เฟคนิวส์ : มายาคติของสังคมไทย : โดย เฉลิมพล พลมุข

สังคมมนุษย์หรือคนพฤติกรรมหนึ่งที่เชื่อมโยงสัมพันธภาพเพื่อให้หน้าที่การงานต่างๆ ความสัมพันธ์ของสังคมทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ศาสนารวมทั้งการเมืองให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็คือ การสื่อสารทั้งด้วยภาษากาย ภาษาใจ ภาษาของการพูดสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ธรรมชาติได้กำหนดให้คนได้มีการสื่อสารกันเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ

เฟคนิวส์ (Fake News) ก็คือข่าวสารที่ถูกปล่อยออกมาด้วยความบิดเบือน หรือที่เรียกว่าข่าวปลอม ทั้งจากบุคคล กลุ่มบุคคลโดยคาดหวังถึงการกล่าวร้าย ให้ร้าย ใส่ร้ายด้วยวัตถุประสงค์ใดประสงค์หนึ่ง โดยเฉพาะพฤติการณ์ของการกระทำในทางโซเชียลที่มีการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทันต่อเวลา รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่มีเป้าประสงค์ในการกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน ข่าวดราม่า สิ่งหนึ่งที่อาจจะสร้างความสงสัยหรือมาตรฐานของสังคมก็คือ จรรยาบรรณของวิชาชีพสื่อมวลชนบางแขนงหรือสาขาที่มีความเข้มงวดกลั่นกรองในเนื้อหาข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ

บริบทของสังคมไทยเราในวันเวลาที่ผ่านมาเฟคนิวส์ได้ส่งผ่านในหลากหลายมิติทั้งนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศเมื่อวันเวลาของการหาเสียงเพื่อให้ตนรวมถึงพรรคพวกของตนได้รับการเลือกจากประชาชน ชุดข้อมูลหรือข้อเท็จจริงหนึ่งที่ได้นำเสนอต่อประชาชนชาวบ้านอาจจักรวมถึงการให้คำมั่นสัญญาในนโยบายประชานิยมเพื่อดูเสมือนว่าตนและพรรคของตนจะมีอำนาจในการให้นโยบายหรือการให้สัญญาดังกล่าวจะเกิดผลหลังจากได้รับการเลือกตั้งแล้ว นักการเมืองไทยเราบางคนบางพรรคการพูดหรือให้สัญญาต่อสาธารณะ การมิเห็นด้วยในนโยบายบางประการของรัฐบาลที่แล้วมา การมิอาจจักทำงานด้วยในขั้วของฝ่ายตรงกันข้าม ข้อเท็จจริงหนึ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปสิ่งหนึ่งที่เราท่านสัมผัสได้ก็คือ การไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในหมู่ของนักการเมือง

เฟคนิวส์ หรือชุดข้อมูลได้ส่งผ่านทั้งข่าวลือ ข่าวลวง การเล่าลือทั้งในระดับวิถีชีวิตของชาวบ้านธรรมดาไปจนถึง นิทาน ตำนาน ประวัติศาสตร์ทั้งบุคคลสำคัญ โบราณสถานที่ วัดเวียงวัง ละครเวที ละครในบทโทรทัศน์ ข้อขัดแย้งในเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ตั้งแต่ความขัดแย้งในระดับจุลภาคไปถึงระดับมหภาคที่ส่งผลถึงความสงบการอยู่อย่างมีความสุขของผู้คนในระดับกว้างก็คือ สงครามทั้งสื่อออนไลน์ สงครามทางเศรษฐกิจอาจจักรวมถึงสงครามแห่งความคิดทางการเมือง ทั้งที่ถูกจารึกไว้เชิงประวัติศาสตร์เพื่อการศึกษาและสืบถึงข้อเท็จจริงตั้งแต่อดีตกาลส่งผ่านมาถึงยุคปัจจุบัน

ในอดีตครั้งหนึ่งเมืองไทยเราได้มีการตื่นตระหนกตกใจถึงระบอบคอมมิวนิสต์จะเข้ามาปกครองประเทศไทยหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองของบ้านเมืองในปลายรัชกาลที่ 7 ก็คือในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยนั้นพระองค์ท่านได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการแก้ไขกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.127 มาตรา 104 ให้มีการเพิ่ม “การสั่งสอนทฤษฎีการเมืองหรือเศรษฐกิจเพื่อให้บังเกิดความเกลียดชังดูหมิ่นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือเกิดความเกลียดระหว่างชนชั้น” โดยกำหนดโทษให้จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งปรับทั้งจำ และต่อมาก็ได้มีการยกเลิกและมีการประกาศใช้ในประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 (th.m.wikipedia.org)

วาทกรรม “ซ้ายจัดดัดจริต” ได้ถูกกล่าวอีกครั้งหนึ่งในรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้กล่าวถึงนัยสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่คิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยเฉพาะนักการเมืองที่มีวาทกรรมการแบ่งแยกขั้ว สี ฝ่าย ประชาธิปไตย-เผด็จการ ในข้อเท็จจริงหนึ่งนโยบายขวาจัดได้ถูกจารึกไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2519 โดยเฉพาะในรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร หลังจากเกิดวิกฤตทางการเมืองในสังคมไทยเราหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 ได้มีการตั้งศาลพิเศษให้ดำเนินคดีกับนักศึกษาและประชาชนที่เชื่อว่าเป็นการกระทำและแทรกซึมของระบอบคอมมิวนิสต์เพื่อจะปกครองบ้านเมือง ในครั้งนั้นมีปัญญาชนและนักศึกษาส่วนหนึ่งได้หลบหนีเข้าป่ามีการตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ผลพวงดังกล่าวได้มีนักวิชาการในมหาวิทยาลัย นักการเมืองไทยบางคนที่ได้มีประสบการณ์อยู่ในบริบทดังกล่าว…

รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ของการเป็นรัฐบาลในวาระที่สองที่ผ่านการมีอำนาจเบ็ดเสร็จจากการปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 อันเนื่องมาจากผู้คนในสังคมไทยเรามีความเห็นต่างทั้งความคิด ความเชื่อ ความรู้ การทุจริตคอร์รัปชั่น ใช้นโยบายที่ผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นเหตุให้มีการชุมนุมประท้วงปิดถนนหนทาง ทำเนียบรัฐบาล สนามบิน มีการใช้อาวุธสงครามทำให้ผู้คนทั้งประชาชนทั่วไปและข้าราชการต้องบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิตไปในจำนวนมาก จึงได้ทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศที่ควบคุมโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กฎหมายหนึ่งที่ดูเสมือนว่าจักเป็นดาบสองคมก็คือการใช้มาตรา 44

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลวาระที่ 2 ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปี ส.ว.ที่มาจากการเสนอแต่งตั้ง การทำงานของรัฐบาลในวาระที่สองนี้คงจะมิราบรื่นในรัฐนาวามากนักเนื่องด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเฉพาะฝ่ายค้านที่ต่างกระทำหน้าที่ในรัฐสภา และอดีตนักการเมืองบางคนที่มิมีโอกาสที่จะเข้าไปทำงานในรัฐสภา ต่างก็มีประเด็น วาระในหลากหลายบริบทเพื่อตรวจสอบติดตามการทำงานของรัฐบาลในภาวะของระบบเศรษฐกิจประเทศที่ผู้คนทั้งระดับชาวบ้านที่ต้องพบกับปัญหาปากท้อง การกู้หนี้ยืมสิน เงินกู้นอกระบบ

รัฐได้จัดสรรเงินให้มีการช่วยเยียวยาให้แก่ประชาชนเพื่อทุเลาความเดือดร้อนหนึ่งในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สมาชิกรัฐสภาบางคนได้ตั้งประเด็นถึงมาตรการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจดังกล่าวจะเป็นการไปเอื้อต่อเจ้าสัวเศรษฐีบางคนจักเป็นเรื่องของเฟคนิวส์รวมอยู่ด้วยหรือไม่

ในแวดวงของพระภิกษุสงฆ์ในสังคมไทยเรา ปรากฏการณ์หนึ่งที่มีผลกระทบต่อศรัทธาความเชื่อมั่นโดยเฉพาะต่อบุคลากรของศาสนาได้แก่ พระภิกษุบางรูปที่ถูกกล่าวหาในการกระทำความผิดต่อพระธรรมวินัย โดยเฉพาะการกระทำความผิดที่มิใช่สมณะสารูปทั้งการประพฤติผิดทางเพศ ระบบผลประโยชน์การเงินบัญชีของวัด การทำร้ายร่างกายการฆ่ากันระหว่างนักบวชกับนักบวช มิอาจจะรวมถึงคดีความต่างๆ ที่ชาวบ้านได้กระทำความผิดทั้งยาเสพติด ชู้สาว และพระภิกษุบางรูปดูเสมือนจักไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบของการเมืองไทยในวันเวลาที่ผ่านมา ทั้งขึ้นเวทีประท้วงฝ่ายตรงกันข้าม การปรากฏตัวใช้วาทกรรมคำพูดมิได้แตกต่างจากแนวหน้าของการประท้วงที่เป็นฆราวาส…

คดีความของพระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพมหานคร ที่ถูกกล่าวหาด้วยข้อหาที่หลากหลายทั้งเรื่องเพศ และความมั่นคงของรัฐ โดยเฉพาะคอมมิวนิสต์จนกระทั่งให้ถูกกักขังเป็นเวลา 5 ปี ในที่สุดศาลทหารท่านได้พิพากษายกฟ้องถึงข้อกล่าวหาและได้รับรองถึงความบริสุทธิ์ในสมณเพศของพระคุณท่านในเวลาต่อมาในวันที่ 30 สิงหาคม 2509 คำพิพากษาตอนหนึ่งที่ว่า “ตามที่ศาลได้ประมวลวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามฟ้องและกล่าวหามาหลายข้อหลายประเด็นนี้ มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ เลย พอที่จะชี้ให้เห็นว่า จำเลยได้กระทำหรือน่าจะกระทำผิด การจับคุมขังจำเลยนี้ย่อมเป็นที่เศร้าหมองน่าสลดใจในวงการคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนมาก ถูกให้ออกจากเจ้าอาวาส ถูกถอดสมณศักดิ์และถูกบังคับให้สละเพศพรหมจรรย์…” วันเวลาต่อมาพระคุณท่านได้รับคืนสมณศักดิ์ได้รับพระราชทานเป็น “สมเด็จพระพุฒาจารย์” และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในเวลาต่อมา

คดีหนึ่งที่สะเทือนใจต่อพุทธศาสนิกชนไทย กรณีคดีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่มีพระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ชั้นสูงก็คือ เจ้าคุณอุดม หรือพระราชปัญญาโกศล แห่งวัดเทพศิรินทราวาส มีข้อกล่าวหา “ปลอมอนุโมทนาบัตร อ้างบริจาค 1,400 ล้านบาท” การต่อสู้ในคดีความยาวนานกว่า 25 ปี คำพูดหนึ่งของจำเลยก็คือ “อาตมาเป็นคนไม่รู้หนังสือ ใครเอาอะไรมาให้เซ็นก็เซ็น โดยที่บางครั้งไม่มีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน ซึ่งก็นึกไม่ถึงว่าคนใกล้ชิดจะทำได้อย่างนั้น…” ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำเลย 5 คน จาก 16 คน มีความผิด 152 กระทง จำคุกคนละพันกว่าปี หนักสุด 3,000 ปี ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง วันเวลาที่ผ่านมาดังกล่าวจำเลยได้เสียชีวิตไป 9 คน ผู้พิพากษาเสียชีวิต 1 คน และทนายความเสียชีวิตไป 4 คน สำหรับจำเลยก็คืออดีตเจ้าคุณอุดม ก็ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในสภาพของผู้สูงอายุที่ใช้วันเวลาแห่งลมหายใจอีกไม่นานที่อยู่ในข้อเท็จจริงของชีวิต…

กรณีวัดพระธรรมกาย ที่เป็นวัดที่มีการบริหารจัดการวัดสมัยใหม่ที่ทันสมัยทั้งการจัดการระบบคน งานและการเงิน การจัดสภาพแวดล้อมรวมถึงการประชาสัมพันธ์ด้านการตลาด ภาวะวิกฤตของวัดดังกล่าวที่ไปเกี่ยวโยงกับระบบเงินที่มีการกล่าวหาทั้งการฟอกเงิน การนำระบบเงินไปทำธุรกรรมทางการเงินเล่นหุ้น หรือการไปจัดซื้อที่ดินในการเปิดวัดสถานที่ปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัดหรือในต่างประเทศ คดีความเกี่ยวโยงไปยังเจ้าอาวาสก็คืออดีตพระธัมมชโย หรือพระเทพญาณมหามุนีที่ถูกถอดสมณศักดิ์ รวมถึงมีหมายจับของหน่วยงานของรัฐเพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการด้านความยุติธรรมในคดีความต่างๆ ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเป็นข้อพิสูจน์ทั้งกระบวนการของกฎหมายและภาวะศรัทธาความเชื่อต่อผู้นำของศาสนา เราท่านจักมองท่าทีในกรณีดังกล่าวเป็นเช่นไร…

มนุษย์ต่างดาว เป็นเรื่องราวที่ถูกนำเสนอทั้งในสังคมไทยเราและระดับนานาชาติเมื่อไม่นานมานี้ข่าวหรือข้อมูลดังกล่าวได้ถูกนำเสนอในสื่อหลายประเภทของเมืองไทยเราถึงมนุษย์ต่างดาวที่เขากะลา ซึ่งอยู่ระหว่างอำเภอพยุหะคีรีและอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ สถานที่ดังกล่าวถูกเรียกใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ข้อเท็จจริงหนึ่งของการเล่าลือถึงมีผู้คนได้พบเห็นถึงจานบิน UFO บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองเข้าไปตรวจสอบแล้วบังคับใช้กฎหมายถึงการบุกรุกสถานที่ของรัฐ โดยเฉพาะสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้มีการแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ในคดีอาญาที่ 347/2562 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ห้ามผู้ใดเข้ายึดถือครอบครองหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการทรงร่างในนาม “เทพพลูโต” และได้มีกิจกรรมเกี่ยวกับการสแกนกรรมรักษาความเจ็บป่วยด้วยโรคบางประเภท คำถามที่อาจจะรอการพิสูจน์ด้วยตรรกะเหตุผลก็คือ มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่…

ความเป็นคนไทยที่ได้อยู่อาศัยในแผ่นดินไทยได้พบเจอเรื่องราวที่หลากหลายทั้งระบบสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา รวมถึงระบบการเมืองไทยเรา บางคำถามหรือข้อสงสัยมิได้รับคำตอบที่ชัดเจนมาในหลายศตวรรษในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา อาทิ พม่าเผากรุงศรีอยุธยาจริงหรือไม่ ชาวต่างชาติต้องการตัดคอคอดกระเพื่อเป็นเส้นทางเดินเรือทางลัดหรือไม่ หรือว่าในอนาคตทหารไทยจะมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นได้หรือไม่ แม้กระทั่งวันเวลาข้างหน้าระบบเศรษฐกิจไทยจะดีคนไทยไม่จนทั้งประเทศหรือไม่…

หลักการของพระศาสนาที่พระพุทธเจ้าได้บัญญัติไว้เมื่อสองพันปีเศษมาแล้วถึงหลักการของตรรกะเหตุผลในกาลามสูตรที่ว่า ท่านทั้งหลายพึงใช้ปัญญาความรู้การวิเคราะห์อย่างรอบด้านในการเชื่อทั้งการฟังมา ถือสืบ เล่าลือ อ้างตำรา เหตุผล คาดคะเนคิดเอาเอง ทฤษฎี รูปลักษณะน่าเชื่อ และอย่าพึงเชื่อว่าสมณะนี้ เป็นครูที่น่าเคารพกราบไหว้ วันเวลาที่ผ่านมาเราท่านทั้งหลายบางคนได้ถูกคนหลอกยิ่งกว่าผีหลอกแล…

เฉลิมพล พลมุข

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คนไทย ถูกชายชุดดำ รุมปล้น-ทำร้าย ที่อัมสเตอร์ดัม ‘กระเป๋า นาฬิกาแบรนด์เนม’ หายเรียบ
บทความถัดไปชป.ช่วยพื้นที่น้ำท่วมกว่า 3 พันไร่ หลังฝนตกหนักในลุ่มน้ำก่ำ นครพนม