ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอีกที : โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ซึ่งจะต้องนําไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ภายในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน โดยมีระยะเวลาบังคับนานถึง 20 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2561-2580

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีการแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น 6 ด้าน คือ

1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง

2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน

4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม

5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

แต่คนแล้วคนเล่าอ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องหรอกครับ (มีหลักฐานเป็นเชิงประจักษ์จากคำให้การของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่านรวมทั้งหลายท่านที่ไม่เคยอ่านเลยก็มีเยอะ) แต่ทำเป็นรู้เรื่องกันทุกคนทำให้ผู้เขียนระลึกถึงนิทานสำหรับเด็ก ที่เด็กรุ่นผู้เขียนรู้จักกันดีคือเรื่องที่มีพระราชาพระองค์หนึ่งชื่นชอบกับการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ใหม่และสวยงามอยู่เป็นนิตย์โดยมักจะแต่งชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วก็เอาไปเก็บไว้เนื่องจากไม่อยากให้ผู้คนเห็นพระราชาแต่งชุดเดิมซ้ำๆ จึงก็เป็นที่เล่าลือกันไปทั่วว่าพระราชาผู้นี้ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมหาศาลในการตัดชุดฉลองพระองค์ทุกวันเลยทีเดียว

จนกระทั่งมีนักต้มตุ๋น 3 คน ได้เดินทางเข้ามาในแผ่นดินของพระราชาและได้เข้าไปหลอกลวงพระราชาว่าพวกตนเป็นนักทอผ้าที่ยอดเยี่ยมของโลก โดยสามารถทอผ้าจากเส้นด้ายทองคำและเงินขึ้นเป็นผ้าที่มีความสวยงามยิ่งแถมมีคุณวิเศษคือ “บุคคลที่ไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งของตนจะไม่สามารถมองเห็นผ้าวิเศษที่ใช้ทองคำและเงินทอขึ้นมาได้”

พระราชาหลงเชื่อจึงตกลงจ่ายค่าจ้างราคาแพงพร้อมกับทองคำและเงินจำนวนมากให้กับนักต้มตุ๋นทั้ง 3 คน และเปิดห้องหลายห้องในพระราชวังให้นักต้มตุ๋นอยู่อาศัยและทำงานพร้อมปรนเปรอด้วยอาหารอย่างดีจากครัวหลวง โดยพระราชาจะส่งบรรดาข้าราชการต่างๆ ไปตรวจเยี่ยมเพื่อดูความก้าวหน้าของการจัดทำฉลองพระองค์เป็นระยะๆ ซึ่งบรรดาผู้ตรวจเยี่ยมต่างก็มองไม่เห็นผ้าที่นักต้มตุ๋นทั้ง 3 คน แสร้งทำการทอผ้าอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่หูกทอผ้าอันว่างเปล่า และชี้ชวนพรรณนาถึงความสวยงามของผ้าล่องหนให้ชมทำให้บรรดาข้าราชการที่มาตรวจเยี่ยมจดจำคำหลอกลวงเหล่านั้นไปบอกกับพระราชาอีกทีหนึ่ง เพราะหากรายงานว่าไม่เห็นผ้าเลยก็กลัวว่าจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง

จวบจนกระทั่งพระราชาอยากจะดูผ้าวิเศษด้วยตัวเองเต็มที จึงเดินทางไปที่ห้องทำงานของนักต้มตุ๋นเองพร้อมกับผู้ติดตามจำนวนมากแต่ก็ไม่เห็นผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายทองคำและเงินเลย แต่ก็ต้องแสร้งว่ามองเห็นและชื่นชมในความงามของผ้าวิเศษที่ไม่มีอยู่จริง เนื่องจากพระราชาก็กลัวว่าบรรดาผู้ติดตามจะเสื่อมศรัทธาในตัวพระราชาเพราะเห็นว่าพระราชานั้นไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระราชา อาจจะมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นได้นั่นเอง

เมื่อนักต้มตุ๋นได้วางแผนที่จะหลบหนีจากพระราชวังพร้อมกับเงินทองที่ต้มตุ๋นไปได้เรียบร้อยแล้ว จึงแจ้งให้พระราชาจัดงานเลียบพระนครเพื่อให้ประชาชนได้ชมบารมีที่พระราชาได้ฉลองพระองค์ที่ทอจากผ้าวิเศษที่ทอจากเส้นด้ายทองคำและเงินได้อย่างเต็มที่ ซึ่งพระราชาก็เห็นดีด้วย จึงได้เข้ามาแต่งตัวในห้องกับนักต้มตุ๋นเหล่านั้นโดยต้องเปลือยกายเข้าไปให้นักต้มตุ๋นทั้งสามแสร้งทำเป็นชุลมุนแต่งตัวให้กับพระราชาจนเสร็จ แล้วพระราชาก็ขึ้นราชรถเลียบพระนครเพื่อให้ประชาชนชื่นชมบารมี

บรรดาประชาชนต่างก็ต้องแสร้งทำเป็นเห็นฉลองพระองค์พร้อมกับแสร้งทำเป็นชื่นชมในความงามของฉลองพระองค์ไปกันตามๆ กัน เนื่องจากหากไม่เสแสร้งอย่างนั้นอาจจะไม่เหมาะสมกับตำแหน่งประชาชนแล้วจะกลายเป็นนักโทษติดคุกไปได้ง่ายๆ

บังเอิญมีเด็กอายุ 4 ขวบ คนหนึ่งอยู่ในฝูงชนด้วยเห็นพระราชาไม่ได้นุ่งผ้าอะไรนั่งอยู่ในราชรถก็เลยตะโกนขึ้นมาว่า “พระราชาไม่ได้นุ่งผ้า !” ซึ่งทำให้เกิดการหัวเราะกันใหญ่โตในหมู่ฝูงชนเพราะว่าทุกคนเห็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาเท่านั้น ซึ่งตัวพระราชาก็ตระหนักดีเช่นเดียวกัน จึงรีบกลับวังเพื่อจัดการกับนักต้มตุ๋นทั้งสาม แต่ปรากฏว่านักต้มตุ๋นทั้งสามได้หนีออกไปจากวังหายไปเสียแล้ว

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของประเทศไทยในปัจจุบัน ก็เหมือนกับแผนยุทธศาสตร์ชาติของหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งหลายในปัจจุบันที่ข้าราชการทุกคนกลัวว่าจะเป็น “บุคคลที่ไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งของตนจะไม่สามารถมองเห็นผ้าวิเศษที่ใช้ทองคำและเงินทอขึ้นมาได้” ก็เลยทำเป็นรู้เรื่องเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีกันหมด

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปตท.รับมือแหล่งก๊าซธรรมชาติหยุดซ่อม หวั่นกระทบปั๊มเอ็นจีวี
บทความถัดไป‘งูเหลือม’ เขมือบ ‘ลูกไก่ชน’ อิ่มแปล้ท้องป่อง หนีไม่รอด