุข

ในยามที่ไม่มีอาวุธ ที่ชื่อว่า “ม.44” อันคุ้นเคย อีกต่อไป

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา