ที่เห็นและเป็นไป : เวลาแห่งความท้าทาย : โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ

ทุกการตัดสินใจ ทุกการกระทำของคนมีบทบาทที่ต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวมนั้น ต้องไม่ควรทำอะไรที่ผิดพลาด

หากเกิดทำไป ไม่ว่าจะโดยตั้งใจ หรือเลินเล่อ เอาแต่ง่าย เพราะไม่ให้ความสำคัญไป แม้จะเข้าใจได้ในข้ออ้างว่าโดยไม่ตั้งใจ

ก็ยังควรจะหาทางจัดการให้ความผิดพลาดนั้นกลับมาเป็นความถูกต้อง

ที่ควรต้องทำเช่นนั้นเพราะคนที่บทบาทยิ่งสูง การตัดสินใจยิ่งก่อผลกระทบต่อส่วนรวมแรง

เมื่อธรรมชาติของความผิดพลาดคือส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อน

ความเดือดร้อนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มีบทบาทกระทบต่อความเป็นไปของส่วนรวม ย่อมสร้างความเดือดร้อนในวงกว้าง

จึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น

และหากเมื่อความรอบคอบมีไม่พอ ไปกระทำในสิ่งที่ก่อความเดือดร้อนขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีสติพอที่จะทำให้ปัญญาเกิดขึ้นที่จะรีบยอมรับ และหาทางเยียวยาแก้ไข

มีปัญญาที่จะรับรู้ว่าการดันทุรังเป็นสภาวะจิตที่จะซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

สำหรับส่วนรวมความเดือดร้อนที่ไม่ควรกระทำให้เกิดขึ้นคือ การละเมิดกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน

เพราะกติกาคือเครื่องมือสำคัญที่สุดที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันมีความราบรื่น

กฎหมายสูงสุดยิ่งต้องทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดความเคารพ

การล่วงละเมิดจะเกิดขึ้นไม่ได้

และการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกติกาการอยู่ร่วมกันนั้น ผู้มีบทบาทต่อส่วนรวมอยู่ในฐานะที่ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่เข้มงวด

จะทำตัวเหลาะแหละไม่ให้ความสำคัญ กระทำในสิ่งที่ผิดพลาดแล้วไม่ใส่ใจเยียวยา

ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ทำตัวเหนือกว่าความศักดิ์สิทธิ์ของกติกา

เพราะหากผู้มีบทบาทในการกระทำแทนส่วนรวมไม่ยึดถือกติกา ชี้ขาดกันไปตามแต่ใจ ทำผิดแล้วยังดันทุรังจะให้ยอมรับว่าเป็นความถูกต้อง

ผู้ต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวมผู้นั้น ย่อมเป็นอันตรายต่อการอยู่ร่วมกัน ด้วยจะกลายเป็นผู้เดินนำหน้าสร้างค่านิยมไม่ต้องเคารพกติกา

คนแบบนี้ยิ่งเป็นผู้นำระดับสูงมากเท่าไร ยิ่งเสียหายต่อการอยู่ร่วมกันมากเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การกระทำที่ผิดพลาดนั้น อย่างที่ว่าไว้แล้วคือสามารถแก้ไขได้ด้วยการยอมรับ และหาทางแก้ไข

การดันทุรังแล้วพยายามหาข้อแก้ตัว จะยิ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก ด้วยความผิดพลาดจะยิ่งถูกต่อยอดให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ยิ่งใช้อำนาจทำให้ข้ออ้างอยู่เหนือความหมายปกติของกติกามากเท่าไร ความเสียหายจะเกิดขึ้นมากเท่านั้น

เพราะสิ่งที่ต้องดำรงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จะถูกทำให้เป็นสิ่งเหลวไหลไม่จำเป็นต้องเคารพ

โดยผู้นำเป็นผู้ทำให้เป็นเช่นนั้น

นั่นเป็นการแก้ปัญหาเพื่อรักษาตัวเองไว้ ตอบสนองการคงอยู่ของตัวเอง โดยแลกกับความเสียหายต่อหลักของการอยู่ร่วมกัน

ซึ่งไม่เพียงไม่เป็นประโยชน์อะไร แต่ยังจะทำให้หลักการอยู่ร่วมกันผุกร่อน

อันเป็นอันตรายต่อการอยู่ร่วมกันของส่วนรวม

หนทางที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมคือ จะต้องไม่ใช่เพื่อเอาการรักษาความคงอยู่ หรืออยู่รอดของตัวเองเป็นที่ตั้ง

แต่ต้องเอาความอยู่ได้ของการอยู่ร่วมกันเป็นเป้าหมาย โดยตัวเองพร้อมจะเสียสละเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกติกาการอยู่ร่วมกันไว้

ไม่ทำให้การอยู่ได้ของตัวเอง อยู่เหนือการอยู่ร่วมกัน

และในขณะนี้ เป็นอีกครั้งแห่งความท้าทาย ว่าประเทศเรามีความเข้มแข็งพอที่จะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกติกาการอยู่ร่วมกันได้หรือไม่

ความมั่นคงในความคงอยู่ของบุคคลผู้มีอำนาจ มีเหนือกว่าความมั่นคงของกติกาการอยู่ร่วมกันหรือไม่

สุชาติ ศรีสุวรรณ

บทความก่อนหน้านี้รื่นร่ม รมเยศ : เทวดาแก้ผ้า โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
บทความถัดไป“วันนอร์” พร้อมแกนนำพรรคประชาชาติ กล่าว “ตักบีร” สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า เนื่องในโอกาสวันตรุษอิดิ้ลอัฎฮาของอิสลาม