ตามข้อมูลอันอ้างอิงจากเอกสารของสำนักข่าวกรองแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.2556 ว่าด้วย “ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2557” อันเกี่ยวกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพ “เมียนมา”
ระบุจำนวนประชากร ณ เดือนกรกฎาคม 2556 ที่ 55.16 ล้านคน
ประกอบด้วย 135 ชาติพันธุ์ เป็นเมียนมาร้อยละ 68 เป็นไทยใหญ่ร้อยละ 9 เป็นกะเหรี่ยงร้อยละ 7 เป็นยะไข่ร้อยละ 4 เป็นจีนร้อยละ 3 เป็นอินเดียร้อยละ 2 เป็นอื่นๆ ร้อยละ 5
หากตัดวัยเด็ก (0-14 ปี) และวัยรุ่น (ต่ำกว่า 18 ปี) ออกไป
ประสานเข้ากับอัตราการเพิ่มประชากรร้อยละ 1.05 เข้าไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2558 น่าจะมีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งอยู่ในราว 50 ล้านคน
ภายใน 50 ล้านคนนี้มีประชากรกว่าร้อยละ 70 ประกอบอาชีพด้านการเกษตร
ทำไมจึงให้ความสนใจไปยังประชากรในเดือนพฤศจิกายน 2558 อย่างเป็นพิเศษ เพราะว่าเป็นห้วงแห่งการเลือกตั้งทั่วไป
และร้อยละ 90 เทคะแนนให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD)
เมื่อร้อยละ 90 เป็นของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จึงเหลือประมาณร้อยละ 10 เป็นของพรรคสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา (USDP)
จำนวนร้อยละ 90 นี้สะท้อนอะไร

จํานวนร้อยละ 90 ของผู้เทคะแนนให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) มิได้ดำรงอยู่อย่างเลื่อนลอย ไร้รากฐาน อย่างแน่นอน
แน่นอนย่อมมาจากร้อยละ 70 ซึ่งประกอบอาชีพด้านการเกษตร
นั่นหมายถึง พวกเขาเป็นชาวไร่ ชาวนา อยู่ในชนบท เป็นกลุ่มบุคคลซึ่งอาจเรียกว่าเป็น “รากหญ้า” การศึกษาไม่มากนัก
จำนวนไม่น้อยย่อมอยู่ภายใต้ “การจัดตั้ง” ของรัฐบาลทหาร
จำนวนไม่น้อยย่อมอยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อในทาง “ความคิด” ให้เห็นว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ไม่น่านิยมชมชอบ
พรรคสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ต่างหาก คือ “ความหวัง”
ยิ่งกว่านั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่าที่ภายในร้อยละ 90 นี้จะมาจากคนใน “กองทัพ” อันเป็นกลไกสำคัญของ JUNTA
นั่นก็คือ กำลังพลกองทัพบก 375,000 นาย กำลังพลกองทัพเรือ 16,000 นาย กำลังพลกองทัพอากาศ 15,000 นาย
ขณะที่ร้อยละ 10 ที่พรรคสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ก็อยู่ในส่วนนี้
คะแนนร้อยละ 90 ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จึงสำคัญ คะแนนร้อยละ 10 ที่พรรคสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา (USDP) จึงสำคัญ
ชี้ให้เห็นสภาวะพลิกผัน แปรเปลี่ยน ภายใน “ประชาชน”
สัมผัส 1 ซึ่งโลกรับรู้อย่างพร้อมเพรียงกันต่อกระบวนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน 2558 ของเมียนมา
1 คือการออกมาใช้สิทธิลงคะแนนอย่างคึกคัก
ขณะเดียวกัน 1 คือภาพของชาวชนบทหน้าตาซื่อๆ ไม่มีเล่ห์มีเหลี่ยม และ 1 คือภาพของชาวเมียนมาในประเทศไทยที่พร้อมเดินทางกลับบ้านเพื่อลงคะแนนเสียง
แน่นอน ย่อมมิใช่ลงให้กับพรรคสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา (USDP)
ตรงกันข้าม ลงให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) และโดยเฉพาะให้กับ นางออง ซาน ซูจี มากกว่า
“คลื่น” แห่งความคิดเช่นนี้ “สำคัญ”
ทั้งๆ ที่สังคมเมียนมายังถือว่าเป็นสังคมเกษตรกรรม ล้าหลัง แม้จะมีปัจจัยอุตสาหกรรม เช่นไฟฟ้าและพลังงาน แต่ก็มิได้เป็นด้านหลัก โครงสร้างพื้นฐานก็ยังอ่อนแอ
สารสนเทศก็เป็น “สื่อกระดาษ” มิใช่ “สื่อกระจก” หรือ “ออนไลน์”
ความรู้สึก “ร่วม” ในทางประชาธิปไตยจึงเกิดจากการสั่งสมมาอย่างยาวนาน และต้องการ “ร่วม” ในการทำการต่อสู้ในลักษณะ “สั่งสอน” และให้ “บทเรียน”
บทเรียนอันเป็นการ “ตบหน้า” แก่ฝ่ายที่ปกครองด้วย “ปืน”
การแยก การแตกตัว ภายในประชากรจำนวน 50 ล้านคนต่างหากที่นำไปสู่การเกิดพลานุภาพทางการเมือง
ร้อยละ 90 ที่เหมือนกับดอกไม้คล้องให้กับ NLD และ นางออง ซาน ซูจี จึงแยกและแตกตัวออกมาจากส่วนใหญ่ของประชากรเมียนมาที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงนั่นเอง
มาลา ละออ ช่อนี้ คือมาลา ละออจาก “ประชาชน”

