หน้าแรก คอลัมนิสต์ ยูโร 2016 โดย...

ยูโร 2016 โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

8.06.16 | 13:01 น.
A policeman stands guard as Switzerland's national football team leaves Montpellier's airport by bus, on June 6, 2016, four days ahead of the start of the Euro 2016 European football championships. / AFP PHOTO / PASCAL GUYOT

การนับถอยหลังสู่การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2016 งวดเข้ามาแล้ว แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ชวนระทึกมากมายในประเทศฝรั่งเศส เจ้าภาพจัดการแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดมหกรรมนี้ได้

ถ้าพูดเลียนแบบประธาน กรธ. ก็ต้องบอกว่าไม่มีทางเลื่อนแน่นอน ยกเว้นระเบิดนิวเคลียร์ลง ไม่ก็เกิดสงครามโลก

ฝรั่งเศสก็เช่นกัน หลังจากเกิดการประท้วงและนัดหยุดงานในกลุ่มผู้ใช้แรงงานอย่างปั่นป่วน ตามมาด้วยฟ้าฝนตกกระหน่ำจนระดับแม่น้ำแซนเพิ่มสูงสุดในรอบ 30 ปี ไปจนถึงคำเตือนภัยของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาให้ชาวอเมริกันระแวดระวังภัย เพราะมีความเสี่ยงว่าฝรั่งเศสอาจถูกก่อการร้ายในช่วงจัดฟุตบอลยูโร

มาถึงสัปดาห์นี้ หน่วยงานความมั่นคงของยูเครน ประเทศที่ผ่านเข้ารอบเข้าไปแข่งขันในยูโรด้วย แจ้งผลการจับกุมและสอบสวนหนุ่มฝรั่งเศสรายหนึ่งที่วางแผนจะก่อเหตุร้ายในช่วงยูโร พร้อมเผยภาพของกลาง เป็นอาวุธหนักจำนวนมาก รวมถึงระเบิดทีเอ็นทีด้วย

ทันทีที่คนทั่วไปได้ยินข่าวนี้ อาจนึกภาพว่าหนุ่มรายนี้น่าจะเป็นสมาชิกของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ไม่ก็สมาชิกเครือข่ายอัลเคด้า หลังจากกรุงปารีสเคยถูกก่อการร้ายแบบโหดโดยสองกลุ่มนี้มาแล้ว 2 เหตุการณ์ในปี 2558 มีผู้เสียชีวิตรวมกันเกิน 140 ราย

Advertisement

แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ หนุ่มคนร้ายเป็นชาวฝรั่งเศส ผิวขาว และมีแนวทางการเมืองขวาจัด คลั่งชาติสุดโต่ง เกลียดชังผู้อพยพและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

หากผลการสอบสวนเป็นไปตามนี้ จะคล้ายกับคดีก่อการร้ายในนอร์เวย์ เมื่อปี 2554 ที่คนร้ายมีเพียงคนเดียว แต่สังหารหมู่ผู้คนไปถึง 77 ศพ โดยมีแรงจูงใจมาจากความเกลียดชังกลุ่มแนวคิดเอียงซ้ายที่มักเปิดรับคนต่างเชื้อชาติ

บทสรุปนี้จึงอาจทำให้ยูโรหนนี้น่าวิตกกว่าที่เคยเป็นมา ฝรั่งเศสคงต้องเหนื่อยหนักกับการรับมือกลุ่มสุดโต่งถึงสองขั้ว

ทั้งสองขั้วมีจุดร่วมกันคือ ยึดมั่นในความเป็นตัวตนสูงมาก ไม่ต้องการปะปนกับใคร ไม่ชอบความแตกต่าง ไม่ชอบคนคิดเห็นแตกต่าง หรือตั้งคำถามในแนวทางที่ยึดถือปฏิบัติอยู่

ในทางการเมือง ขั้วสุดโต่งแบบนี้เคยก่อเหตุสะเทือนขวัญมาแล้วในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคของฮิตเลอร์และมุสโสลินี ส่วนปัจจุบันแสดงออกถึงความรุนแรงอยู่ประปราย และเป็นเรื่องที่นานาประเทศพยายามระมัดระวังเช่นเดียวกับที่ระวังไอเอส

ฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพแจ้งว่าใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงยูโรกว่า 90,000 นาย รองรับแฟนบอลจากเพื่อนบ้านในยุโรป รวมถึงจากภูมิภาคอื่นๆ รวมแล้วกว่า 7 ล้านคน ในที่นี้รวมถึงภารกิจรับมือเหล่าแฟนบอลที่เป็นฮูลิแกนด้วย

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ โอลลองด์ บอกว่า แม้ความเสี่ยงจากภัยก่อการร้ายนั้นไม่ได้ลดลง แต่ทางการจะทำทุกทางให้ยูโร 2016 ประสบความสำเร็จให้ได้

ยูโรเที่ยวนี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะฟุตบอลเท่านั้น แต่เป็นบทพิสูจน์สำคัญของชาวยุโรปด้วยว่า จะใช้ชีวิตเผชิญกับความสุดขั้วนี้อย่างไร

ส่วนแฟนบอลชาวไทยคงจะได้ติดตามมหกรรมนี้หลายแง่มุมเช่นกัน