สัพเพเหระคดี : พลาดไปแล้ว : โดย โอภาส เพ็งเจริญ

คุณจำนูญเป็นคนติดหรู วันที่ 1 มิถุนายน 2553 จึงเช่าซื้อรถยนต์หรู ราคา 2,276,299.20 บาท จากธนาคาร สัญญาชำระรายเดือน 60 เดือน งวดละ 37,938.32 บาท งวดแรกวันที่ 5 กรกฎาคม งวดต่อๆ ไปทุกวันที่ 5 ของเดือน

คุณจำนูญชำระไปไปได้ 3 เดือน งวดสุดท้ายชำระไปวันที่ 5 กันยายน 2553

หลังจากนั้นคุณจำนูญไม่ผ่อนชำระอีกเลย

วันที่ 21 มกราคม 2554 คุณจำนูญขับรถไปคืนธนาคารผู้ให้เช่าซื้อ บอกว่าเบื่อแล้ว-ไม่เอาแล้ว

ธนาคารตรวจรถ ออกใบรับคืนไว้แล้วขายรถนั้นไปวันที่ 7 เมษายน 2554 ได้ราคา 1,423,738.32 บาท

ธนาคารเรียกให้คุณจำนูญชำระเงินส่วนต่างที่ว่าคุณจำนูญค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อ738,745.92 บาท แต่คุณจำนูญไม่จ่าย

ธนาคารมาฟ้องคุณจำนูญ ขอให้ศาลบังคับคุณจำนูญจ่าย ส่วนที่ว่าคุณจำนูญค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อ 738,745.92 บาท และที่คุณจำนูญใช้รถไป 108 วันด้วย ซึ่งถ้าหากนำออกให้เช่าวันละ 1,600 บาท จะได้เงิน 172,800 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 911,545.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินนั้นจนกว่าจะชำระเสร็จ

คุณจำนูญต่อสู้คดีว่าคุณจำนูญนำรถไปคืน ทำให้สัญญาเช่าซื้อระงับ และคุณจำนูญไม่ได้ผิดสัญญา จึงไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้าง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คุณจำนูญชำระ 258,323.72 บาท

คุณจำนูญอุทธรณ์คดี

ศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง!

ธนาคารฎีกาคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ตามสัญญาระบุว่า “ให้สิทธิผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้ โดยจะต้องคืนรถและต้องชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาอยู่เวลานั้นทันที” แสดงให้เห็นว่า กรณีจะถือได้ว่าเป็นการเลิกสัญญาเช่าซื้อก็ต่อเมื่อคุณจำนูญผู้เช่าซื้อส่งมอบรถพร้อมกับชำระเงินที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาอยู่ในเวลาส่งมอบรถยนต์คืน

เมื่อธนาคารมิได้นำสืบให้เห็นว่าคุณจำนูญส่งมอบรถยนต์พร้อมกับชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระทันที กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาตามสัญญาระบุ อันจะทำให้ธนาคารผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดราคาตามสัญญา

ทั้งพฤติกรรมที่คุณจำนูญส่งมอบรถคืนตามหนังสือแสดงเจตนา และในใบรับและตรวจสภาพ ไม่ปรากฏว่าธนาคารได้โต้แย้งคัดค้าน ย่อมถือว่าธนาคารและคุณจำนูญต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยาย

เมื่อสัญญาเช่าซื้อมิได้เลิกกันเพราะคุณจำนูญเป็นฝ่ายผิดสัญญา ธนาคารจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาซึ่งเป็นค่าเสียหายที่อาจเรียกร้องได้ในกรณีที่มีการผิดสัญญาและบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว

พิพากษายืน

เป็นอันว่า คุณจำนูญสบายใจและสบายไป มิต้องจ่ายเพิ่มแต่อย่างใด

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4295/2561)

+++++++++++++++++++

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 572 อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว

สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ

มาตรา 573 ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง

โอภาส เพ็งเจริญ newsmanlawyer@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตาชั่งพันดาว โดย ก้าวสกัด
บทความถัดไปเตาเผาขยะ กทม.(3) โดย : ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์