หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน อภิปรายถวายสั...

อภิปรายถวายสัตย์ฯ โดย ศุกร์ มังกร

20.08.19 | 13:00 น.

และแล้ว 7 พรรคฝ่ายค้านก็นำรายชื่อ 214 ส.ส.เข้ายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่โหวตลงมติ ต่อ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562

ไม่ครบถ้วนด้วยถ้อยคำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 กำหนดไว้

แถมเพิ่มข้อความเข้าไปด้วย

พลิกไปเปิดหนังสือ “หลังม่านการเมือง” เขียนโดย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมาย “ขั้นเทพ”

Advertisement

มีบางตอนเกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีระบุว่า “จะพูดน้อยหรือยาวกว่านี้ไม่ได้ หากตกคำว่า “และ” คำว่า “หรือ” ไปสักตัว ก็อาจต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า “ได้ถวายสัตย์ครบถ้วนหรือยัง”

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เองไปชี้แจงนโยบายรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูงที่เมืองทองธานี บางช่วงพูดถึงรัฐธรรมนูญยังเอ่ยปากขอโทษคณะรัฐมนตรีและ “จะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

แต่นี่เวลาก็ล่วงเลยมานานนับเดือนแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวนั้น จะทำอย่างไร แบบไหน?

ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาให้สัมภาษณ์ที่สภากลาโหมเกี่ยวกับปมถวายสัตย์ฯว่า “ผมเชื่อมั่นว่าทำครบถ้วนกระบวนการอยู่แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย”

เมื่อผู้สื่อข่าวแหย่คำถามว่าฝ่ายค้านระบุนายกฯกลัวการอภิปราย “บิ๊กตู่” ก็สวนว่า “ผมจะกลัวทำไม ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”

การพูดกลับไปกลับมาครั้งแรก “ขอโทษ ครม.” ครั้งนี้ฮึด “มั่นใจทำครบถ้วนแล้ว” ยิ่งทำให้สังคมสับสน

ปากที่ว่าไม่กลัวอภิปรายในสภา แต่ฝ่ายค้านเองพยายามยื่นกระทู้ถามนายกฯ โดยใช้อำนาจตาม ม.150 ของรัฐธรรมนูญ มา 2 สัปดาห์แล้ว

แต่ “บิ๊กตู่” ปัดมาโดยตลอด อ้างติดภารกิจ

ครั้งแรกไปตรวจเยี่ยมที่ภาคใต้

ครั้งสองติดภารกิจร่วมกิจกรรมจิตอาสา

ทว่าครั้งนี้ฝ่ายค้านเปลี่ยนแผน ใช้อำนาจตามมาตรา 152 ยื่นซักฟอกแบบไม่ลงมติ

โดยมาตรา 152 ระบุให้ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อกัน

จึงเป็นที่มาของ 214 ส.ส.ซีกฝ่ายค้านทำหนังสือยื่น “ชวน” เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถาม ข้อเท็จจริง และเสนอต่อ ครม.

ซึ่ง “ชวน” ยังมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องมาตอบ พร้อมสอนมวยว่า การไม่มาชี้แจงต่อสภา ตามหลักการต้องแจ้งถึงเหตุผลตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 150 กำหนดไว้

ก่อนจะกรีดนิ่มๆ ว่าก่อนหน้านี้นายกฯไม่เคยแจ้งเหตุผลมายังสภาเลย!

ฉะนั้น ครั้งนี้น่าจะเป็นไฟต์บังคับที่ “บิ๊กตู่” ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้กับญัตติดังกล่าว

แน่นอนฝ่ายค้านคงทำการบ้านมาอย่างดี การอภิปรายคงดุเด็ดเผ็ดมันหลากหลายมิติ

ทั้งสอบถามข้อเท็จจริง การนำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน การเพิ่มเติมข้อความเข้าไปเพราะเหตุใด

หรือภาพลักษณะที่ควักกระดาษออกมาจากกระเป๋าเสื้อนั้นคืออะไร?

รวมทั้งอาจมีข้อเสนอแนะที่ฝ่ายค้านระบุหลายครั้งหลายหน หรืออาจเลยเถิดพูดกดดันไปถึงขั้นให้ “ลาออก” ด้วยก็ได้?

อย่าลืมว่านี่แหละคือเกมการเมืองที่ฝ่ายค้านจะต้องตรวจสอบรัฐบาล

ถ้าเปรียบเป็น “มวย” ยังเป็นแค่ “หมัดแย็บ” ไปที่ใบหน้าหรือลำตัว ก่อกวน ทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ เพื่อรอจังหวะเวลาปล่อย “หมัดตรง” หรือ “อัปเปอร์คัต” เข้าปลายคางหวังน็อกเอาต์

ดังนั้น คงต้องจับตาดู “บิ๊กตู่” จะตอบญัตติดังกล่าว แบบไหน อย่างไร?

จะ “แถ” สีข้างเข้าถู หรือมีเหตุมีผลกลใด!

เพราะนี่จะเป็นคำตอบที่สังคมจะชั่งน้ำหนัก “เชื่อมั่น” หรือ “บั่นทอน” ที่มีต่อ “ผู้นำ” ของประเทศ?!