หน้าแรก คอลัมนิสต์ นางงาม มองหาค...

นางงาม มองหาความงามในระดับปรัชญา โดย กนกศักด์ พ่วงลาภ

13.08.19 | 13:00 น.

การประกวดนางงามในต่างประเทศประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีสาวงามมากแถบอเมริกาใต้ได้ยกเลิกการประกาศสัดส่วน (อก เอว สะโพก) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในปีนี้ (พ.ศ.2562) โดยนัยแฝงปรัชญาลึกซึ้งอะไรบางอย่าง ที่น่าจับตาทีเดียว

ในฝั่งของเรา การประกวดสาวงามตามเวทีต่างๆ ในบ้านเรามาถึงจุดที่สะกิดใจหลายคน ให้คิดแง่มุมต่างๆ อยู่เหมือนกัน สำหรับผู้เขียนนั้นเห็นว่ายังต้องครุ่นคิดอีกมาก อาจเป็นเพราะแต่ละสนามสร้างมาตรฐานใหม่ๆ จนต้องหยุดคิด บางทีเราอาจจะต้องทบทวนสิ่งต่างๆ เอาเป็นว่าผู้เขียนทบทวนอยู่คนเดียวก็ได้

นางงามในปัจจุบันในสนามภายในประเทศที่คัดกันมานั้น เท่าที่สังเกตเห็น คือ ตัวสูง เพรียว ผิวขาว และมีน้อยครั้งที่จะคัดเลือกคนผิวคล้ำผ่านเข้ามา ใบหน้านั้นออกแคบ ซึ่งเข้าใจว่าในสมัยนี้นิยมใบหน้ายาวๆ เรียวๆ ไม่ใช่แบบหน้าแป้น เพราะหน้าแคบจะขึ้นกล้อง ซึ่งต่างจากสมัยก่อนคนหน้าแป้นผ่านเข้ามาได้พอๆกับคนหน้าเรียว และคนที่ผ่านเข้ามาในรอบท้ายๆนั้นคือคนที่มีจมูกโด่ง ตาโต ซึ่งแต่ก่อนก็ยังไม่จำเป็นต้องเป็นในลักษณะนี้เสมอไป ซึ่งในสนามต่างๆ คงเล็งเห็นว่ามีความเหมาะสมกับสมัยนิยม เท่าที่ดูแล้วความงามในสมัยนิยมช่วงนี้เน้นความโฉบเฉี่ยว สะดุดตา

สำหรับผู้เขียนเห็นว่าผลงานที่ได้นั้นไม่ค้านสายตาในระดับหนึ่ง แต่ “เท่านี้ก็ยังไม่พอ สำหรับนางงาม” ถ้าจะเข้าถึงความงามกว่านี้ก็ยังได้อีก ถ้าหาหลักการที่สำคัญเจอ และที่ยังไม่พอเพราะยังต้องมีการตรวจสอบว่าความงามนั้นเป็นความงามในลักษณะที่เข้าถึงปรัชญาหรือไม่ ฟังดูอาจจะงง

ความงามในระดับปรัชญาต้องยืนอยู่ด้วยขาตัวเอง ไม่จำกัดกาลเวลา ไม่ต้องทำตามสมัยนิยม กล่าวง่ายๆ คือการตรวจสอบกลั่นกรองความสวยงามในขั้นอุปลักษณ์ อีกที อุปลักษณ์คืออะไร อธิบายได้ว่าอุปลักษณ์นี้ยืมวิธีทางภาษาศาสตร์มาใช้อธิบายความงามในแง่ศิลปะ

Advertisement

การดูปลาคาร์พเป็นสิ่งหนึ่งที่อธิบายและยกเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้ ปลาแฟนซีคาร์พมีหลายพันธุ์ ซึ่งผ่านการคัดพันธุ์ให้ได้ความสวยงามมาตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี โดยผู้คนที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจ มีพันธุ์หนึ่งที่น่าสนใจ คือ โคฮากุ เวลาดูปลาคาร์พ พันธุ์โคฮากุ พันธุ์นี้มีสีขาวสลับแดง แต่ความจริงถ้าจะต้องพิจารณาในขั้นการประกวดปลากันแล้วต้องดูถึงขั้นกึ่งนามธรรมว่า สีพื้นคือสีขาวหิมะ ส่วนแดงคือสีที่แต้มลงไป ด้วยพู่กันที่ลายเส้นคมๆ ไม่เบลอ เส้นตัดระหว่างขาวแดงต้องคมกริบไม่เบลอ สีขาวจะต้องดูในอารมณ์ที่ให้รู้สึกว่าเป็นหิมะจริงๆ และสีแดงต้องได้อารมณ์เหมือนสีเลือด นี่คือวิธีการมองแบบอุปลักษณ์ เพราะระบบมโนทัศน์ของคนเราไปไกลกว่าระบบภาษา ภาษาที่เราใช้กันอยู่นั้นอาจจะเป็นเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของมโนทัศน์ที่มนุษย์เรามี ความสุนทรีย์ที่ได้จากการมองย่อมเต็มเปี่ยมเข้าสู่สมาธิอย่างเซ็น ไม่ใช่เซ็นพร่ำเพรื่อ แต่เป็นเซ็นที่มองขั้นนามธรรม

หากเป็นปลาคาร์พพันธุ์โอกอน ก็ต้องมองให้เห็นเป็นเหมือนสีทองคำ มีความมันวาวประหนึ่งปลานั้นมีเกล็ดหรือทั้งตัวเป็นทองคำ อุปลักษณ์นั้นคือ “ทองคำ” ถ้าเป็นพันธุ์ผีเสื้อซึ่งเป็นพันธุ์ใหม่นั้นให้สังเกตว่าเวลาขณะว่ายน้ำนั้นเหมือนผีเสื้อกำลังบินอยู่หรือไม่ อุปลักษณ์นั้น คือ “ผีเสื้อกำลังบิน” ถ้าได้ลักษณะนั้นถือว่าเข้าขั้นเป็นปลาชั้นดี จะเห็นว่าใช้ตัวเทียบเป็นอุปลักษณ์ ยังมีปลาคาร์พอีกหลายๆ พันธุ์ ที่มีลักษณะเทียบทำนองนี้เพื่อช่วยในการดู แม้จะดูไม่ง่ายนักแต่จำเป็นต้องใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการประกวด

ปลาตระกูลอื่นๆ ก็มีวิธีดูทำนองนี้อีกเช่นกัน ผู้คนจะหาความงามแบบอิมเพรสชั่นนิส เน้นเข้าสู่สิ่งที่เป็นนามธรรม ความรู้สึกเพียวๆ หรือกึ่งนามธรรม ความจริงควรจะใช้วิธีนี้กับนางงามบ้างก็น่าสนใจ เพราะเป็นการประกวดความงามเหมือนกัน และความงามนั้นย่อมมีระบบคุณค่าเป็นสากลใช้ได้กับทุกสิ่ง

ถ้าดูนางงาม ดังคำโบราณที่ว่า แขนสวยเหมือนงาช้างนั้น ก็อุปลักษณ์เหมือนกัน นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าสวยอย่างไร ต่อเมื่อผู้เขียนได้เห็นงาช้างบ่อยๆ เข้า ถึงได้รู้ว่างาช้างนั้นมีสีแบบสีขาวนวลไม่ขาววอกและกลมกลึง งาช้างนั้นเนื้อใส แต่ไม่ใสมาก สามารถมองเห็นความใสลงไปใต้ผิวงาช้างเพียงนิด ถ้าเทียบกับความใสของผิวที่อ่อนเยาว์ของคน ก็ไม่ต่างกันเลย อย่างที่เขาเรียกว่าผิวใส อย่างผิวของเด็กหรือวัยรุ่น และความกลมกลึงอย่างงาช้างถ้าเทียบกับแขนคือแขนกลมกลึงไม่มีกระดูกโปน สีผิวขาวนวลไม่ขาววอก และผิวใส การจะรู้ตรงกันได้ขึ้นอยู่กับว่า คนที่วัดความงามนั้นเห็นงาช้างที่งามๆ มามากแค่ไหน และเห็นผิวคนงามๆมามากแค่ไหนเช่นกัน และคนคนนั้นจะตีโจทย์อุปลักษณ์แตกแค่ไหน เมื่อมีสิ่งที่เต็มสิบอยู่ในใจแล้ว จึงสามารถวัดสิ่งอื่นๆ ว่ามีค่าเท่าใด

การเทียบความงามของสตรีกับสิ่งที่มีความงามตามธรรมชาตินั้น เพราะผู้คิดค้นคำเทียบเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนจะเข้าใจความเป็นนามธรรมนั้นได้ตรงกันด้วยมโนภาพแบบอุปลักษณ์ และเข้าใจได้ตรงกันยิ่งกว่าคำพูดหรือภาษา เพราะระบบมโนทัศน์ของคนเราแม่นยำ มีมิติละเอียดลออและไปไกลกว่าระบบภาษาที่เราพูดหรือสื่อสารกันอาจจะเป็นสิบหรือเป็นร้อยเท่า อย่างเรื่องกลิ่นนั้นมนุษย์สามารถจำกลิ่นได้ 4,000 ชนิด ในขณะที่ภาษาของเราเรียกประเภทของกลิ่นได้เพียงไม่กี่ชนิด

ส่วนข้อที่ว่าใบหน้าสวย ผิวงาม หลังไหล่สวย ขาแนบชิด แขนแนบชิดลำตัว นั้นมีมาแต่โบราณแล้ว ที่เรียกว่า “ไม่โป้งโย่ง คือไม่เก้งก้าง” ซึ่งจะโยงความสวยงามของสตรีไว้กับอุปลักษณ์ ทั้งในแง่สีสัน และรูปทรง เช่นปากมีสีเหมือนผลลิ้นจี่ คือสีแดงอ่อนธรรมชาติ ตอนที่ยังไม่ทาลิปสติก นิ้วมืออ่อนบางเหมือนต้นเทียน ต้นไม้ชนิดหนึ่ง ยอดอ่อนสีขาวอมชมพู บ้างว่าเหมือนใบอโศกอ่อน นั่นคือ ผิวอ่อนบางขาวอมชมพู ขาเรียวเหมือนต้นกล้วย คือทรงต้นกล้วย กล่าวคือเนื้อเต็มขาทั้งสองแนบชิดกันเมื่อยืนส้นเท้าชิด นั่นคือกระดูกหัวเข่า และข้อเท้าไม่โปน

สิ่งเหล่านี้เป็นอุปลักษณ์แบบของไทย แต่ตำราดูลักษณะอันเป็นมงคลของชายและหญิง ถ้าดูละเอียดจริงๆ ก็ไม่ได้ยึดถือสิ่งเหล่านี้มากมายนักมีข้อยกเว้นอีกมากว่าถ้าไม่เข้าลักษณะนี้ยังเป็นในลักษณะอื่นได้อีก มีความยืดหยุ่นสูงไม่ค่อยเคร่งครัด แต่โดยรวมให้สอดคล้อง กลมกลืน เช่น บางตำราว่าผิวคล้ำแต่เนื้อผิวละเอียดก็เป็นลักษณะที่ดีเป็นมงคลอย่างหนึ่ง มีลักษณะที่เรียกว่าสวยงามหรือเป็นมงคลได้หลายหลาก

และสิ่งที่เรียกว่าสัดส่วน สัดส่วนอุดมคติในสนามของประเทศเราในปัจจุบัน คือ ควรจะสูงกว่า 160 เซนติเมตร และมีสัดส่วน ในสูตร 34-24-35 หรือไม่ก็ใกล้เคียงกับสูตรนี้ให้มากที่สุดอันเป็นอยู่ในสมัยนิยมช่วงนี้ ในสมัยก่อนก็ไม่มีกล่าวไว้ เข้าใจว่าสัดส่วนนี้มาคิดกันทีหลัง เพราะสัดส่วนในอุดมคติของไทยแต่เดิมนั้นไม่มี มีแต่การคำนึงถึงว่าองค์ประกอบต่างๆ ของหน้าตาคิ้วคาง ลำตัวแขนขา หลังไหล่ สอดคล้องต้องกันรับกันหรือไม่เท่านั้น ไม่สำคัญว่าตัวเล็กหรือใหญ่

ผู้เขียน เคยเห็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีกล่าวถึงรูปร่างของคนคนหนึ่งว่า “สูงโป้งโย่ง สูงไม่รัดรึง” เข้าใจว่าเป็นสำนวนของคนเพชรบุรีโดยแท้

สำนวนนี้สุนทรีย์ดีมาก ก็ทำให้รู้ว่าคนเพชรบุรีมองคนสวย คนหล่อกันอย่างไร คนสูงต้องสูงอย่างกระชับรัดกุม ไม่เก้งก้าง พอไปเจอคนนครศรีธรรมราชเล่าให้ผู้เขียนฟังถึงคนคนหนึ่งโดยไม่เห็นหน้าว่า เป็นคนที่ไม่สวยแต่ “ร่างดี” ก็คือรูปร่างดี แล้วเขาสรุปโดยรวมว่าคนนี้มีเสน่ห์แม้จะไม่ใช่คนที่ใบหน้าสวย เป็นคนใบหน้าธรรมดา แต่มีส่วนอื่นรองรับกันสอดคล้องตลอดรวมทั้งร่างกาย

ผู้เขียนนึกตามคำพูดและฟังคำอธิบายของเขาอยู่นานจนเหนื่อย ในที่สุดก็เห็นจะจริงดังความคิดเขาว่าคนคนนั้นมีเสน่ห์ แต่กว่าจะได้ข้อสรุปก็เป็นเวลานานมาก ก็แสดงให้เห็นว่า การจะดูว่าใครสวยงามหรือไม่นั้น มีอะไรที่ไปไกลกว่าระบบภาษา และถ้าให้อธิบายด้วยภาษาที่เราใช้อยู่ก็คงยากถ้าไม่เห็นภาพคนคนนั้น ดังนั้นถ้าผู้พูดใช้การเทียบแบบอุปลักษณ์จะรวบรัดที่สุด และสุภาพที่สุด

การวัดความสวยงามด้วยความรู้สึกด้วยมโนภาพที่มีของเปรียบเทียบ (อุปลักษณ์) นั้น ต้องมีสิ่งที่เราค้นหาเป็นมโนภาพอยู่ในใจและเราส่งสิ่งนั้นออกไปวัดค่าสิ่งต่างๆ ถ้าเราเคยเห็นงาช้างว่าขาวนวล เนื้อใสมองลงไปใต้ผิวได้นิดหนึ่ง และงาช้างนั้นกลมกลึงอย่างไร มีอุปลักษณ์นั้นอยู่ในใจ เวลาไปดูแขนนางงาม ก็อาจจะสรุปได้ง่ายว่าแขนสวยหรือไม่ เมื่อลูกกุญแจที่ยื่นออกไปสัมพันธ์กับแม่กุญแจในอารมณ์เดียวกัน สิ่งใดที่ปิดอยู่ก็จะเปิดออก ไขออกมาให้ได้เห็น เราจะพบคนอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่อย่างที่ตาเห็นเมื่อสักครู่ ถ้าคนสองคนซ้อนอยู่ในร่างเดียวแล้วยังต้องตาถูกใจ

เขานั่นแหละนางงามตัวจริง ที่โดน

และเมื่อกล่าวแล้วก็ให้ลึกซึ้งเด็ดขาดไปเลยว่า อุปลักษณ์ของไทยเรานั้นไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องขนาด แต่เน้นความกลมกลืนสอดคล้อง ผลที่เกิดขึ้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ในท้ายที่สุด เราอาจจะได้นางงามที่อวบไปบ้าง ผิวคล้ำไปบ้าง จมูกไม่โด่ง หัวไม่ทุย ตาไม่โต ตัวไม่สูงมาก หน้าอกไม่ใหญ่ คิ้วอาจจะไม่เข้ม ผิวคล้ำบ้าง แต่ดูรวมแล้ว น่ารัก น่าทะนุถนอม น่าเอ็นดู ภาษาโบราณว่าลักษณะ “น่ารักน่าสงสาร” หาความรู้สึกในฝ่ายนามธรรมนี้ให้ครบถ้วน เป็นสิ่งที่ยอมได้เพื่อแลกกับรูปร่างที่ไม่เพอร์เฟกต์ ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ได้สิ่งที่เป็นนามธรรมและกึ่งนามธรรมต้องมาครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เพราะเราเอาคะแนนนามธรรมแบบอุปลักษณ์มาวัดด้วย

และถ้าว่ากันด้วยเรื่องนี้ ในฝั่งยุโรปในปัจจุบันก็มีดาราในหุ่นที่หลากหลาย และในปัจจุบันตุ๊กตาของบริษัทใหญ่ฝรั่ง ซึ่งเป็นที่นิยมกันนั้น ก็ยังมีหลายแบบ ตุ๊กตาแบบผอม แบบอ้วนหน่อย ผิวสีต่างๆ กัน ก็มีครบ และสวยงามแบบแปลกๆ เด็กๆ ที่เล่นตุ๊กตาจะได้มีทรรศนะคติว่าความงามนั้นมีหลากหลาย งามกันได้หลายแบบ และเด็กจะรู้ว่าสัดส่วนในอุดมคติไม่มีจริง และไม่เคยมี หรือเคยมีในช่วงสั้นๆ แล้วก็หายไป

นางงามไทยหรือดาราไทยในสมัยนี้และสมัยก่อนที่อวบหน่อย (คำว่าอวบนี้ เป็นของโบราณ มิใช่คำไม่สุภาพ คนโบราณใช้กันเป็นปกติ) ซึ่งปรากฏว่าโด่งดังมากก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ทั้งในภาพวาดโบราณทั้งในและต่างประเทศแถบยุโรปผู้หญิงอวบในภาพเขียนก็มีทั้งสิ้นและมีมากกว่าผู้หญิงผอม ภาพวาดดังๆ มีแต่ผู้หญิงอวบทั้งนั้น และมีมาให้เห็นทุกๆ ช่วงศตวรรษ หรือย่อยกว่านั้นทุกๆ ช่วงทศวรรษก็ยังมี ความจริงในแต่ละปียังมีเลย นางงามผู้ชนะในเวทีที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปีนี้ยังมีเลย รวมทั้ง ดาราเกาหลีคนหนึ่งที่โด่งดังมากๆ และจัดว่าเป็นดาวค้างฟ้าของเอเชียอยู่นั้น เป็นความงามระดับอัศวิน คือไปที่ไหนก็ชนะ ลูกตาดำของเธอก็ดูเหมือนจะเบนเข้าหากันนิดหนึ่ง แบบภาษาหมอว่าตาไม่ขนาน (ภาษาไทยเดิมของเราเรียกว่าเกือบจะตาเอก) แต่ดูโดยรวมแล้วก็สวยไปอีกแบบ

ดังนั้น จึงเห็นว่าการดูโดยรวมในระดับปรัชญาน่าจะมีความแม่นยำกว่าข้อจำกัดในเรื่องหลักเกณฑ์ปลีกย่อยที่หลงถือเอาไว้ว่าเป็นสมัยนิยม และมองข้ามสิ่งสวยงามอื่นๆ ไป

คนที่เข้าใจชีวิตนั้นจะเข้าใจว่า ความสวยงามนั้นมีทั้งเป็นแบบที่ไม่ต้องสมบูรณ์มากในทางรูปธรรม แต่ในทางอุปลักษณ์นั้นชัดเจนว่าสวย ก็เป็นความสวยอีกแบบหนึ่งได้ เพราะนอกเหนือจากความสวยอย่างไม่มีที่ตินั้น จะมีสิ่งให้ติบ้างก็น่าจะได้เป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง ข้อสำคัญคือ ควรเน้นในสิ่งที่โดยรวมแล้ว เจริญตา หรือยลตา ความงามที่ปรากฏนั้น อาจจะตกนิดขาดหน่อยแต่ก็มีเอกลักษณ์ในตัวปัจเจกบุคคลนั้นจะเป็นความงามที่ฝังแน่นอยู่ในตัวของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร

หลายคนคงจะเคยใช้กระเป๋า เสื้อผ้า เข็มขัด อะไรๆ บางอย่างที่ไม่ได้เห็นแล้วสะดุดตาเพราะสวยในทันทีที่มอง หรือมองแล้วหวือหวา แต่ก็ชอบที่จะใช้ของสิ่งนี้อยู่บ่อยๆ และจะใช้อยู่เรื่อยไปจนกว่าจะพังไปข้างหนึ่ง ในบรรดาของประเภทเดียวกันซึ่งเรามีอยู่หลายๆ อัน จะมีของบางอันที่เราใช้อยู่เป็นประจำแทบทุกวัน เพราะอะไร? คำตอบก็เป็นดังบทความที่กล่าวไว้นี้แล้ว